พืชเศรษฐกิจ
นายศิริพล พิพัฒน์รัตนเสรี นายอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ ทองขาว เกษตรอำเภอย่านตาขาว เดินทางไปยังแปลงต้นขาไก่ หมู่ที่ 1 บ้านโลหะหาร ตำบลหนองบ่อ ที่มี นางอำไพ ตันธนาภินันท์ เป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าส่งเสริม เพื่อปลูกแซมในสวนยางพารา หรือสวนผลไม้ สร้างรายได้ดี เป็นที่ต้องการของตลาดในท้องถิ่น โดยเก็บใบอ่อนขาย ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ดีกว่าผักเหมียง ที่ขายกิโลกรัมละ 50-60 บาท อีกทั้งยังนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ ผักลวกจิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมันหอย แกงเลียง เนื่องจากเป็นพืชที่มีคลอโรฟิลล์สูง ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงสายตาและบำรุงโลหิต สำหรับต้นขาไก่ มีลักษณะทรงพุ่มคล้ายต้นผักเหมียง มีรสชาติหวาน หอม และมัน ทั้งนี้ นอกจากนางอำไพแล้วยังมีเกษตรกรหลายรายทั้งในตำบลหนองบ่อ อำเภอย่านตาขาว และจากตัวเมืองตรัง มาสั่งซื้อต้นพันธุ์ ผู้สนใจ โทร.สอบถามได้ที่ (089) 593-0489 ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด ภาพจาก: http://www.nanagarden.com
เชื่อไหม ฉันเพิ่งรู้จักหม่อนเมื่อไม่นานนี้เอง หม่อน ผลไม้ช่อเล็กๆ น่ารักๆ เปรี้ยวอมหวาน ลูกแดงๆ ถ้าเข้มจนดำก็จะมีความหวานเพิ่มขึ้น เริ่มแรกเพื่อนนักเขียนรุ่นน้องเอามาให้สองต้น เธอเพาะใส่ถุงดำมาพร้อมกับบอกว่าปลูกง่ายมากค่ะ ที่บ้านมีสองต้นใหญ่ๆ เก็บกินไม่ทันเลย ต้องแจกเพื่อนบ้าน ตัดกิ่งใส่ถุงปักไว้แจกๆ กันไปปลูก เริ่มปลูกหม่อนสองต้นแรกและตอนนี้ออกลูกเล็กๆ ให้ตื่นเต้นได้แล้ว ผลสีเขียวคล้ายๆ เงาะ แต่เล็กมาก สำหรับคนปลูกต้นไม้ฉันคิดว่ามันน่าตื่นเต้นทุกช่วง ไม่ว่าจะแตกใบใหม่ หรือออกดอก ผล ต่อมาเริ่มปลูกเพิ่มขึ้นอีกสองสามต้น เพราะเมื่อเปิดห้องสมุดที่บ้าน ทำบ้านเป็นห้องสมุดให้ใครๆ เข้ามาอ่านมาใช้ได้ด้วย ในวันเปิดห้องสมุดกระท่อมทุ่งเสี้ยว ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นข้าราชการของเทศบาล นำหม่อนใส่ตะกร้ามาให้ หยิบกินกันเพลินและรู้สึกชอบรสชาติขึ้นมา จึงหาพันธุ์มาปลูกเพิ่มอีกสามต้น ปลูกง่ายจริงๆ ติดทุกต้นและเริ่มให้ลูกผลแล้ว วันนี้เริ่มชอบขึ้นมาจริงๆ เพราะปลูกง่าย และไม่ต้องดูแลมากนัก ปลูกไว้เก็บกินเล่นๆ และถือว่าเป็นไม้ประดับได้ด้วย เรียกว่าไม้ประดับที่กินได้ แบบเดียวกับเชอร์รี่ป่า ส้มจี๊ด และอื่นๆ นั่นแหล
แม้ภาพใหญ่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก คือ ภาคอุตสาหกรรม แต่การประชุมหอการค้า 5 ภาค ที่จังหวัดอยุธยาครั้งล่าสุด ยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกกลับชูธงเรื่องเกษตร วางแผน 5 ปี ไว้ถึง 5 ยุทธศาสตร์ 34 กลยุทธ์ และ 65 โครงการ สำหรับกลุ่มภาคตะวันออก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สมุทรปราการ และสระแก้ว Flag Ship ภาคเกษตร “ปรัชญา สมะลาภา” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก กล่าวว่า จากโครงการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดในอดีต ทำให้ภาคตะวันออกได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่กลับทิ้งคนไว้ข้างหลังจำนวนมาก ดังนั้นวันนี้จะไม่พูดเรื่องซูเปอร์คลัสเตอร์ หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากรัฐบาลเดินเครื่องอย่างเต็มที่แล้ว แต่เราจะกลับไปดูคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งส่วนมากคือคนที่อยู่ในภาคเกษตร สำหรับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกจะใช้จันทบุรีเป็นเซ็นเตอร์เรื่องผลไม้ปลอดภัยมุ่งสู่ออร์แกนิกคือมังคุด
