พริกไทย
พริกไทยปะเหลียน เป็นพริกไทยสายพันธุ์พื้นบ้านของชาวอำเภอปะเหลียน มีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นกว่าพริกไทยสายพันธุ์อื่นๆ ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ฝักแน่น ทำให้ได้รับความนิยมจากร้านอาหารเป็นอย่างมาก สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ มีพื้นที่น้อยก็สามารถปลูกได้ จะปลูกในกระถาง ล้อยางรถยนต์ หรือเข่ง ก็ได้ ดูแลง่าย ให้ผลผลิตเร็ว ทนทานต่อโรค ปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ราคาดี ถือเป็นพืชแซมในสวนที่สร้างรายได้ดีอีกชนิดหนึ่ง คุณมณี นิลละออ หรือ พี่กี้ อยู่ที่ 39/4 หมู่ที่ 7 ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ผู้ที่เป็นทั้งเกษตรกรและนักอนุรักษ์ในเวลาเดียวกัน และที่มาของนักอนุรักษ์ก็มาจากการที่พี่กี้ได้พัฒนาพริกไทยพื้นบ้านตั้งแต่รุ่นตายายได้ปลูกไว้บริเวณบ้านมาเสียบยอดขยายพันธุ์เพิ่ม เพื่อเป็นการอนุรักษ์และแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน จากการแบ่งปันกลายเป็นการต่อยอดสร้างรายได้ มีการพัฒนาจากการปลูกขึ้นค้างแบบเดิมมาเป็นการปลูกในภาชนะทำให้เป็นทรงพุ่ม โดยการเสียบยอดกับต้นโคลูบรินั่ม เพื่อให้ง่ายต่อการปลูก การดูแล พี่กี้ บอกว่า ก่อนที่จะมีการพัฒนาขยายพันธุ์พริกไทยปะเหลียน ตนเป็นเกษตรกรปลูกยางพาราอยู่แล้ว จำนวน
คุณแดง บุญมี หรือ ลุงแดง เจ้าของไร่พริกไทยสดพันธุ์ซีลอน “ไร่ลุงแดง บ้านเผ่าไทย” บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 8 บ้านเผ่าไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โทร. (084) 906-0967 เกษตรกรที่ผันตัวเองจากเดิมที่เคยทำไร่ข้าวโพด ทำนา มาปลูกพริกไทย เพื่อจำหน่ายเป็นพริกไทยสด สร้างรายได้นับแสนบาทต่อปี ลุงแดง ย้อนกลับไปว่า เดิมก็เหมือนเพื่อนเกษตรกรทั่วไปในแถบนี้ที่จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และทำนาข้าว ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็ต้องทำทุกปี ซึ่งทำมานานมาก แต่ก็ได้เพียงพอใช้จ่าย เมื่ออายุมากขึ้นก็มองหาพืชชนิดใหม่ที่ทำงานหนักน้อยลง ปลูกครั้งเดียวแต่เก็บเกี่ยวได้นาน ลุงแดง เล่าว่า เมื่อ 3 ปีก่อนได้เจอเพื่อนเกษตรกรปลูกพริกไทยอยู่ จึงได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องการปลูกพริกไทย และทราบว่าเป็นพืชที่ปลูกเพียงครั้งเดียว แต่เก็บเกี่ยวได้นานนับ 10 ปี แล้วยังให้ผลผลิตเป็นอย่างดีในพื้นที่โซนนี้ ที่สำคัญราคาพริกไทยสดมีราคาค่อนข้างดีและมีความต้องการมากพอสมควร การลงทุนปลูกในครั้งแรก ลุงแดงได้ขอซื้อพันธุ์กลับมาทดลองปลูกเพียงไม่กี่ต้นเพื่อนำมาทดลอง แต่ผลพบว่าพริกไทยที่นำมาปลูกให้ผลผลิตเป็นอย่างดี ติดผลดก ใช้กินในครัวเรือน แบ่งเพื
พริกไทย ที่เรารู้จักกันมาก คงจะเป็นพริกไทยป่น ก็คงเป็นเพราะเรานำมาใช้ปรุงแต่งอาหารกันหลายอย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ใช้พริกไทยป่นปรุงแต่งรส นานหลายปีแล้ว ดร. จอห์น ครีสโตเฟอร์ สหรัฐอเมริกา บันทึกไว้ว่า พริกไทยป่น ใช้รักษาโรค บำรุงร่างกายได้ถึง 13 อย่าง รักษาโรคกระเพาะ โดยชงน้ำดื่ม วันละ 3 ถ้วย ทำให้หายปวดแผลในกระเพาะ ใช้พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ชงน้ำอุ่น 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 เวลา รักษาโรคความดันโลหิตสูง บำรุงหัวใจ ช่วยแก้ปัญหาการย่อยอาหาร แก้หวัด เจ็บคอ ทำให้ผิวหนังสดใส เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความทรงจำดี สมองดี ใส่ปรุงอาหารวันละ 3 ช้อนชา รักษาริดสีดวงทวาร ช่วยการหมุนเวียนโลหิต พริกไทยป่นใช้โรยแผลห้ามเลือดได้ ใช้พริกไทยป่นผสมน้ำมันเบบี้ออยล์ ทาและคลุมพลาสติกที่พุง ลดความอ้วนได้ ใช้สูตรนี้ทาหัวล้านปลูกผมได้ ทากล้ามเนื้อแก้ปวดเมื่อย มากมายคุณประโยชน์จริงๆ เมื่อหลายสิบปีก่อน ตลาดพริกไทยมีปัญหา เพราะผลผลิตออกมามากเกินความต้องการของตลาด ขาดการควบคุมที่ดี เกษตรกรลงทุนปลูกกันมากแถบภาคตะวันออกและภาคใต้ รวม 12 จังหวัด แต่ในปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นมาก ตามความต้องการของผู้บริโภค สินค้าเกษตรชนิดนี้ มีกา
