ผึ้งโพรง
แมลงต่างๆ มีส่วนช่วยในการผสมเกสร สำหรับผึ้งเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการผสมเกสร ก่อนหน้านี้การเกษตรเชิงเดี่ยวให้ความสำคัญกับการกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยฉีดพ่นสารเคมี แต่สารเคมีไม่สามารถเลือกสังหารแต่แมลงศัตรูพืชเท่านั้น แมลงที่เป็นมิตรกับพืชก็พลอยถูกทำลายไปด้วย ผึ้งก็ถูกทำลายด้วยสารเคมีประเภทนี้เช่นกัน จนกระทั่งชาวสวนผลไม้ตระหนักว่า ผึ้งและแมลงหลายชนิดเป็นมิตรกับพืชและยังมีประโยชน์มหาศาลอีกด้วย ในต่างประเทศมีการเลี้ยงผึ้งกันมานานแล้ว โดยชาวสวนผลไม้จะยินดีให้คนเลี้ยงผึ้งนำรังผึ้งมาอยู่ในสวนเพื่อผสมเกสรให้ผลไม้ของตนเอง ทำให้ผลไม้มีผลผลิตดีกว่าปกติ และมีการจ่ายเงินตอบแทนให้คนเลี้ยงผึ้งด้วย เมื่อดอกบานจนหมดคนเลี้ยงผึ้งก็จะขนรังผึ้งตระเวนไปตามสวนผลไม้ที่ตกลงกันไว้เรื่อยๆ ไปเหมือนผึ้งยิปซี แต่ในประเทศไทยยังไม่มีอาชีพแบบนี้ น้ำผึ้งถือเป็นอาหารธรรมชาติที่มนุษย์รู้จักมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่ช่วยเสริมสุขภาพและมีสรรพคุณทางยา และเป็นอาหารบำรุงร่างกายและผิวพรรณ ในตำราสมุนไพรไทยยาหลายตำรับมีส่วนผสมของน้ำผึ้งซึ่งยาดังกล่าวมีสำหรับภายนอกและภายในร่างกาย ยิ่งคุณค่าทางอาหารและการบำรุงร่างกายเป็นสิ่งที่ต
“ผึ้งโพรงไทย” ปัจจุบัน จังหวัดพัทลุง ผลิตได้แค่ 4 ตัน ส่วนภาคเหนือผลิต “ผึ้งพันธุ์” ได้กว่า 2,000 ตัน ไม่พอ อนาคตสดใส ไม่ต้องวิตกดีมานด์ ซัพพลาย ชี้ ผึ้งโพรงไทย มีส่วนสำคัญ พืชผักผลไม้ขยายผลเติบโตขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์ แถมเป็นพื้นที่ปลอดสารพิษ ระบุ “ผึ้งโพรงไทย” ทั้งประเทศ มีผู้ทำวิจัยเพียง 7 คน เห็นควรสนับสนุนอย่างจริงจัง เกษตรอำเภอตะโหมด จัด “ผึ้งโพรงไทย” รวมกลุ่มจัดการตนเอง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค คุณปารีนา ภคุโล เกษตรอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลดูงานกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงไทย โครงการไทยนิยมยั่งยืน ตามโครงการเสริมสร้างรายได้แก่เกษตรกรรายย่อยภายใต้โครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง คุณปารีณา ภคุโล เกษตรอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง บอกว่า ทางสำนักงานเกษตร ได้มีการเน้นให้กลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งโพรงไทย รวมกลุ่มบริหารจัดการ สร้างกฎ กติกา พร้อมจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผึ้งโพรงไทย โดย 1 หมู่บ้าน 1 วิสาหกิจชุมชนผึ้งโพรงไทย ทั้งนี้จะเกิดเครดิตความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค จะไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องน้ำผึ้งด้อยคุณภาพ หรือน้ำผึ้งปลอมปน และจะอำนว
“ชันโรง” หลายท่านรู้จัก แต่ก็อาจมีอีกหลายท่านที่ไม่รู้จัก บางท่านไม่รู้จักชันโรง แต่รู้จัก ขี้สูด ติ้ง ขี้ตังนี อุง หรือ “ผึ้งจิ๋ว” ซึ่งก็ล้วนเป็นชื่อของชันโรงทั้งสิ้น เพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักกับชันโรง ทราบและเข้าใจถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ของแมลงเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมเป็นตัวการในการผสมเกสรให้พืชพันธุ์ต่างๆ ทำให้พืชติดผลมากขึ้น เรามาทำความรู้จักกับแมลงชนิดนี้กัน สำหรับ “ชันโรง” มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นเช่น คนเหนือเรียก ขี้ตังนี ขี้ตัวนี หรือ ขี้ย้าแดง ภาคใต้เรียก แมลงอุง ทางอีสานเรียก แมลงขี้สูด ภาคตะวันออกเรียก ตัวตุ้งติ้ง “ชันโรงหรือผึ้งจิ๋ว” (Stingless bees) คือ แมลงผสมเกสรตัวเล็กๆ จัดอยู่ในจำพวกผึ้งแต่ไม่มีเหล็กในเหมือนผึ้ง “ชันโรง” มีวิวัฒนาการสูงกว่าผึ้งป่าและผึ้งหึ่ง นอกจากนี้ชันโรงยังให้น้ำผึ้งอีกด้วย น้ำผึ้งและเกสรของชันโรงมีราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วๆ ไป เนื่องจากเชื่อกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า เพราะรังของชันโรงหายาก และมีปริมาณน้ำผึ้งน้อย ชันโรงนอกจากจะให้น้ำผึ้งที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้วยังช่วยผสมเกสรพืชต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ชันโรงมีกล้ามเนื้อที
อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำผึ้ง คือของดีมีประโยชน์ จะนำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาคุณค่าก็สูงทั้งนั้น แต่น้ำผึ้งแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนในปัจจุบันหากินยากขึ้นทุกที สาเหตุหลักคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ประกอบกับมีผู้รู้วิธีการเลี้ยงและดูแลผึ้งโพรงป่าที่ถูกต้องมีจำนวนน้อย ดังนั้น ตอนนี้หากใครกำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก การเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย วิธีการเลี้ยงดูแลไม่ยาก ลงทุนน้อยเปรียบเสมือนคนเลี้ยงเป็นเจ้าของบริษัท ตื่นเช้ามาลูกน้องตื่นออกไปทำงาน ไม่ต้องมีโบนัส สวัสดิการ เพียงดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด ผลตอบแทนที่ได้คุ้ม คุณสยาม สกุณนา หรือ อาจารย์สยาม ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งโพรงป่า เล่าว่า กว่าจะเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ได้ ตนลองผิดลองถูกมานานกว่า 4 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรกรรมอยู่ที่ กศน. จังหวัดพะเยา ต่อมาได้ลาออกไปทำงานบริษัทปุ๋ย หลังจากนั้นลาออกจากบริษัทปุ๋ยอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าเบื่องานประจำ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร จึงกลับมาอยู่บ้านที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เช่าที่ทำนาจำนวนกว่าร้อยไร่ แรกๆ
ผึ้งโพรงไทย แหล่งรายได้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย ปัจจุบันในจังหวัดพัทลุงมีผึ้งโพรงกว่า 3,000 รัง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรสูงถึงปีละกว่า 9 ล้านบาท แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาด ต้องผลิตเพิ่มอีกปีละ 1,000 กิโลกรัม (กก.) ขณะเดียวกันก็แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายทำยอดขายกระฉูด ทั้งสบู่ก้อน โลชั่น ลิปสติก เครื่องดื่ม ฯลฯ “วีรยา สมณะ” เลขานุการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรงปันแต และนักวิชาการผึ้งโพรงไทย จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีเครือข่ายการเลี้ยงผึ้งโพรงรวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 รัง ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่ภาพรวมการเลี้ยงผึ้งโพรงไทยในจังหวัดพัทลุงยังมีอนาคตสดใส โดยมีผึ้งโพรงกว่า 3,000 รัง ให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 18,000 ขวด/ปี หรือ 18,000 กก. โดยราคาขายต้นทางอยู่ท่ี่ขวดละประมาณ 500 บาท โดย 1 ขวดมีน้ำหนักราว 1 กก. ขณะที่ราคาปลายทางในบางพื้นที่อยู่ที่ขวดละ 800 บาท ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จแล้วจะมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้ไม่ต่ำกว่า 9 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้การเลี้ยงผึ้งโพรงมีทั้งรูปแบบทั่วไป และรูปแบบการเลี้ยงนวัตกรรมซึ่งการเลี้ยงผึ้งแบบนวัตกรรม
อย่างที่ทราบกันดีว่า น้ำผึ้ง คือของดีมีประโยชน์ จะนำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นยาคุณค่าก็สูงทั้งนั้น แต่น้ำผึ้งแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนในปัจจุบันหากินยากขึ้นทุกที สาเหตุหลักคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ประกอบกับมีผู้รู้วิธีการเลี้ยงและดูแลผึ้งโพรงป่าที่ถูกต้องมีจำนวนน้อย ดังนั้น ตอนนี้หากใครกำลังมองหาอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก การเลี้ยงผึ้งโพรงป่า ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย วิธีการเลี้ยงดูแลไม่ยาก ลงทุนน้อยเปรียบเสมือนคนเลี้ยงเป็นเจ้าของบริษัท ตื่นเช้ามาลูกน้องตื่นออกไปทำงาน ไม่ต้องมีโบนัส สวัสดิการ เพียงดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด ผลตอบแทนที่ได้คุ้ม คุณสยาม สกุณนา หรือ อาจารย์สยาม ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งโพรงป่า เล่าว่า กว่าจะเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ได้ ตนลองผิดลองถูกมานานกว่า 4 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรกรรมอยู่ที่ กศน. จังหวัดพะเยา ต่อมาได้ลาออกไปทำงานบริษัทปุ๋ย หลังจากนั้นลาออกจากบริษัทปุ๋ยอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าเบื่องานประจำ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร จึงกลับมาอยู่บ้านที่อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เช่าที่ทำนาจำนวนกว่าร้อยไร่ แรกๆ