คําพังเพย คือ ถ้อยคำอุปมาที่กล่าวกระทบเสียดสี ซึ่งมาจากเหตุการณ์เรื่องราว หรือความเป็นไปในชีวิตของคน รุ่นก่อน เก่าแก่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และจำเป็นอย่างยิ่ง มีโอกาสรับรู้ เข้าใจได้ก็อาจจะนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตเรา ย่อมมี “คุณค่า” ยิ่งสำหรับเราๆ โดยเฉพาะในโอกาสคุยสนทนา เกี่ยวกับความรู้ ประสบการณ์ ซึ่งเกิดในชั้นเรียน วงการสนทนา วงการปราศรัย วงการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้ บางคนบางท่านชอบพูด ชอบแสดงออก ชอบพูดแสดงความรู้ ในลักษณะที่โอ้อวด อวดรู้ กับ “ผู้ที่รู้เรื่องดีกว่า” เช่น “เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน” หรืออีกคำหนึ่งที่เราคงจะได้ฟังกันบ่อยๆ “กบในกะลาครอบ” เป็นการว่ากระทบกระเทียบอุปมาว่า “มีความรู้น้อยหรือประสบการณ์น้อย มักนึกว่าตัวเองรู้มาก” คำพังเพยสองคำที่กล่าวนั้น มีชื่อผลไม้ที่เป็นตัวร่วมคือ “มะพร้าว” กับ “กะลา” ซึ่งบ่งบอกเกี่ยวกับความรู้ประสบการณ์ เปรียบได้ไม่ผิดเพี้ยนกับ “โง่อวดฉลาด” พอพูด “มะพร้าว” ตามที่ปรากฏอยู่ในคำพังเพยถูกนำมาใช้กับภาษาศิลป์ เป็นคำพังเพย ผู้เขียนพยายามเชื่อมโยงคิดว่าน่าจะมี “คุณค่ามาก” ที่สุด และมีค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ต่อไปว่า คุณค่าของมะพร้าว ผลเขียว
พริกไทยอ่อน พืชเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้หลักล้านบาท เริ่มกลับมาสดชื่นมีชีวิตชีวา เขียวชอุ่มอีกครั้ง พร้อมแตกช่ออ่อน รอเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนกันยายน เป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรหลายคนยึดเป็นอาชีพหลัก แม้จะลงทุนสูง แต่ราคาไม่ตก ผลผลิตออกมามีตลาดรองรับหมด ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลายครอบครัวที่นั่นยึดอาชีพปลูกพริกไทยอ่อน เป็นพืชที่ดูแลไม่ยาก เป็นพืชยืนต้นที่มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนานระหว่าง10-20 ปี ไม่ต้องมาปลูกบ่อยๆ และระยะเวลาไม่นานพริกไทยกลับกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ราคาไม่เคยตกต่ำลงมาเลย พริกไทยราคาดีมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงแล้งราคาพริกไทยสูงมาก ราคาสูงถึง 300-350 บาท นางปัญญา มีเนตรขำ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.8 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เปิดเผย ครอบครัวของตนปลูกพริกไทยอ่อน ที่มีทรงพุ่มใหญ่ ต้นใหญ่ ใบใหญ่กว่าพริกไทยพันธุ์อื่น จำนวน2,245 หลัก บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ โดยปลูกมานานกว่า 10 ปีแล้ว การปลูกพริกไทย หลายคนมองข้ามและให้ความสนใจในการปลูกพริกไทยกันน้อยนั้นส่วนหนึ่งก็มา
