พลังงานแสงอาทิตย์
“การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด” เป็นหนึ่งในอาชีพเกษตรกรรมทำเงิน ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีการเพาะพันธุ์ในบ่อดินและการเลี้ยงในกระชัง ได้แก่ ปลานิล ปลาดุก และปลาหมอเทศ ฯลฯ ทั้งนี้กระแสความนิยมส่วนใหญ่เน้นการเลี้ยงปลาในบ่อดินมากกว่า เนื่องจากสามารถจัดการบ่อได้ง่าย และสามารถเพาะพันธุ์ปลาได้ตลอดทั้งปี แต่การเลี้ยงปลาในบ่อดิน น้ำนิ่ง ต้องใช้กังหันตีน้ำเพื่อเติมออกซิเจนตลอดเวลา ซึ่งเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และมักเกิดปัญหาปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำน้อยกว่าความต้องการของปลา ทำให้ปลาตายหรือปลาน็อกน้ำ จากปัญหาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เกษตรกรพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าในการเลี้ยงปลาเป็นหลัก ทำให้แบกภาระต้นทุนที่สูงและเกิดความเสี่ยงเมื่อเกิดภาวะไฟฟ้าดับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนงบวิจัยให้ วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภายใต้การนำของ ผศ.ดร. สราวุธ พลวงษ์ศรี หัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมคณะผู้วิจัย ประกอบด้วย ดร. สุลักษณา มงคล ดร. ชวโรจน์ ใจสิน ผศ.ดร. อัครินทร์ อินทนิเวศน์ ผศ.ดร. ธงชัย มณีชูเกตุ ดร. รจพรรณ นิรัญศ
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้น โครงการสื่อมวลชนสัญจร ประจำปี 2562 ครั้งที่ 4 “เรื่อง การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ ในชุมชนสีเขียว” ในจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน เพื่อเผยแพร่ผลงานและกิจกรรมของ วช. ไปสู่สาธารณชนได้รับทราบและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ รองประธานคณะกรรมการกำกับโครงการวิจัยท้าทาย วช. กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน แต่ที่ผ่านมาเป็นการวิจัยขนาดเล็กขาดการบูรณาการ จึงทำให้ไม่สามารถนำไปแก้ไขปัญหาในเรื่องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น วช. จึงได้เริ่มโครงการวิจัยขนาดใหญ่แบบบูรณาการ ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และบูรณาการองค์ความรู้จากสหสาขาวิชาการต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายให้ได้ผลงานวิจัยที่สำเร็จพร้อมประยุกต์ใช้งานได้จริง ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองต่อนโยบายและเป้าหมายรัฐบาล โครงการวิจัยท้าทายไทย ในหัวข้อ การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ ในชุมชนสีเขียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หมู่ที่ 3 ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าจังหวัดตรัง เป็นประธานเปิดโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ตามที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. หรือ สกต.ตรัง ได้ผ่านการคัดเลือกโครงการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคเกษตร พ.ศ. 2560. ซึ่งเป็น 1 ใน 38 โครงการ จากจำนวนสหกรณ์ 639 แห่ง ทั่วประเทศ โดยได้รับการคัดเลือกเป็นลำดับที่ 1 ให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ กำลังผลิตติดตั้ง 5 เมกะวัตต์ บนพื้นที่กว่า 57 ไร่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 และได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นเวลา 25 ปี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ นับเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของจังหวัดตรัง ถือเป็นพลังงานที่สะอาดที่สุดและยังช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้กับชุมชน และยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางเทคโนโลยีของผู้ที่สนใจต่อไป ซึ่งโรงไฟฟ้าแห่งนี้สร้างรายได้ให้กับสหกรณ์การเกษตรหรือ สกต. ปีล
อำเภอบางกระทุ่ม ได้รับการยกย่องว่า เป็นแหล่งผลิตกล้วยตากคุณภาพดี มีรสหวาน กลิ่นหอม นุ่ม อร่อยระดับแนวหน้าของประเทศ แถมมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพมากมายนับไม่ถ้วน ส่งผลให้ “ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ” ของท้องถิ่นแห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญของจังหวัดพิษณุโลกมาจนถึงปัจจุบัน สืบสานตำนานกล้วยตาก คุณอ้อ หรือ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ เป็นแกนนำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านเกาะคู เธอเล่าว่า ครอบครัวคุณอ้อสืบทอดกิจการกล้วยตากจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานถึง 84 