พาราควอต
ที่แปลงทดลองปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ กลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย นำเกษตรกรกว่า 200 คน ที่เข้าร่วมโครงการปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์จากหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี เข้าดูการทำงานนวัตกรรมใหม่เครื่องกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงในแปลงมันสำปะหลังในเวลาเดียวกัน ซึ่งคิดค้นและออกแบบโดย คุณวุฒิพล จันทร์สระคู นักวิศวการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่น สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร โดยการทำงานของเครื่องกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยนี้ ใช้รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเป็นตัวลากชุดถังเก็บและโรยปุ๋ยหมัก ขนาด 300 กิโลกรัม ได้ครั้งละ 2 แถว มีอัตราการโรย 500-1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ส่วนด้านล่างของถังโรยปุ๋ยหมัก ติดตั้งชุดกำจัดวัชพืชแบบผาลจาน ขนาด 4 ผาล และสามารถปรับมุมเอียงของผาลใช้ไถพลิกดินได้ตามสภาพดินในไร่มันสำปะหลังของแต่ละพื้นที่ การคิดค้นและออกแบบชุดกำจัดและโรยปุ๋ยไปพร้อมกันนี้ คุณวุฒิพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากการทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์หรือไร่มันสำปะหลังทั่วไป ซึ่งเริ่มปลูกในเดือนเมษายนของทุกปี กว่าหัวมันจะโตเก็บเกี่ยวได้ เกษตรกร
ผู้ค้าพาราควอตจันทบุรีเร่งสั่งสินค้ามาขายเพิ่ม หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายยืดเวลาขายออกไปให้อีก 6 เดือน ถึง 1 มิ.ย. 63 ชี้เกษตรกรยังต้องการ ขายดียันไม่ขึ้นราคา คาดอีก 6 เดือน เคลียร์สต๊อกได้หมด เผยหากรัฐแบนจริง ปัญหา “ตลาดมืด” โผล่แน่ ด้านตัวแทนจำหน่ายจังหวัดกระบี่เร่งทยอยขาย ครบ 6 เดือน ไม่สั่งมาจำหน่ายแล้ว ชี้เกษตรกรรุ่นใหม่หันทำแปลงใหญ่ใช้สารเคมีลดลง หันขาย “สารอินทรีย์” อันตรายน้อยกว่าแทน แม้ราคาสูงกว่า หลังการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 มีมติให้ขยายระยะเวลาการแบน 3 สารเคมี ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ออกไป 6 เดือน จนถึง วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ส่วนไกลโฟเซตนั้นให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ คือเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่่สามารถผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก มีไว้ในครอบครองได้ เพียงแต่เกษตรกรผู้ใช้ต้องขึ้นทะเบียนและผ่านการอบรมนั้น นายวิสุทธิ์ นพพันธ์ ผจก.บริษัท จันทบุรีคลังเกษตร จำกัด อ.มะขาม จ.จันทบุรี กล่าวว่า การยืดเวลาแบน 3 สาร ไปอีก 6 เดือน ทำให้ร้านจำหน่ายสามารถเคลียร์สต๊อกได้เป็นศูนย์แน่นอน เพราะปกติสต๊อกใกล้หมดแล้ว จากการเตรียมตัวแบน ในวันที่ 1 ธันวาคม
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีความสงสัย อยากรู้ความหมายของ LD50 นั้นคืออะไร มีนักวิชาการบางท่านเคยพูดถึงอักษรและตัวเลขดังกล่าว เกี่ยวพันกับสารกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด ที่กำลังมีปัญหากันอยู่ในขณะนี้อย่างไร ผมขอคำอธิบายจากคุณหมอเกษตร ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับตัวผมเองและผู้อ่านทางบ้านไปด้วยกัน อีกหนึ่งคำถาม หากมีการแบนสารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส แล้วจะมีผลกระทบกับการนำเข้าถั่วเหลือง ข้าวสาลี และข้าวโพด จากสหรัฐอเมริกาอย่างไร ผมจะคอยติดตามอ่านในคอลัมน์หมอเกษตรต่อไป ขอขอบคุณมาในโอกาสนี้ครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วรชัย พันธุเสมา พระนครศรีอยุธยา ตอบ คุณวรชัย พันธุเสมา ค่า LD50 นิยมใช้กันในทางวิชาการเท่านั้น แต่ในสังคมวงกว้างกล่าวถึงกันน้อยมาก คำถามของคุณวรชัย นับว่าก้าวหน้าและมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ดังที่คุณกล่าวมา LD50 ย่อมาจาก Lethal Dose fifty หมายถึงการให้สารพิษกับหนูทดลอง จำนวน 100 ตัว เมื่อหนูกินเข้าไปแล้วตายลง จำนวน 50 ตัว ภายในเวลา 2-4 วัน โดยมีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ต่อไปผมขออนุญาตใช้ มล./กก. แทน) หมายเหตุ เนื่องจากขนาด
