มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
6 ตุลาคม 2569: ม.เกษตร- ซีพีเอฟ ผสานความเชี่ยวชาญดำเนินโครงการวิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุกรรมปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถภาคเกษตรไทยและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อดำเนินโครงการวิจัยเพิ่มประสิทธิภาพการปรับปรุงพันธุกรรมสัตว์น้ำ โดยผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงและพันธุศาสตร์สัตว์น้ำ สร้างองค์ความรู้ในการปรับปรุงพันธุกรรมปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้เกษตรกร ได้มีพันธุ์สัตว์น้ำที่เติบโตเร็ว มีอัตรารอดสูงขึ้น ทนต่อโรค ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมศึกษาการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ทั้งสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และคุณภาพน้ำ ผศ.ดร.สุริยัน ธัญกิจจานุกิจ คณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ในแต่ละปี การเพาะเลี้ยงปลาช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศนับหมื่นล้านบาท และเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของคนไทย ขณะเดียวกัน เกษตรกรต้องรับมือกับต้นทุนการเลี้ยง สภาพอ
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย นำโดย คุณทวีสุข เมฆธวัชชัยกุล Chief Commercial Officer เป็นผู้แทนบริษัท มอบทุนสมทบ “กองทุนเจียไต๋ – ดร.มนู – ดร.มนัส เจียรวนนท์” ประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลทางการเกษตรของคณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยสิทธิ์ ทองจู คณบดีคณะเกษตร กำแพงแสน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและรับมอบ ณ คณะเกษตร กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในโอกาสเดียวกัน คณะเกษตร กำแพงแสน และบริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้ร่วมประชุมสรุปผลการดำเนินงานของกองทุนในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการกองทุนในระยะต่อไป เพื่อให้การสนับสนุนเกิดประโยชน์ต่อการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของนิสิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ “กองทุนเจียไต๋ – ดร.มนู – ดร.มนัส เจียรวนนท์” ดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 15 การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจียไต๋ในการสานต่อความร่วมมือกับภาคการศึกษา เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของนิสิต ตลอดจนส
จากสิ่งมีชีวิตขนาดไม่ถึง 2 มิลลิเมตรที่ซ่อนตัวอยู่ในแหล่งน้ำเล็กๆ ของประเทศไทย สู่การได้รับการยอมรับในฐานะสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก พร้อมชื่อ “สิรินธร” ที่บันทึกไว้ในชื่อวิทยาศาสตร์… นี่คือเรื่องราวของ “โคพีพอดสิรินธร” หรือ Tropodiaptomus sirindhornae Saetang & Maiphae, 2025 สัตว์น้ำขนาดจิ๋วในกลุ่มแพลงก์ตอนสัตว์น้ำจืด ผลงานการค้นพบของนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เกิดขึ้นจากการสังเกตอย่างละเอียด การตรวจสอบทางสัณฐานวิทยา และการพิสูจน์ด้วยข้อมูลระดับ DNA ได้แก่ ดร.ธนิดา แซ่ตั้ง ภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง และ รศ.ดร.สุปิยนิตย์ ไม้แพ ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดเริ่มต้นของการค้นพบ… เมื่อ “ความแตกต่างเล็กๆ” นำไปสู่คำถามใหญ่ เรื่องราวเริ่มต้นจากการสำรวจและศึกษากลุ่มโคพีพอดในประเทศไทย ในช่วงที่ ดร.ธนิดา แซ่ตั้ง ปฏิบัติงานเป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้ทุนสนับสนุนนักวิจัยหลังปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พบประชากรของโคพีพอดในสกุล Tropodiaptomus กลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะน่าสนใจ สิ่งที่ทำให้ต้องตั้งคำถามมากกว่าการพบโคพ
กรุงเทพฯ – 10 กันยายน 2569 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอาหารของไทย ผ่านโครงการ Thai Kitchen 2026: Crafted FoodTech Accelerator Program โปรแกรมเร่งการเติบโตที่มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านอาหาร ให้สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาต่อยอดธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยในฐานะ “ครัวของโลก” สู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต” โดยภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ ด้วยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาท การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับธุรกิจอาหารจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า “หัวใจของการพัฒนาผู้ประกอบการฐานน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การนำของ “หมอคง” หรือ ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 16 พร้อมด้วยรองอธิการบดีทั้ง 16 ท่านร่วมขับเคลื่อนองค์การ ในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้นวัตกรรม ร่วมวางรากฐานและเร่งพัฒนาศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัย ทุกกลุ่ม และทุกสาขาอาชีพ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและสอดรับกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมแก้ปัญหาภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปลี่ยนภาคการเกษตรของไทยไปสู่เกษตรสมัยใหม่ “Smart Farming” ในทุกมิติ ทั้ง Upskill และ Reskill เพื่อให้เกษตรกรไทย ‘เก่งขึ้น’ “มก.” มหาวิทยาลัยของประชาชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรชุดวิชา (Non-Degree) บูรณาการข้ามศาสตร์ที่สามารถช่วยพัฒนาทักษะเฉพาะด้านตามความต้องการ ทั้งการเรียนรู้ทักษะใหม่ (New Skill) การเพิ่มพูนทักษะเดิม (Upskill) และการปรับทักษะ (Reskill) ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการทำงานได้จริง