มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ทุกวันนี้ คนไทยหันมาเลี้ยง “หมา-แมว” เป็นเสมือนลูกมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยอยู่ที่ 14,200 บาทต่อตัวต่อปี มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโตต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 8.4% ต่อปี คาดปี 2569 มีเม็ดเงินสูงถึง 66,748 ล้านบาท “ทรายแมว” เป็นหนึ่งในไอเท็มสำคัญ ที่คนเลี้ยงแมวต้องมีติดบ้าน โดยธรรมชาติ แมวเป็นสัตว์รักความสะอาดและขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง ทรายแมวซึ่งเป็นวัสดุรองรับอุจจาระและปัสสาวะของแมวจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเลี้ยงแมวในคอนโดฯ หรือในพื้นที่จำกัดได้อย่างดี ปัจจุบัน ทรายแมวจากวัสดุธรรมชาติเป็นสินค้าขายดีที่ได้รับความนิยมจากทาสแมวจำนวนมาก เพราะสินค้ากลุ่มนี้ แม้มีราคาสูงแต่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่กดลงชักโครก หรือใช้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ได้อีก ในท้องตลาดมีสินค้าทรายแมวจากวัสดุธรรมชาติหลากหลายขนิด เช่น ทรายแมวเต้าหู้ ทรายแมวไม้สน ทรายแมวจากข้าวบาร์เลย์ ทรายแมวจากวอลนัท ฯลฯ ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้นำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนทรายแมวที่คนไทยผลิตได้เอง เช่น ทรายแมวจากซังข้าวโพด ทรายแมวจากมันสำปะหลัง ทรายแมวจากก
นักวิชาการ ชู “กุ้ง” สัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของไทย มีโปรตีนสูง ไขมันน้อย มีโอเมก้า-3 ใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู รสชาติอร่อย อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะกับเทศกาลท่องเที่ยวสังสรรค์ ผศ.ดร.จุฑา มุกดาสนิท ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลเฉลิมฉลอง มีกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวและงานรื่นเริงสังสรรค์จัดเลี้ยงหลากหลาย ทำให้มีการบริโภคในหลายรูปแบบและรับประทานอาหารกันคึกคัก หนึ่งในวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมนำมาทำเป็นเมนูในช่วงเทศกาลปาร์ตี้ หรือต้อนรับแขกคนสำคัญคือ “กุ้ง” เพราะรับประทานง่าย รสชาติหวานอร่อย จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก ที่สำคัญประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของโลก ทำให้กุ้งมีเพียงพอต่อความต้องการไม่ขาดแคลน “กุ้ง” เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย อาทิ แคลเซียม (Calcium) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) แมกนีเซียม (Magnesium) และซีลีเนียม (Selenium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และมีกรดอะมิโนที่จำเป็น เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย มีไขมันน
โปรตีนจากแมลง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคต ซึ่ง “ด้วงสาคู” เป็นแมลงกินได้ที่กำลังได้รับความนิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และถือเป็นแมลงเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เนื่องจาก เพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนักและปริมาณโปรตีนสูง สามารถใช้ได้ทุกสัดส่วน จึงขายได้ราคาดี แต่การเพาะเลี้ยงด้วงสาคูในปัจจุบัน เกษตรกรยังประสบปัญหาเรื่องการจัดการของเสียในระบบการเลี้ยงฯ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิตรวมถึงสภาพแวดล้อมและชุมชน เช่น ลำไส้ด้วงสาคูมีสีดำ เนื้อด้วงสาคูมีกลิ่นเหม็น ขณะเดียวกันเกษตรกรไม่สามารถผลิตด้วงสาคูได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการแปรรูปด้วงสาคูในระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังพบว่าการเลี้ยงด้วงสาคูด้วยโรงเลี้ยงในปัจจุบัน ยังมีปัญหาเรื่องแมลงอื่นเข้ามารบกวน วางไข่และกินอาหารที่เน่าเสีย ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อรารวมถึงไร ซึ่งเป็นศัตรูของการเลี้ยงด้วงสาคู ทำให้ได้จำนวนผลผลิตที่ไม่แน่นอนในแต่ละรอบของการเพาะเลี้ยง และที่สำคัญยังเกิดการหลุดรอดของตัวเต็มวัยของด้วงสาคูซึ่งเป็