ด่วน!!กก.วัตถุอันตรายเอกฉันท์ยืดแบน 2 สารไป 6 เดือน ส่วน ‘ไกลโฟเซต’ แค่จำกัดการใช้ รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน มีมติได้พิจารณาข้อเสนอของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จึงมีมติดังนี้ 1. ให้ออกประกาศกำหนดวัตถุอันตราย พาราควอต และคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้กำหนดระยะเวลาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 สำหรับวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 2. มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการจัดทำมาตรการรองรับในการหาสารทดแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับวัตถุอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส รวมถึงมาตรการในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และให้นำเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาภายในระยะเวลา 4 เดือน ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 1511/2562 เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา เรื่อง การดำเนินการกับวัตถุอันตราย ชนิดที่ 4 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 41 มาตรา 43 และมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ซึ่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 วัตถุอันตรายตามคำสั่งนี้ หมายความว่า วัตถุอันตรายไกลโฟเซต ไกลโฟเซต -เซสควิโซเดียม ไกลโฟเซต – โซเดียม ไกลโฟเซต – ไดแอมโมเนียม ไกลโฟเซต – ไตรมีเซียมไกลโฟเซต -โพแทสเซียม ไกลโฟเซต – โมโนเอทิลแอมโมเนียม ไกลโฟเซต – โมโนแอมโมเนียม ไกลโฟเซต-ไอโซโพรพิลแอมโมเนียมคลอร์ไพริฟอส คลอร์ไพริฟอส – เมทิล พาราควอต พาราควอตไดคลอไรด์และพาราควอตไดคลอไรด์ [บิส (เมทิลซัลเฟต)] ที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ออกตามความในมาตรา 18 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ข้อ 2 ให้วัตถุอันตราย ตามข้อ 1 ที่อยู่ใน
ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สมาคมชาวไร่อ้อยลำมูลบน นครราชสีมา และเกษตรกรชาวไร่อ้อยพิจิตร รวมตัวให้ข้อมูลผลกระทบและประสบการณ์ตรงการใช้สารเคมีเกษตร หวังรัฐทบทวนและหามาตรการรองรับที่ชัดเจน พร้อมเดินหน้ายื่นหนังสือ ชะลอมติยกเลิกใช้พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส นายเลียบ บุญเชื่อง ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน เปิดเผยว่า การแบน 3 สารเคมี เกษตรส่งผลกระทบรุนแรงในอุตสาหกรรมอ้อยทั้งระบบ ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งน้ำตาล เอทานอล และโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยเฉพาะ พาราควอต ช่วยให้เกษตรกรทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ลดต้นทุนการผลิต เพราะราคาพืชไร่หลายชนิดมีราคาตกต่ำ การลดต้นทุนจะช่วยให้เกษตรกรมีผลกำไรบ้าง หากต้องมาเพิ่มต้นทุน เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระ ทำให้กำไรที่น้อยอยู่แล้วยิ่งลดลง อาจถึงขั้นขาดทุนได้ ส่วนการใช้แรงงานคนมาถอนหญ้า หรือดายหญ้านั้น ด้วยประสบการณ์ 1 คน ในเวลา 1 วัน สามารถดายหญ้าได้ไม่ถึงครึ่งงานเลย ยิ่งในช่วงหน้าฝน ฝนตกชุก หญ้าขึ้นหนาแน่น ยิ่งทำงานยาก ดังนั้น การปลูกพืชเป็นหลายร้อยไร่ ระดับอุตสาหกรรม การใช้แรงงานคนจึงไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากนี้ นโยบายรวมแปลงท
สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย สมาคมเกษตรปลอดภัย สมาคมตัวแทนเกษตรกร และเครือข่ายพันธมิตร กลุ่มพืชเศรษฐกิจ ยื่นหนังสือขอเข้าพบ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงเกษตรกรเดือดร้อนหนัก ห้ามแบนพาราควอต เนื่องจากไร้สารทดแทนที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนเท่าเทียมกัน พร้อมขอเหตุผลการแบน 3 สารของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ร้องเรียนรัฐห่วงสุขภาพประชาชนจริง หยุดนำเข้าผักผลไม้พิษจากประเทศที่ยังใช้สารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิดอยู่ นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ผล