มะพร้าว
เวลาที่ไปซื้อมะพร้าว แล้วไม่รู้ว่าต้องเลือกยังไง ระหว่างมะพร้าวอ่อนและมะพร้าวแก่ ซึ่งบางคนก็ชอบกินมะพร้าวอ่อน แต่บางคนก็ชอบมะพร้าวแก่ๆ ความชอบของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ทั้งรสชาติของน้ำและเนื้อมะพร้าวก็จะแตกต่างกัน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดู เคล็ดไม่ลับ “เลือกมะพร้าวให้ได้ความอ่อนแก่ตามที่เราต้องการ” เคล็ดไม่ลับ • ดูที่สีบริเวณข้อต่อของลูกมะพร้าว ถ้าหากเป็นมะพร้าวอ่อนรอบวงขั้วผลจะมีสีขาว หากมะพร้าวยิ่งอ่อนจะยิ่งมีสีขาวเห็นชัด ส่วนมะพร้าวแก่จะเป็นสีเขียว • ดีดหรือเขย่าลูกมะพร้าวฟังเสียงน้ำ ถ้าเสียงแน่นๆ เหมือนน้ำเต็มลูก แสดงว่าเนื้อมะพร้าวอ่อนอยู่ระยะชั้นครึ่งหรือสองชั้น เนื้อกำลังอร่อย แต่ถ้าดีดแล้วน้ำพร่องได้ยินเสียงน้ำอยู่ข้างในชัดๆ น้ำน้อยแสดงว่าเริ่มแก่ • ดูที่หนวดมะพร้าว ถ้าเป็นสีน้ำตาลถึงครึ่งของหนวดมะพร้าว แสดงว่าเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้ได้ เหมาะเริ่มกินได้ น้ำเริ่มหวานอร่อย • หากมะพร้าวยังอยู่ในทะลาย ลูกบนสุดของทะลายจะอ่อนสุด เนื้อจะไม่ค่อยมี น้ำจะมีรสฝาดซ่า ส่วนลูกล่างๆ ลงมาของทะลายก็จะแก่ลงไปเรื่อยๆ • ดูที่เปลือก หากเปลือกนวลทั้งลูก แสดงว่าอ่อน หากเปลือกมีผิวที่หยาบทั้งลูกแสดงว่
“เราได้เข้าร่วมกับโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ของกรมส่งเสริมการเกษตร เนื่องจากต้องการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เพราะการทำมะพร้าวควั่นจะมีช่องว่างเท่าเดิมและคงเดิม ซึ่งไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่หากเราหันมาทำสินค้ามูลค่าสูง สินค้าอาจจะไม่ต้องเพิ่ม แต่เราเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้” หนึ่งในคำบอกเล่าของ นายจารุวัฒน์ หงส์ศุภางค์พันธุ์ ประธานแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม หมู่ 6 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ถึงที่มาของการเข้าร่วมโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ‘1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง’ ภายใต้ภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของสินค้าเกษตรในแต่ละท้องถิ่น ส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ตลอดจนขยายโอกาสทางการตลาดไปสู่ระดับสากล ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่จะยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ยั่งยืน จนมีชุมชนที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ‘1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง’ ในหล
“น้ำมะพร้าว” หนึ่งในเครื่องดื่มที่สร้างมูลค่าการส่งออกมหาศาลให้กับประเทศไทย ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น.และแตกต่างจากน้ำมะพร้าวของชาติอื่นๆ ทำให้ต่อปีมียอดขายหลักหลายหมื่นล้านบาท ทั้งในตลาดเอเชียและยุโรป โดยเฉพาะตลาดหลักจีน ขายได้มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเบื้องหลังบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศซื้อวัตถุดิบจาก “บริษัท โชคเก่งสกุลมะพร้าวอ่อน จำกัด” ของ 2 สามี-ภรรยา “นายณรงค์ศักดิ์ เก่งสกุล และ นางสาวผกามาศ อุปดิษฐ์” ซึ่งเปิดโรงงานผลิต รับซื้อ และจำหน่ายมะพร้าวทั้งผล น้ำมะพร้าว และเนื้อมะพร้าว อยู่ในพื้นที่ ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ถึงประวัติความเป็นมา