กระทรวง อว. โดย บพข. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตร พัฒนา “ระบบประเมินน้ำหนักออนไลน์อัจฉริยะ” ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีก ลดภาระงานเกษตร ลดความเครียดของสัตว์จากการถูกรบกวน เพิ่มความแม่นยำ ยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ปีก เติมเต็ม Ecosystem ให้ระบบ Smart Farm อุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีกถือเป็นธุรกิจหลักของประเทศไทย โดยเฉพาะ “ไก่” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งและเนื้อไก่แปรรูป ปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาท และมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ปัจจุบันทั่วโลกยังนิยมบริโภคโปรตีนจากเนื้อไก่สูงกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ภาคการผลิตรวมถึงเกษตรกร จึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการการเลี้ยงไก่ในฟาร์ม ในรูปแบบของ “สมาร์ท ฟาร์ม” (Smart Farm) หรือโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต แก้ไขปัญหา เพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดีระบบ Smart Farm ที่ใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ ไอโอที (IoT) ในการตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมของโรงเรือนหรือควบคุมการให้อาหารและน้ำ แต่
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำหนังสือ “ความสามารถทางพันธุกรรมพ่อแม่พันธุ์กระบือ 2566” พัฒนาศักยภาพทางพันธุกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระบือไทย พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกร นำไปสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดย โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย (Buffalo Modern Farm) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย หน่วยวิจัยเฉพาะทางพันธุศาสตร์สัตวเขตร้อนชื้น (Tropical Animal Genetic Special Research Unit; TAGU) ยังคงทุ่มเทในการอนุรักษ์และพัฒนาศักยภาพทางพันธุกรรมของกระบือไทย เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิต พร้อมทั้งพัฒนาฐานข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของเกษตรกรไทย ให้สามารถผลิตกระบือได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพดีเพียงพอเพื่อสร้างโอกาส รายได้ และผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ล่าสุด ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันจัดทำ “หนังสือความสามารถทางพันธุกรรมพ่อแม่พันธุ์กระบือ 2566 หรือ Buffalo Sire and Dam Summary 2023 (ISBN: 978-616-94343-0-6)” ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสามารถทางพันธุกรรม (Estimated Breeding Value; EBV) ของพ่อแม่พันธุ์กระบือท
6 สิงหาคม 2567 กรุงเทพฯ – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับทีมวิจัยจาก กรมประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวเปิดโครงการความร่วมมือ ‘ชริมป์การ์ด’ (ShrimpGuard): การพัฒนาสูตรผสมของแบคทีริโอฟาจ (bacteriophage) หรือฟาจ (phage) และสารเสริมชีวนะเพื่อต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย Vibrio spp. ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกุ้งเลี้ยง’ หรือ ‘ชริมป์การ์ด’ โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 41,605,962 บาท จากศูนย์วิจัยการพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Research Centre: IDRC) ประเทศแคนาดา และกระทรวงสาธารณสุขและสังคม (Department of Health and Social Care) แห่งสหราชอาณาจักร ระยะเวลาดำเนินการ 32 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนธันวาคม 2569นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า การเพาะเลี้ยงกุ้งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร สำหรับประเทศกำลังพัฒนา ประเ
วันที่ 12 มีนาคม 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตระหนักถึงสถานการณ์น้ำที่แปรปรวน การปรับเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วม น้ำแล้ง สลับกันไป จึงมีงานวิจัยที่ช่วยในการเพิ่มความถูกต้องในการทำนาย จำลองสภาพล่วงหน้า ช่วยในการตัดสินใจ และเตรียมตัว รับมือกับภัยแล้ง และภัยน้ำท่วมได้ดียิ่งขึ้น วช. จึงจัดให้มีการแถลงข่าว “แนวโน้มสถานการณ์น้ำ 67-68 และมาตรการการปรับตัว” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดงานและชี้แจงวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหาร วช. ซึ่งมี รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ประธานบริหารแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนงานบริหารจัดการน้ำ ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ นักวิจัยศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา ดร.กนกศรี ศรินนภากร หัวหน้างานภูมิอากาศและสภาพอากาศ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ผศ.ดร.ไชยาพงษ์ เทพประสิทธิ์ และ ผศ.ดร.จุติเทพ วงษ์เพ็ชร์ คณะวิศ
บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนกลุ่มธุรกิจอาหาร ร่วม “โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ตามแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ BCG Model” ประจำปี 2567 เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารธุรกิจตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ชูคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จักราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้นแบบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารสีเขียวสู่ผู้บริโภค หนุนซีพีเอฟก้าวสู่การเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ Net-Zero ในปี 2050 นายรองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการ อบก. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการต้นแบบของการพัฒนาการผลิตแบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจ BCG และยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (Thailand’s Long-Term Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ของไทย ในปี 2050 และเป้าหมาย Net-Zero GHG Emission ในปี 2065 ทั้งนี้ องค์กรภาคธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 6
ชมพูพันธุ์ทิพย์ถือเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ซึ่งจะออกดอกสีชมพูสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นหนึ่งในจุดเช็กอิน ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากชื่นชอบถ่ายรูปเก็บบรรยายกาศอันสวยงามร่วมกับครอบครัว “นันทนัช อนันทาวุฒิ” หรือ คุณปลาย หัวหน้างานยานพานหนะและภูมิทัศน์ กองบริการกลาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ผู้อยู่เบื้องหลังความงดงาม พลังแห่งสีชมพู ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เนื่องจากคุณปลายทำหน้าที่ดูแลต้นไม้พร้อมสำรวจวิจัยเรื่องการออกดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ ร่วมกับนักวิจัยท่านอื่นๆ หากใครที่อยากรู้ว่าต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จะผลิบานเมื่อไหร่ ต้องมาถามคุณปลาย เพราะเธอทำนายแม่นเหมือนตาเห็น จึงถูกเรียกขานว่า “หมอปลาย ทำนายช่อดอก” ในปี 2567 นี้ คุณปลายคาดการณ์!! ฤดูการผลิบานของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ว่าดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ทยอยบานประปรายตั้งแต่ วันที่ 24-29 กุมภาพันธ์ 2567 ส่วนชุดดอกที่ 2 ดอกจะผลิบาน ระหว่างวันที่ 3-9 มีนาคม 2567 และดอกชมพูพันธุ์ทิพย์จะบานสะพรั
การทานอาหารวีแกน (Vegan) เป็นหนึ่งในแนวทางการทานอาหารทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะอาหารวีแกนไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด ตอบโจทย์คนที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เป็นอาหารที่ให้พลังงานน้อยและเป็นอาหารคลีนที่ดีต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ทุกวันนี้ เมนูอาหารวีแกน จัดเป็นเทรนด์สุดฮิตของสายเฮลตี้ ภายในงานเกษตรแฟร์ 2567 ระหว่างวันที่ 2-10 กุมภาพันธ์ 2567 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้จัดกิจกรรมสาธิตการทำ “น้ำพริกโปรตีนเกษตร” หนึ่งในเมนูอาหารทางเลือก (IFRPD) จากผลิตภัณฑ์โปรตีนเกษตร เพื่อให้ชาววีแกน ได้นำไปใช้เป็นเมนูอาหารอร่อยคู่ครัว เมนู “น้ำพริกโปรตีนเกษตร” ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากจัดเตรียมส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ โปรตีนเกษตรปรุงรส 116 กรัม กระเทียมเจียว 16 กรัม หอมเจียว 42 กรัม ใบมะกรูดอบแห้ง 6 กรัม น้ำตาลทราย 8 กรัม พริกป่น 10 กรัม เกลือป่น 2 กรัม ขั้นตอนการทำ 1. นำโปรตีนเกษตร 70 กรัม แช่น้ำร้อนจนนิ่ม (ประมาณ 20 นาที) จากนั้นบีบน้ำออกจะได้น้ำหนักโปรตีนเกษตร 200 กรัม นำไปปั่นให้มีขนาดเล