เป็นความรู้สึกที่ดีของคนไทย ดูเหมือนว่าพืชเกษตรชนิดเดียวที่ให้ความภาคภูมิใจ ว่าเราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง นั่นคือ “พริกไทย” กล่าวกันว่า พริกไทยเป็นพืชสมุนไพรอันดับแรก ที่ให้ทั้งคุณประโยชน์ และสรรพคุณความเป็นสมุนไพร ยิ่งเราได้รู้จัก ยิ่งรักพริกไทยมากยิ่งขึ้น มากกว่าเก่าที่เราเคยมี และยังเต็มร้อยกับความภาคภูมิใจ ช่วยกันคิดด้วย พืชที่เรารู้จักมักคุ้น ที่มีชื่อต่อท้ายด้วย “ไทย” มีเพียงไม่กี่อย่าง รู้จักเช่น แตงไทย และก็มี พริกไทย พริกไทยที่เรารู้จักกันมาก คงจะเป็นพริกไทยป่น ก็คงเป็นเพราะเรานำมาใช้ปรุงแต่งอาหารกันหลายอย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ใช้พริกไทยป่นปรุงแต่งรส นานหลายปีแล้ว ดร.จอห์น ครีสโตเฟอร์ สหรัฐอเมริกา บันทึกไว้ว่า พริกไทยป่น ใช้รักษาโรค บำรุงร่างกายได้ถึง 13 อย่าง รักษาโรคกระเพาะ โดยชงน้ำดื่มวันละ 3 ถ้วย ทำให้หายปวดแผลในกระเพาะ ใช้พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ชงน้ำอุ่น 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 เวลา รักษาโรคความดันโลหิตสูง บำรุงหัวใจ ช่วยแก้ปัญหาการย่อยอาหาร แก้หวัด เจ็บคอ ทำให้ผิวหนังสดใส พริกไทยเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความทรงจำดี สมองดี ใส่ปรุงอาหารวันละ 3 ช้อนชา รักษาริดสีดวงทว
คุณอาธัญฤทธิ์ สีท้าว เจ้าของสวนพริกไทย ไร่ธัญฤทธิ์ (ศูนย์จำหน่ายพันธุ์และถ่ายทอดความรู้เกษตรผสมผสาน) เลขที่ 98/9 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงปลาทู อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ โทร. (097) 924-9993, (056) 000-579 คุณอาธัญฤทธิ์ สีท้าว ซึ่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สนใจการเกษตร โดยปลูกพริกไทยพันธุ์ซีลอน (ยอดขาว) ซึ่งพันธุ์ซีลอนยอดขาว เป็นพันธุ์พริกไทยที่นำมาจากประเทศศรีลังกา พริกไทยพันธุ์นี้จะมีลักษณะเถาอ่อน สีจะเขียวอ่อนเกือบขาว โดยเฉพาะที่ยอดอ่อน จึงนิยมเรียกว่าคือส่วนยอด ช่อผลจะยาว การเจริญเติบโตเร็วกว่าพันธุ์ซาราวัก ผลสดจะมีลักษณะโตกว่าพันธุ์ซาราวัก นิยมปลูกเพื่อจำหน่ายเป็นพริกไทยสด เพื่อส่งโรงงานทำพริกไทยดอง กำลังเป็นที่นิยมปลูก เนื่องจากสามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบหรืออากาศร้อน เพียงแต่จะต้องมีสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม มีการพรางแสงช่วย ขั้นตอนการเตรียมดิน สำหรับการเตรียมดินนั้น เราจะใช้ดินในส่วนแรก หน้าดิน จำนวน 70% ผสมขุยมะพร้าว จำนวน 10% ผสมปุ๋ยคอกเก่า จำนวน 10% ผสมพวกเศษวัสดุการเกษตร เช่น เปลือกถั่วต่างๆ ใบก้ามปู ใบไผ่ จำนวน 10% เคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน โดยเรียงลำดับชั้น โดยแต่ละชั้นจ
