มกอช.
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดให้มีโครงการส่งสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทุกปี ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่อง ตั้งปี พ.ศ. 2557 สืบเนื่องมาจนถึง ปี พ.ศ. 2567 โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งมอบผลิตภัณฑ์การเกษตรคุณภาพ ส่งตรงจากเกษตรกร ถึงมือประชาชน รวมไปถึงการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชม พร้อมกับได้รับความรู้ทางการเกษตร ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน รวมไปถึงการสร้างรายได้ในครัวเรือนให้กับเกษตรกร โดยในปีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้สังกัดจัดทำโครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร ประจำปี พ.ศ.2567 โดยในปีนี้กำหนดให้มี กิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) มอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง 2) เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 3) เสริมพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ ในส
เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เผยฝ่ายญี่ปุ่นแง้มข่าวดีเตรียมอนุญาตนำเข้าส้มโอไทยทุกสายพันธุ์ จากเดิมอนุญาตเพียงส้มโอทองดี คาดญี่ปุ่นไฟเขียวในปี 2567 พร้อมทั้งถกหน่วยงานญี่ปุ่นสานต่อโครงการความร่วมมือเชิงวิชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ร่วมยกระดับมาตรฐานและดันจุดแข็งสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่าจากการแสดงฉลากสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพบนสินค้าเกษตร นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และคณะผู้แทนไทยจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ (MHLW) ของญี่ปุ่น สำนักงานกิจการผู้บริโภค กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (MOFA) และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เพื่อผลักดันการเปิดตลาดส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งและส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ในการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมในความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหาร ภายใต้กรอบ JTEPA ครั้งที่ 13 ในการประชุมครั้งนี้ฝ่ายญี่ปุ่นได้เผยข่าวดีเตรียมอนุญาตนำเข้าส้มโอไทยทุกสายพันธุ์ เน
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มะม่วงเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการปลูกแพร่หลายในทุกภูมิภาค เป็นที่นิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกมะม่วงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยในปี 2564 มะม่วงผลสดและแช่เย็นจนแข็ง มีปริมาณการส่งออก 116,850 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3,367 ล้านบาท มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย และยุโรป โดยพันธุ์ที่นิยมสำหรับการค้าและส่งออก ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงมันขายตึก มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงมหาชนก มะม่วงโชคอนันต์ มะม่วง ฟ้าลั่น และมะม่วงทวายเดือนเก้า โดยมีพื้นที่การผลิตมะม่วงประมาณ 2 ล้านไร่ ผลิตมากที่จังหวัดเชียงใหม่ เลย สุโขทัย พิจิตร ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี และพิษณุโลก ซึ่งตลาดการส่งออกมะม่วงของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้น จากการเจรจาเปิดตลาดเขตการค้าเสรี (Free Trade Area) ทำให้ปลอดการเก็บภาษีนำเข้ามะม่วงจากไทยกับประเทศ
มกอช. เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่โครงการหลวง ยกระดับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดันฟาร์มปลาเรนโบว์เทราต์-ปลาสเตอร์เจียน เข้ามาตรฐาน GAP นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า สัตว์น้ำจัดเป็นสินค้าที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและจําเป็นสำหรับการบริโภค ปัจจุบันผลิตผลสัตว์น้ำได้จากการเพาะเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น มาตรฐานความปลอดภัยในการผลิตสัตว์น้ำจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารจัดการระบบการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภค คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรจึงได้กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค (มกษ. 7436-2563) เป็นมาตรฐานทั่วไป โดยมาตรฐานนี้ มีขอบข่ายครอบคลุมกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งการเลี้ยงในบ่อและการเลี้ยงในแหล่งน้ำสาธารณะ ตั้งแต่การเลี้ยง การจับ จนถึงหลังการจับก่อนการขนส่งออกจากฟาร์ม แต่ไม่ครอบคลุมสัตว์น้ำ 3 ชนิด ได้แก่ จระเข้ สาหร่ายทะเล และกุ้งเครย์ฟิช และมาตรฐานนี้มีจุดเด่น คือ เกษตรกรสามารถขอการรับรองสัตว์น้ำหล
มกอช. รุก “เกษตรอินทรีย์” ติวเข้มคนเมือง สร้างความตระหนักรู้การทำเกษตรอินทรีย์ ช่วงโควิดผลิตอาหารปลอดภัย ผ่านกูรูมากประสบการณ์ นายครรชิต สุขเสถียร รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในปัจจุบัน ส่งผลให้กระแสความนิยมการทำเกษตรกรรมในเมืองเกิดขึ้น และกระจายตัวอยู่ในพื้นที่เมืองทั่วไป โดยเริ่มตั้งแต่การปลูกผักในสวนกระถางตามคอนโดมิเนียม สวนผักหลังบ้าน สวนผักของหมู่บ้านหรือชุมชน สวนผักตามโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย สวนผักตามหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชน สวนผักตามร้านอาหาร โรงแรม หรือ ศูนย์การค้า เป็นต้น โดยผู้ที่สนใจทำเกษตรกรรมในเมือง เนื่องจากห่วงสุขภาพตนเอง จึงแสวงหาการปลูกผักด้วยตนเองเพื่อลดการบริโภคผัก และผลไม้ในท้องตลาด ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากสารเคมีปนเปื้อน และเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย ดังนั้น การเกษตรกรรมในเมืองจึงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผนวกกับการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการผลิตเกษตรอินทรีย์ สอดคล้องกับบริบทของชุมชนเมือง ภายใต้สถานการณ์ COVID-1