ปีแล้ว ปัจจุบัน คุณอ้อ นับเป็นทายาทรุ่น 2 ที่สืบทอดกิจการกล้วยตากจากบรรพบุรุษ เมื่อปี 2474 นางโป๊ว ผู้เป็นย่าของกำนันประภาส(คุณพ่อของคุณอ้อ) ได้นำหน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องจำนวน 2 หน่อ มาจากเมือง แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงทรา เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของกล้วยพันธุ์นี้ ระยะแรก ตั้งใจปลูกขายเพื่อขายกล้วยหวี เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยขายส่งผลกล้วยให้กับพ่อค้าที่มาทางเรือ จากจังหวัดต่างๆ พ่อค้ารับซื้อเฉพาะกล้วยหวีงามๆ เพราะขายได้ราคาดี แต่กล้วยตีนเต่า หวีเล็ก ปลายเครือมักขายไม่ได้ ย่าโป๊วจึงนำกล้วยที่เหลือจากการขายไปเลี้ยงปลา แ
กฟภ. ร่วมกับเมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต เปิดงาน ไทยแลนด์ ไลท์ติ้ง แฟร์ 2018 ภายใต้แนวคิด The future of light: smart, sustainable, human-centric ยกขบวนทัพผู้ร่วมแสดงสินค้าและนวัตกรรมด้านไฟฟ้าแสงสว่างกว่า 150 บริษัท 300 บูธ สัมมนาฟรีกว่า 20 หัวข้อพร้อมจับคู่เจรจาธุรกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ. หรือ PEA) ร่วมกับ เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต และดิ เอ็กซ์ซิบิส เปิดเวที ไทยแลนด์ ไลท์ติ้ง แฟร์ 2018 (Thailand Lighting Fair 2018) งานแสดงนวัตกรรมไฟฟ้าแสงสว่างที่ครบวงจรที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน ศกนี้ ที่ฮอลล์ 102-104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ยกขบวนทัพผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำด้านไฟฟ้าแสงสว่าง พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ จากนานาประเทศ งานไทยแลนด์ ไลท์ติ้ง แฟร์ 2018 จัดขึ้นพร้อมงาน ไทยแลนด์ บิลดิ้ง แฟร์ 2018 (Thailand Building Fair 2018) ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะและการบริหารจัดการพลังงานมาจัดขึ้นพร้อมกันตามแนวทางงาน light+building ของเมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ตอันมีชื่อเสียงระดับโลก และงาน ซีเคียวเทค ไทยแลนด์ 2018 งานแสดงเทคโนโลยีนานาชาติด้านระบบรักษาความปลอดภัย สม
จากปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ประกอบกับสถานการณ์ราคาค่าไฟที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ชุมชนเล็กๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยสวนผลไม้ ชุมชนบ้านเปร็ดใน หมู่ที่ 2 ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นป่าชายเลนที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ไร่ ทางภาคตะวันออกของไทย เกิดแนวคิดต้องการที่จะมองหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่โดยใช้เศษไม้วัตถุดิบที่หาง่ายในชุมชนมาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เพื่อลดต้นทุนค่าไฟในอนาคต คุณอำพร แพทย์ศาสตร์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนป่าบ้านเปร็ดใน และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วงน้ำขาว กล่าวว่า สาเหตุที่ให้ความสนใจเรื่องของพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกก็เพราะเกิดจากไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง เพราะคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ มีเงาะโรงเรียน ลำไย ลองกอง มังคุดและทุเรียน ต้องปั๊มน้ำไปใช้รดสวนผลไม้ในปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูง ในฐานะเป็นหมู่บ้านรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงมีแนวคิดที่จะนำพลังงานชีวมวลหรือพลังงานทดแทนที่เหมาะสมเข้ามาใช้ เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันนี้มาจากภาวะโลกร้อนจึงคิดว
ในยามที่ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ นับเป็นภาวการณ์ที่สร้างความยากลำบากให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ซึ่งในการแก้ไขปัญหานั้น สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้ และอาจกลายเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ และผลผลิตรูปแบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกรคือ การแปรรูปผลผลิต การแปรรูปด้วยการตากโดยอาศัยความร้อนจากแสงอาทิตย์ นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ที่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างช่องทางใหม่ในอาชีพให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี คุณธงชาติ ศรีศักดิ์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังงานทดแทน เป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นและสัมผัสถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรในสาขาต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จึงมีแนวคิดที่จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรให้ก้าวข้ามพ้นปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ด้วยการทุ่มเทคิดค้นตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์มาอย่างยาวนาน จนทำให้ได้ตู้พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนสินค้าเกษตรจากที่จำหน่ายในรูปผลผลิตสด ให้กลายเป็นสินค้าแปรรูปที่เพิ่มทั้งราคาและช่องทางการตลาด มาถึงวันนี้ ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ESIGMA ถือเป็นผลงานการคิดค้นพัฒนาล่าสุดของคุณธงชาติ ถือเป็นนวัต
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน กล่าวในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ว่า กระทรวงพลังงาน ติดตามโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง ที่บ้านหนองขาม ต.ตาคลี อ.ตาคลี จำนวน 2 แห่ง เป็นระบบสูบน้ำเพื่อการเกษตร ที่ช่วยสูบน้ำจากบ่อบาดาลโดยใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับกลุ่มครัวเรือน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน/OTOP” ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทัพชุมพล หมู่ที่ 1 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตั้งเป้าหมายสร้างฐานรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งประเทศ ไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท ต่อปี ทั้งนี้ ในอนาคตกระทรวงพลังงานจะมีการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ อีกจำนวน 5,000 ระบบ ภายใต้วงเงินงบประมาณ 3,500 ล้านบาท ภายในปี 2561 เมื่อรวมกับที่มีอยู่แล้ว จำนวน 1,088 ระบบ รวมเป็น 6,088 ระบบ จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์รวมทั้งประเทศ ไม่ต่ำกว่า 350,000 ครัวเรือน รวมพื้นที่กว่า 1 ล้านไ
บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เดินหน้าขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีความคืบหน้าของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในเวียดนามและในอาเซียนขนาด 420 เมกะวัตต์ ร่วมกับบริษัท Xuan Cau Co., Ltd. โดยจะสรุปลงนามสัญญาร่วมทุนภายในปลายเดือนเมษายนนี้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมาและหารือร่วมกับสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ โครงการดังกล่าวจะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และรับรู้รายได้ภายในเดือนมิถุนายน 2562 มั่นใจดันสัดส่วนพลังงานทดแทนและการลงทุนในต่างประเทศตามเป้า 30% ใน 5 ปี นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยเพิ่มเติมกรณี รมว.พลังงานส่งสัญญาณไม่รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในช่วง 5 ปี ไม่ได้มีผลต่อบริษัทเนื่องจากโครงสร้างรายได้หลักมาจาก โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประเภท SPP กว่า 2,200 เมกะวัตต์ จากโครงการทั้งหมดที่มีสัญญาแล้วทั้งสิ้น 2,518 เมกะวัตต์ และบริษัทมีโอกาสในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เช่นโครงการพลังงานน้ำในสปป. ลาว โครงการสายส่งในกัมพูชาและเวียดนาม และโครงการพลังงานทดแทนในฟิ
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า เปิดเผยภายหลังสัมมนาหัวข้อ “Load Forecast : ทิศทางการใช้ไฟฟ้าอนาคต” ที่สโมสรทหารบกว่า การรับฟังความเห็นครั้งนี้เพื่อนำไปสู่การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ (โหลด ฟอร์แคสต์) ที่แม่นยำขึ้น โดยทีมพยากรณ์คาดว่าปลายแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพีใหม่) ปี 2579 ไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ระดับ 45,808 เมกะวัตต์ ลดลง 3,847 เมกะวัตต์ หรือ 7.7% จากพีคปัจจุบันอยู่ที่ 49,808 เมกะวัตต์ นายทวารัฐ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนไทยลดลงส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยช่วง 20 ปีข้างหน้าที่ลดลงจาก 3.9% ต่อปี เป็น 3.78% ต่อปี ยกเว้นช่วง 1-2 ปีนี้ที่เศรษฐกิจจะเติบโต 4% ต่อปี ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ยังมาจากแผนอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งปัจจัยการผลิตไฟฟ้าใช้เองของประชาชน และเอกชน (แคปทีฟ ดีมานด์) อาทิ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนที่ลดลงอย่างมาก“ตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่