ได้สนับสนุนมาตรการจำกัดการใช้สาร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีมติการแบนสารดังกล่าวขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เกิดความสับสน เนื่องจากการตัดสินขัดแย้งกับมติเดิมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ที่อนุญาตให้ใช้ 3 สารดังกล่าวได้ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้ จึงยื่นหนังสือขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตรว่าต้องการให้มีการช่วยเหลืออย่างไรหลังมีการแบน 3 สารเคมี เพื่อจะได้นำมาเป็นชุดช่วยเหลือเกษตรกรสำหรับการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งเบื้องต้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานว่า เตรียมผลักดันให้สหกรณ์จัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อให้บริการสมาชิกในราคาถูก ซึ่งจะทำรายละเอียดเพื่อเสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี “ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด เดี๋ยวดิฉันจะเร่งดู แล้วเสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ทันที ว่าจะใช้งบจากไหน เท่าไร โดยยอมรับว่าการเลิกใช้ 3 สาร เกษตรกรอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่สามารถทำได้และจะต้องเริ่มทำเพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภคและลดการป่วยของคนไทย” นางสาวมนัญญา กล่าว นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติแบน 3 สารเคมี 1 เดือน ได้ให้ทีมเจ้าหน้าที่ กสส. ลงสอบถามสหกรณ์ถึงความต้องการของสมาชิกสหกรณ์ หากมีการแบน 3 สาร ซึ่งต้องเตรียมล่วงหน้า ไม่ว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย
เกษตรกร 5 ล้านครัวเรือน คัดค้านการแบน 3 สาร หยุดรัฐปล้นเกษตรกร พร้อมเดินทัพกว่า 1,000 ราย ฟังการตัดสิน 22 ตุลานี้ สมาคมเกษตรปลอดภัย สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนและมังคุดแห่งประเทศไทย สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดชุมพร ชมรมผู้ปลูกมะนาวแห่งประเทศไทย ศูนย์ประสานงานโรงงานน้ำตาลลุ่มน้ำแม่กลอง กลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมข้าวโพดหวาน สมาคมส่งเสริมธุรกิจพืชอาหารสัตว์ สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย สภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ คัดค้านแบน 3 สาร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส วอนรัฐหยุดปล้นเกษตรกร พร้อมเกษตรกรกว่า 1,000 ราย เดินทางไปรับฟังผลการตัดสินวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า ไทยเป็นประเทศกสิกรรม พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน ต้องพึ่งพาน้ำฝนเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางปีก็แล้ง บางปีก็ท่วม รวมทั้ง พืชปลูกส่วนใหญ่ก็ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมหรือเรียกว่าเกษตรอุตสาหกรรม สารเคมีเกษตรเป็นปัจจัยการผลิตที่จำเป็นต่อการทำเ
ตามกระแสข่าวโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความว่าประเทศไทยจะประกาศห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิตการใช้สารเคมีอันตรายในภาคเกษตรกรรม 3 ชนิด คือ พารา ควอต ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส เพราะเป็นสารอันตรายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงจะให้ยกเลิกการใช้ และจะมีแนวทางการบริหารจัดการอย่างไรสำหรับสารเคมีตัวอื่นที่มีอยู่ในท้องตลาดหลายยี่ห้อ และจะมีแนวทางในการใช้สิ่งใดทดแทนที่มีประสิทธิภาพทั้งเชิงป้องกันกำจัดและสะท้อนต้นทุกการที่ผลิตที่เหมาะสม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสำนักงานบริการวิชาการ ร่วมกับคณะเกษตร จะจัดเสวนาเรื่อง “ถ้าแบน 3 สาร อะไรจะเกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรมไทย” ในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อเผยแพร่ความรู้ การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมเสวนากับวิทยากร เพื่อประมวลจัดทำสรุปประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมีอันตรายในภาคเกษตร 3 ชนิด และสารเคมีที่มีพิษตัวอื่นๆ ด้วย เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และความ