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ครั้งที่ 1/2564 โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุมธารทิพย์ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ นายพิศาล กล่าวว่า การประชุมดังกล่าว เพื่อรับทราบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ภายใต้คณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 4 คณะ รวมทั้ง พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ของแต่ละคณะ ได้แก่ คณะอนุการขับเคลื่อนการสร้างข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างแพลตฟอร์มกลาง “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ และคณะอนุกรรมกา
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เผยข่าวดีหลังเจรจากับเม็กซิโกเปิดตลาดผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดเป็นผลสำเร็จ เปิดทางยกระดับอาหารภูมิปัญญาพื้นบ้านไปสู่ตลาดโลก สร้างรายได้เกษตรกร กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ที่ผ่านมา มกอช. และกรมปศุสัตว์ ได้ผนึกกำลังเปิดตลาดจิ้งหรีดเม็กซิโก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าจิ้งหรีดหลักของโลก โดยได้ร่วมจัดทำข้อมูลทางเทคนิคและเจรจากับสำนักงานแห่งชาติด้านสุขอนามัยความปลอดภัย และคุณภาพของการเกษตรและอาหาร (Servicio Nacional de Sanidad, Inocuidad y Calidad Agroalimentaria หรือ SENASICA) ของเม็กซิโก จนทำให้เม็กซิโกมีความเชื่อมั่นและให้การยอมรับระบบการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของการผลิตจิ้งหรีดตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงโรงงาน รวมทั้งมาตรการด้านสุขอนามัยและกระบวนการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนการส่งออกของประเทศไทย ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เม็กซิโก ได้ประกาศอนุญาตการนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้ประกาศข้อกำหนดด้านสุขอนามัยสัตว์ (Zoosanitary Requirement
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ช้างบ้านนับเป็นต้นทุนที่สำคัญในหลายๆ ด้านของประเทศ ทั้งต้นทุนทางวัฒนธรรม ประเพณีและประวัติศาสตร์ ต้นทุนทางธรรมชาติ และต้นทุนทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันช้างมีบทบาทด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย และสร้างรายได้ ที่สำคัญให้ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ และอัตลักษณ์ของการท่องเที่ยวของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม พบว่าปางช้างบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติที่ดีในการจัดการเลี้ยงช้างที่ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องสุขภาพช้างและหลักสวัสดิภาพสัตว์ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพช้างและการทารุณกรรมช้าง คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงมีมติเห็นควรให้ มกอช. พิจารณาจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องกับปางช้าง เพื่อการปรับปรุงการปฏิบัติที่ดีในการจัดการเลี้ยงช้างที่ถูกต้องและเหมาะสม ให้เป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ แก้ไขปัญหาการทารุณกรรมช้าง รวมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานปางช้างไทย โดย มกอช. ได้จัดทำร่างมาตรฐานเสนอคณะกรรมการวิชาการพิจารณาร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง และเม
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 1/2564 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อดำเนินการประกาศ เป็นมาตรฐานทั่วไปของประเทศต่อไป ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ จำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ 1.น้ำนมควายดิบ 2.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มควายนม 3.แนวปฏิบัติในการใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มควายนม 4.การชันสูตรโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร 5.การปฏิบัติที่ดีสำหรับศูนย์รวบรวมน้ำยางสด 6.แนวทางปฏิบัติสำหรับการบรรจุหีบห่อและการขนส่งผักและผลไม้สด 7.การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงเชือดชำแหละจระเข้ และ8.แนวปฏิบัติในการใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบในการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดีสำหรับโกโก้ 2.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มปศุสัตว์เพื่อการบริโภค และ 3. การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล พร้อมกับเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาก
มกอช. เดินหน้าอบรบเครือข่าย Q อาสา ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่/ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) พัฒนายกระดับสู่ที่ปรึกษา-ผู้ตรวจประเมินเกษตรกร ด้านมาตรฐาน GAP พืชอาหาร ลุยขับเคลื่อนการผลิตพืชอาหารปลอดภัย นายครรชิต สุขเสถียร รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ในฐานะหน่วยงานด้านการมาตรฐานสินค้าเกษตร ที่ต้องการส่งเสริมผลักดันการนำมาตรฐานไปใช้ ครอบคลุมทั้งสินค้าพืช ประมง และปศุสัตว์ ตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่เนื่องด้วย มกอช. ไม่มีหน่วยงานในระดับภูมิภาค จึงทำให้เกิดช่องว่างในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารระหว่างเจ้าหน้าที่ มกอช. กับผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จึงได้กำหนดให้มีโครงการ Q อาสา ขึ้น เพื่อสร้างบุคลากรที่เป็นเสมือนตัวแทนของ มกอช. เป็นที่ปรึกษาด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร มีความสามารถในการตรวจประเมินเบื้องต้น (Pre auditor) และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรเพื่อปรับเปลี่ยนการปฏิบัติให้สอดคล้องตามเกณฑ์ของมาตรฐานสินค้าเกษตร ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559-2563 มกอช. ได้มีการฝึกอบรมสร้างอาสาสมัครเกษตรสาขา Q อาสา ไปแล้วในพื้นที่
