ผลไม้
ช่วงสงกรานต์…ไม่ใช่แค่เทศกาลแห่งความสนุกสนานและการเล่นน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนรอคอย เพื่อกลับไปหาครอบครัว กลับไปเยี่ยมบ้านที่จากมา กลับไปกอดพ่อแม่ หรือรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ที่เรารักและเคารพ แต่การ “กลับบ้าน” ในแบบของชาวสวน ชาวไร่ หรือคนทำเกษตรนั้น มันมีอะไรพิเศษกว่านั้น เพราะผลผลิตจากสวนของเราเองก็สามารถกลายเป็น “ของฝากที่มีคุณค่า” ได้ง่ายๆ แถมยังอบอุ่นหัวใจทั้งผู้ให้และผู้รับ เพราะเราไม่ได้กลับมือเปล่า แต่เรากลับไปพร้อมของขวัญที่เราปลูกเองกับมือ จากหยาดเหงื่อและความใส่ใจตลอดทั้งปี อาจเป็นผลไม้จากต้นที่เราเฝ้ารดน้ำทุกเช้า อาจเป็นพืชผักอินทรีย์ที่ปลอดภัยจากสารเคมี หรืออาจเป็นข้าวหอมๆ จากนาที่เราเพาะปลูกมาด้วยหัวใจ ของขวัญเหล่านี้ไม่ต้องหรู ไม่ต้องแพง แต่ “มีคุณค่า” เพราะมันเต็มไปด้วยความรัก ความตั้งใจ และความผูกพันที่ส่งต่อจากสวนถึงครัว ของฝากจากสวนที่ใครๆ ก็หลงรัก เลือก “วิธีจัด” ให้น่ารัก น่าให้ อย่าแค่ใส่ถุงพลาสติกแล้วจบ ลองจัดให้น่ามองขึ้นอีกนิด คนรับจะรู้สึกประทับใจยิ่งกว่า ไอเดียจัดเซ็ต ของฝากจากสวน อาจไม่ต้องซื้อ แต่กลับ “ล้ำค่า” เพราะมันเต็มไปด้วยความรัก
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ หลายคนมักเข้าใจผิด คิดว่าผลไม้ทุกชนิดสามารถเก็บในตู้เย็นได้ แต่ความจริงแล้วการเก็บผลไม้บางชนิดไว้ในตู้เย็นกลับสร้างความเสียหายมากกว่าประโยชน์ แม้ตู้เย็นจะเป็นอุปกรณ์สำคัญในการถนอมอาหาร ช่วยป้องกันเชื้อโรคและยืดอายุการเก็บรักษา แต่ผลไม้บางประเภทไม่เหมาะกับการเก็บในอุณหภูมิต่ำ เพราะอาจสูญเสียรสชาติธรรมชาติและอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ ต่อไปนี้คือผลไม้ 6 ชนิด ที่ไม่ควรเก็บในตู้เย็นโดยเด็ดขาด 1. กล้วย กล้วยเป็นผลไม้เขตร้อนที่ไวต่ออุณหภูมิต่ำอย่างมาก เมื่อนำเข้าตู้เย็นจะทำให้เปลือกด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว เนื้อกล้วยค่อย ๆ นิ่มเละและสูญเสียความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็นอีกด้วย วิธีที่ดีที่สุด คือ เก็บกล้วยไว้ในที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง และบริโภคภายในไม่กี่วันหลังจากซื้อ 2. อะโวคาโด อะโวคาโดที่ยังไม่สุก ถ้านำไปเก็บในตู้เย็นจะหยุดกระบวนการสุกตามธรรมชาติ ทำให้เนื้อแข็งเป็นเส้นใยและรสชาติจืด ในขณะที่อะโวคาโดสุกแล้ว ถ้าเก็บในช่องเย็นนานจะเน่าเสีย บุบและสูญเสียไขมันดีอย่างร
(ซินหัว) — ช่วงกลางฤดูร้อน “แตงโมซีซา” ลูกโตที่เพาะปลูกบนพื้นที่หลายแสนหมู่ในเขตซาโพโถว เมืองจงเว่ย เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ได้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวอย่างเป็นทางการ ดึงดูดเหล่าเกษตรกรออกมาทำงานกันอย่างคึกคัก รายงานระบุว่าสภาพอากาศแห้งและดินทรายที่อุดมด้วยแร่ธาตุซีลีเนียมช่วยให้แตงโมซีซาที่เพาะปลูกบนทะเลทรายโกบีมีจุดเด่นเรื่อง “ลูกใหญ่ เนื้อทราย ฉ่ำน้ำ และหวานชุ่ม” จนครองสมญานาม “มรกต” แห่งทะเลทรายโกบี อนึ่ง เมืองจงเว่ยมีพื้นที่เพาะปลูกแตงโมซีซาอยู่ 4.69 แสนหมู่ (ราว 1.95 แสนไร่) ในปี 2025 ซึ่งคาดว่าจะให้ผลผลิตสูงถึง 1.15 ล้านตัน ทำให้อุตสาหกรรมแตงโมซีซากลายเป็นอุตสาหกรรมหลักในการช่วยเกษตรกรท้องถิ่นเพิ่มรายได้และสร้างความมั่งคั่ง
กรมส่งเสริมการเกษตรเผย 8 มาตรการเข้มส่งเสริมไม้ผลคุณภาพยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลไม้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้สำคัญอย่างทุเรียน มังคุด และลำไย ด้วยมาตรการแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่สวนจนถึงตลาด พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมไม้ผลคุณภาพเพื่อบริหารสถานการณ์ผลไม้ภาคเหนือและภาคใต้ฤดูกาลปี 2568 ซึ่งผลผลิตสำคัญเช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย เป็นต้น จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมนี้ โดยมุ่งเน้นการป้องกันปัญหาก่อนเกิด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผลไม้ล้นตลาด ผลผลิตด้อยคุณภาพ หรือการขาดช่องทางตลาด โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนด 8 มาตรการสำคัญในการดำเนินงานเชิงรุก ได้แก่ 1) อบรมเร่งด่วนเกษตรกรเรื่อง GAP และสุขอนามัยสวน : ชวนเกษตรกรทบทวนมาตรฐานสวน ป้องกันการสวมสิทธิ์ GAP 2) จัดกิจกรรม Big Cleaning Day และสุ่มตรวจดิน – น้ำ – ภาชนะ ยกระดับสุขอนามัยของสวน สะอาดตั้งแต่สวนถ
