พาราควอต
กรมวิชาการเกษตร ยันขาดความเชี่ยวชาญด้านอันตรายต่อมนุษย์ ต้องส่งเรื่องพาราควอต และ คลอร์ไพริฟอส ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายชี้ชะตา ดีเดย์พร้อมส่งข้อมูลภายในสัปดาห์นี้ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยกรณีมีข่าวว่ากรมวิชาการเกษตรยื้อเวลาการใช้วัตถุอันตราย 2 ชนิด ได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ออกไปโดยส่งเรื่องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณานั้น ไม่เป็นความจริงเพราะการส่งเรื่องการพิจารณาวัตถุอันตรายพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส พร้อมข้อมูลทางวิชาการที่กรมวิชาการเกษตรรวบรวมทั้งหมด รวมถึงข้อกังวลด้านสุขอนามัยโดยเฉพาะอันตรายต่อมนุษย์ ไปให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายนั้น คณะกรรมการชุดดังกล่าวมิใช่คณะกรรมการที่กรมวิชาการเกษตรตั้งขึ้น แต่เป็นคณะกรรมการตาม พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาเพื่อขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ระบุว่า หากจะดำเนินการเพิกถอนทะเบียนด้วยเหตุผลที่วัตถุอันตรายนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ สิ่งมีชีวิตโดยไม่มีวิธีการปกติในการที่จะป้องกันได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยคำแนะนำข
ความพยายามในการเคลื่อนไหวของภาคเอกชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้รัฐบาล “ยกเลิกมติ” ของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ซึ่งมีมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมี 2 ชนิด คือ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส โดยถูกกำหนดให้เป็นวัตถุอันตรายชนิด 4 ที่ไม่อนุญาตให้มีการใช้ และระหว่างนี้จะ “ไม่อนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนเพิ่ม ไม่ต่ออายุทะเบียน” และต้อง “ยุติการนำเข้า” ภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2560 และ “ยุติการใช้สารเคมี” ทั้ง 2 ตัว ในวันที่ 1 ธ.ค. 2562 เพื่อให้ทุกฝ่ายมีเวลาเตรียมตัว รวมถึงการเตรียมออกหลักเกณฑ์ควบคุมการใช้ “ไกลโฟเสต” โดยระบุว่า พาราควอตจัดเป็นยาพิษที่มีความรุนแรง ไม่สามารถหายถอนพิษได้ ที่ผ่านมา 47 ประเทศทั่วโลกยกเลิกการใช้แล้ว เริ่มจากผู้บริหารกลุ่มบริษัทซินเจนทา ประเทศไทย ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ออกมาบอกว่า หากไม่มีสารพาราควอตใช้ จะกระทบโดยตรงแก่เกษตรกรทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เพราะหากต้องใช้แรงงานคนในการถอนหญ้าจะเสียค่าใช้จ่ายต่อไร่สูง ทั้งยังมีปัญหาแรงงานขาดแคลน ทั้งนี้ หากหันไปหาสารทดแทนต