มาดูวิธีการปลูกพริกไทยซีลอน ที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ต่อจากฉบับที่ผ่านมา ของคุณประเสริฐ จันทโรทัย อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 1 ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โทร. (087) 841-2310 ถึงเรื่อง การให้น้ำ โดยคุณประเสริฐ เล่าว่า ตนเองประยุกต์ใช้ระบบน้ำแบบเดินสายน้ำ PE ขนาดเล็ก เดินขึ้นไว้บนยอดเสาค้างพริกไทย เมื่อเวลาเปิดน้ำ น้ำก็จะไหลจากด้านบนลงล่าง ทำให้เสาปูนมีความชุ่มชื้น ลดความร้อนของเสาปูน แล้วน้ำก็จะไหลลงสู่โคนเสา (ค่าอุปกรณ์ระบบน้ำ ประมาณ 5,000 บาท ต่อ 200 หลักพริกไทย) ระยะเวลาการให้น้ำ หลังปลูกควรรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน เมื่อพริกไทยตั้งตัวได้ ลดเหลือ 2-3 วัน ต่อครั้ง พริกไทยที่ให้ผลผลิตแล้ว ควรให้ 3-4 วัน ต่อครั้ง ตามสภาพดินฟ้าอากาศ ในฤดูแล้งอาจประหยัดการให้น้ำโดยการคลุมดินในแปลงปลูกด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง แต่ในฤดูฝนไม่ควรคลุมดินจนชิดโคนต้น ควรเว้นห่างเพื่อไม่ให้โคนต้นชื้นแฉะเกินไปและเกิดโรค เตรียมให้น้ำระบายออกจากแปลงปลูกอย่างรวดเร็ว และขณะดินชื้นแฉะไม่ควรเหยียบย่ำในแปลง จะทำให้ดินแน่นทึบ รากเสียหายได้ พริกไทยจะเริ่มให้ผลผลิตหลังปลูก ประมาณ 10-14 เดือน แต่ส่วนใหญ่แล้ว
“พริกไทย” จัดได้ว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจและจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของคนไทยมาช้านาน ในการประกอบอาหารและใช้เป็นเครื่องเทศ ปรุงรสชาติอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ส่วนประกอบของเครื่องแกงต่างๆ การถนอมอาหาร และใช้ประโยชน์ในด้านเภสัชกรรมยาสมุนไพร ทุกส่วนของพริกไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เช่น เมล็ดพริกไทยอ่อน เมล็ดพริกไทยดำ เมล็ดพริกไทยขาว พริกไทยป่น พริกไทยแช่แข็ง น้ำมันหอมระเหยพริกไทย และพริกไทยดอง เป็นต้น ประโยชน์ของพริกไทย เกี่ยวข้องกับอาหาร ใช้ปรุงแต่งกลิ่นและรสชาติอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม โจ๊ก ต้มจืด แกงเลียง และใช้ในการถนอมอาหาร ทำให้อาหารที่มีพริกไทยปรุงรสเก็บไว้ได้นานกว่าปกติ เช่น เนื้อบด หมูบด ตับบด หมูยอ แฮม ไส้กรอก เพราะพริกไทยมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) นอกจากนั้น พริกไทย ยังใช้ประโยชน์ในด้านสมุนไพร ช่วยย่อยอาหาร เช่น ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดไขมันในเส้นเลือด ปัจจุบัน นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ในรูปอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พริกไทย เป็นพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ เจริญเติบโตได้ดีในประเทศเขตร้อน เช่น ประเทศบราซิล หมู่เกาะอินเดียตะวันตก
พริกไทยอ่อน พืชเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้หลักล้านบาท เริ่มกลับมาสดชื่นมีชีวิตชีวา เขียวชอุ่มอีกครั้ง พร้อมแตกช่ออ่อน รอเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนกันยายน เป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรหลายคนยึดเป็นอาชีพหลัก แม้จะลงทุนสูง แต่ราคาไม่ตก ผลผลิตออกมามีตลาดรองรับหมด ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลายครอบครัวที่นั่นยึดอาชีพปลูกพริกไทยอ่อน เป็นพืชที่ดูแลไม่ยาก เป็นพืชยืนต้นที่มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนานระหว่าง10-20 ปี ไม่ต้องมาปลูกบ่อยๆ และระยะเวลาไม่นานพริกไทยกลับกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ราคาไม่เคยตกต่ำลงมาเลย พริกไทยราคาดีมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงแล้งราคาพริกไทยสูงมาก ราคาสูงถึง 300-350 บาท นางปัญญา มีเนตรขำ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.8 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เปิดเผย ครอบครัวของตนปลูกพริกไทยอ่อน ที่มีทรงพุ่มใหญ่ ต้นใหญ่ ใบใหญ่กว่าพริกไทยพันธุ์อื่น จำนวน2,245 หลัก บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ โดยปลูกมานานกว่า 10 ปีแล้ว การปลูกพริกไทย หลายคนมองข้ามและให้ความสนใจในการปลูกพริกไทยกันน้อยนั้นส่วนหนึ่งก็มา