ภายใต้นโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำความสำคัญในการยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เข้าสู่เกษตรทันสมัย พร้อมทั้งกำหนดให้ส่งเสริมด้านการตลาดสินค้าเกษตร และการกระตุ้นผู้บริโภคผลไม้ไทยเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยกรมกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการวางมาตรการบริหารจัดการผลไม้ของสถาบันเกษตรกร ออกเป็น 3 มาตรการ ดังนี้
ขึ้นชื่อว่า เกลือ นึกถึงก็ต้องขยาดด้วยรสชาติความเค็ม กินเปล่าๆ คงไม่ไหว แต่รู้ไหมว่ารสเค็มๆ ของเกลือสามารถเพิ่มความหวานให้ผลไม้ได้ อีกทั้งยังช่วยลดสารพิษในผลไม้ได้ เกลือ ช่วยลดสารพิษ พ่อบ้านแม่บ้านยามที่ซื้อผลไม้หรือผักมาจากตลาด หากไม่มั่นใจว่าจะมีสารตกค้างในผักหรือผลไม้หรือไม่ สามารถสร้างความมั่นใจได้โดยนำผลไม้แช่ในน้ำเกลือนานพอสมควรแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้งหนึ่งจึงรับประทาน ผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เช่น ฝรั่งและชมพู่ ใช้วิธีการนี้ได้ เกลือ ช่วยให้ผลไม้รสหวาน คุณสมศักดิ์ เดโชจิรกุล ผู้ปลูกส้มโอที่ชัยนาท บอกว่า อยากให้ส้มโอรสดีควรหว่านเกลือให้กับต้นส้มโอปีละ 1 ครั้ง ใช้เกลือที่เก่าๆ สีออกดำ ราคาไม่แพง คุณสวัสดิ์ เปาทุย ผู้ปลูกมะพร้าวที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร แนะนำว่า ผู้ที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอยู่ไกลทะเล หากต้องการให้ติดผลดก น้ำมะพร้าวหอมหวาน หว่านเกลือเก่าๆ ให้บ้าง จะช่วยให้ต้นมะพร้าวที่ปลูก ติดผลดกและมีรสชาติหอมหวานอร่อยตามที่ต้องการ เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เคยสังเกตไหมว่าผลไม้ที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าส่วนใหญ่มักจะมีสติกเกอร์แปะอยู่ ซึ่งสติกเกอร์เหล่านั้นไม่ได้มีไว้แค่บอกราคา หรือตกแต่งผลไม้ให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีตัวเลขสำคัญที่บอกข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปลูกและการผลิตผลไม้นั้นๆ ด้วย! วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพามาไขความลับว่าตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรบ้าง “สติกเกอร์ที่มีตัวเลขบนผลไม้” ซึ่งเราจะเห็นบนแอปเปิ้ล กล้วย ส้ม ฯลฯ ที่นำเข้าจากต่างประเทศนั้น เรียกว่า Price Look-Up (PLU) numbering codes หรือ รหัสเลข PLU สำหรับดูราคา สินค้าทางการเกษตรที่เป็นของสด ไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิต กำหนดตัวเลขโดยหน่วยงาน the International Federation for Produce Standards (IFPS) ที่คอยดูแลรายการรหัสตัวเลข 5 ตำแหน่ง (ที่บางที เห็นเป็น 4 ตำแหน่งนั้น ก็เพราะว่ามันมีเลขศูนย์ นำหน้า) ซึ่งใช้ระบุคุณลักษณะของสินค้า ตั้งแต่สายพันธุ์ ชนิด ขนาด พื้นที่เพาะปลูก และวิธีการเพาะปลูก (เช่น เป็นเกษตรอินทรีย์) ตัวเลขนี้ได้เริ่มนำมาใช้ในห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ ตั้งแต่ยุค ค.ศ.1990 เพื่อให้สามารถตรวจสอบและจัดจำแนกสินค้าทางการเกษตร ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ
น.ส.นริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาพรวมไม้ผลภาคตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ปี 2567 (ข้อมูล ณ 4 เม.ย. 2567) ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ระยอง จันทบุรี ตราด ผลผลิตรวมจำนวน 1,114,070 ตัน เพิ่มขึ้น 6.48% หรือเพิ่มขึ้น 67,816 ตัน จากปี 2566 ที่มีจำนวน 1,046,254 ตัน โดย มังคุด เพิ่มขึ้นมากที่สุด 42% รองลงมา เงาะ เพิ่มขึ้น 8% ลองกอง เพิ่มขึ้น 3% และทุเรียน 1% ผลผลิตรวมของไม้ผลทั้ง 4 ชนิดเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศปีนี้มีความเหมาะสมต่อการออกดอกและติดผลของมังคุด เงาะ ลองกอง จากการได้พักต้นสะสมอาหาร ซึ่งปีที่ผ่านมาออกดอกติดผลน้อย ส่วนทุเรียนผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอัตราเนื้อที่ให้ผลทุเรียนเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการลดลงของผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ซึ่งเนื้อที่เริ่มให้ผลผลิตในปี 2567 ได้เป็นปีแรกเพิ่มขึ้นกว่า 38,000 ไร่ ทั้งนี้ ผลผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิด จะออกมากที่สุดในเดือนพ.ค. 2567 คิดเป็น 51% ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากในปีที่ผ่านมาสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการออกดอกติดผลของไม้ผล จึงได้พักต้
เมื่อถึงช่วงเปลี่ยนฤดูกาลทีไร โรคที่คนส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาเป็นประจำคือ “โรคหวัด” หลายคนนิยมไปซื้อวิตามินรับประทานเพื่อบำรุงร่างกายให้มีภูมิต้านทานโรคในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลแบบนี้กันมากขึ้น วิตามินเม็ดรับประทานสะดวกก็จริง แต่สำหรับใครที่อาจมีงบประมาณไม่เพียงพอ หันมารับประทานผลไม้บางชนิด ก็สามารถช่วยต้านหวัดได้ไม่แพ้อาหารเสริม ผลไม้ที่ว่านี้ ได้แก่ มะข้ามป้อม (Star gooseberry) มะขามป้อม เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับมะยม โดยทั่วไปแล้วจะเจริญเติบโตดีในเอเชียเขตร้อน เป็นพืชที่เหมาะสำหรับภูมิอากาศในประเทศไทย มีผลกลม เนื้อหนา สีเขียว รสชาติฝาด ขม เปรี้ยว และอมหวาน ซึ่งมะขามป้อมนั้นเป็นผลไม้ที่เลื่องชื่อในด้านการมีวิตามินซีสูงมาก จึงช่วยป้องกันโรคหวัดได้ดี มะขามป้อม อุดมไปด้วยวิตามินซี โดยมีข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย ระบุว่า ในมะขามป้อมสด 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ถึง 276 มิลลิกรัม หากนำผลมะขามป้อมไปคั้นน้ำ จะมีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มคั้นถึง 20 เท่า มะขามป้อมดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยลดอาการเจ็บคอ ทำให้เสมหะละลาย แก้หวัด ช่วยลดไข้ เป็นยาโบราณที่มีการใช้มานานแล้ว โดยการนำมะขามป้อมไป
อยู่ๆ ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ! และยิ่งเราพยายามข่มตาหลับกลับรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าพอเรานอนไม่หลับสิ่งแรกที่เราจะทำคือการลงไปหาอะไรกินเพื่อให้หนังท้องตึงหนังตามันจะได้หย่อน แต่ไม่ใช่ว่าจะกินอะไรก็ได้นะคะ เพราะกินผิดแทนที่จะหลับเราอาจจะได้โรคอื่นตามมาด้วยเช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือโรคกรดไหลย้อน เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปถ้าเราเปลียนมากินผลไม้ที่หากินได้ง่ายและราคาย่อมเยาว์เหล่านี้! นอกจากมันจะไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย พวกมันยังเป็นผลไม้ที่ช่วยให้เรานอนหลับสบายอีกด้วย!! 1.กล้วย ผลไม้รสหวานที่เดี๋ยวนี้หาทานได้ง่ายเพียงแค่เราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อก็มีให้เลือกกลับมากินแล้ว ที่สำคัญกล้วยมีสารทริปโตเฟน ที่เป็นตัวช่วยให้นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น และยังมีสารอาหารอย่างโพแทสเซียมกับแมกนีเซียมที่ช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายแถมส่งผลดีต่อการนอน 2.กีวี่ กีวี่เป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำแต่มีคุณค่าทางอาหารสูง กีวี่มีทั้งวิตามินหลากชนิด แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โฟลิก แคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล และสารอื่น ๆ อีกมากมาย จากการศึกษาและทดลองพบว่าการรับประทานผลกีวี่ก่อนเข้าน