รวมทั้งสามารถสะสมหน่วยกิตนำไปใช้ศึกษาต่อระดับปริญญาได้ในอนาคต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ลงนาม MOU ก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม (“หมอคง”) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 16 แถลงนโยบายและวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กร มุ่งยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “ความหวังของประเทศ” และ “มหาวิทยาลัยของประชาชน” ผ่านการผสานแนวคิดหลัก คือ Glocalization การยกระดับจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นออกสู่เวทีสากลด้วยมาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับ Syntegration การบูรณาการพลังความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของบุคลากรเข้าด้วยกัน และ Sustainability ขับเคลื่อนความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยสู่สังคม ผ่านจุดแข็งของ มก. ทั้ง Climate Change, Food Security, Sustainable Agriculture, Biodiversity, Energy, Water และ Circular Economy พร้อมมุ่งสู่การเป็น “Living Lab” ที่ทดลองและสร้างความยั่งยืนได้จริง โดยมีอธิการบดีทำหน้าที่เป็น “คอนดักเตอร์” (Conductor) ในการกำกับและประสานศักยภาพของนักวิจัย อาจารย์ นิสิต และเจ้าหน้าที่ให้ก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างลงตัว เพื่อตั้งเป้าหมายสูงสุดในระยะเวลา 4 ปี ในการทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กลายเป็
“จังหวัดสกลนคร” เป็นแหล่งภูมิปัญญาที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งด้านสมุนไพร ผ้าย้อมคราม และวิถีชีวิตที่เกื้อกูลธรรมชาติ เนื่องจากมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก ดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ทั้งแรงงานมีทักษะ และความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชสมุนไพร ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร มีการสนับสนุนความรู้ เงินทุน และเทคโนโลยีแก่เกษตรกร โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่เกิดรายได้ เช่น ฟ้าทะลายโจร เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2-3 ครั้งต่อปี รวมทั้ง บัวบก ดาวเรือง และอัญชัน เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดปี เป็นพืชสมุนไพรที่สร้างรายได้หลักให้ชุมชนท้องถิ่น ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เกษตรกรสามารถจำหน่ายฟ้าทะลายโจร (สด) จากเดิมขายกิโลกรัมละ 25 บาท ขยับเป็น 150-200 บาท เมื่อมีการแปรรูปสามารถยกระดับรายได้เป็น 2,000 บาทต่อกิโลกรัม จาก “พืชสมุนไพร” สู่ “ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง” หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่
การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ เป็นเทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูแบบไม่ใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช สามารถบังคับมะนาวออกดอกติดผลนอกฤดูได้เกือบ 100% ปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ให้ผลตอบแทนสูงและคืนทุนได้เร็ว หากใครสนใจปลูกมะนาวด้วยวิธีนี้ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำ 12 ขั้นตอนการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ ดังนี้ 1. การคัดเลือกพันธุ์ : มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ใช้ได้ทุกพันธุ์ สำคัญต้องเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ติดผลง่าย ให้ผลดก ผลมีขนาดใหญ่เปลือกบาง มีน้ำมาก มีกลิ่นหอมและทนทานต่อโรคและแมลง พันธุ์ที่ตลาดนิยม ได้แก่ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา พันธุ์พิจิตร เป็นต้น 2. การเตรียมวงบ่อซีเมนต์ : ควรใช้บ่อซีเมนต์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร สูง 40-60 เซนติเมตร ก้นบ่อควรมีฝาซีเมนต์วงกลมรองรับอยู่ด้านล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้รากมะนาวหยั่งลงดินนอกก้นบ่อ บังคับออกผลนอกฤดูได้ยาก 3. การวางบ่อซีเมนต์ : เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานควรวางวงบ่อเป็นแถวเป็นแนว ถ้ามีพื้นที่จำกัดควรวางแถวเดี่ยวระยะระหว่างต้น 2 เมตร แต่ถ้ามีพื้นที่มาก ควรวางวงท่อแบบแถ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมอารักขาพืชไทย บริษัท คอร์เทวา อะกริไซเอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และ Rise Against Hunger ผนึกกำลังจัดกิจกรรมเพื่อสังคม “Share a Meal, Share a Hope: แบ่งปันหนึ่งมื้อ ส่งต่อหนึ่งความหวัง” ระดมพลังนิสิต บุคลากร อาสาสมัคร และภาคีเครือข่าย ร่วมกันแพ็กอาหารจำนวน 35,000 ชุด เพื่อส่งต่อให้เด็ก ชุมชน และประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือในพื้นที่ต่าง ๆ กิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ ห้อง 106 อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่ร่วมจัดงาน พร้อมด้วยนิสิต บุคลากร และอาสาสมัครร่วมลงมือแพ็กอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศของการแบ่งปันและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาความหิวโหยและความขาดแคลนอาหาร พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม นายสมศักดิ์ สมานวงศ์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สมาคมเข้ามามีส่วนร่วมในการระดมกำลังแพ็กอาหาร รวมถึงประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร… สุขภาพที่เลือกได้) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในฐานะพันธมิตรที่ร่วมผนึกกำลังในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหาร และ นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า กล่าวรายงาน ณ ห้องศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม ชั้น 2 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมเชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อ