ผลิตภัณฑ์ การทำตลาด และแผนการลงทุนในอนาคต เด็กปอกมะพร้าวสู่เจ้าของโรงงาน ณรงค์ศักดิ์ เล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กค่อนข้างลำบาก ฐานะทางบ้านยากจน ใช้ชีวิตอยู่กับการทำมะพร้าวมาตั้งแต่รุ่นแม่ ไม่มีแม้แต่สวนมะพร้าวเป็นของตัวเอง เรียนจบแค่ชั้น ป.2 อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ พออายุประมาณ 6 ขวบก็ออกมาช่วยแม่ปอกมะพร้าว จนอายุประมาณ 22 ปี แม่ให้เงินทุน 27,000 บาท ให้แยกกิจการออกมาทำเองกับภร
“มะพร้าว” หนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ปี 2566 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง รายงานเฉพาะการส่งออก “มะพร้าวน้ำหอม” ไปตลาดจีน มีมูลค่า 438,215,497 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีมูลค่าการส่งออกไปตลาดจีน 416,455,715 เหรียญสหรัฐ แต่ในช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2567 เป็นช่วงที่เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวประสบปัญหาสภาพอากาศร้อน แล้งลากยาว ทำให้ผลผลิตมะพร้าวลดลงต่อเนื่องในระยะยาว ผู้ประกอบการชะลอการส่งออก โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมาก เช่น ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ราชบุรี ชุมพร ที่ปลูกมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกลดลงถึง 40% ประจวบฯ ร้อน ผลผลิตลด 20% นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวผลแก่ ณ เดือนเมษายน 2567 ทั้งหมด 361,242.50 ไร่ พื้นที่ให้ผลแล้ว 341,607 ไร่ ส่วนพื้นที่ปลูกมะพร้าวอ่อน 117,280 ไร่ ซึ่งปลูกในพื้นที่อำเภอทับสะแก มากที่สุด 136,771 ไร่ สำหรับภาพรวมสถานการณ์มะพร้าวในปีนี้ ถือว่าอยู่ใน “ขั้นวิกฤต” เป็นอย่างมาก ผลผลิตลดลงไม่น้อยกว่า 20% เมื่อเ
อยู่ ๆ หลายคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมช่วงนี้ราคา “มะพร้าว” พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ ! โดยเฉพาะ “มะพร้าวอ่อนน้ำหอม” ราคาขายปลีกโดดขึ้นไปถึงลูกละ 50 บาท ! ยิ่ง “มะพร้าวอ่อนน้ำหอม” ที่ขายในห้างสรรพสินค้าราคาขายปลีกแพงลิบลิ่วถึงลูกละ 65-85 บาท ! ทำเอาบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ทำแกงกะทิ ขนมไทย เบเกอรี่ คนทำไอศกรีมกะทิ รวมถึงบรรดาสาวๆ ที่ต้องดื่มน้ำมะพร้าวทุกเช้า เพื่อชะลอวัย เดือดร้อนไปตามๆ กัน “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ไปสำรวจสวนมะพร้าวหลายพื้นที่ พบว่าเดือนธันวาคม 2566 ราคาหน้าสวนมะพร้าวซื้อขายกัน 8-10 บาทต่อลูก แต่เดือนมกราคม 2567 เริ่มขยับขึ้นมาเป็น 16-17 บาทต่อลูก และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วราคาหน้าสวนอยู่ที่ 33-35 บาทต่อลูก สาเหตุหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวขยับขึ้นสูง เพราะหลายพื้นที่ประสบปัญหา “ภัยแล้ง” ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรหลายชนิด ผลผลิตออกน้อย ขณะที่ความต้องการในตลาดสูง ทำให้มีการแย่งซื้อกันในตลาดราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายสวนไม่มีผลผลิตขาย ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาเริ่มขยับลงเล็กน้อย เนื่องจากล้งหรือผู้ประกอบการที่ทำตลาดส่งออกไปจีนหลายรายเริ่มชะลอการรับซื้อมะพร้าว
ลูกมะพร้าวที่หล่นจากต้น จนมีหน่องอกออกมา เพื่อรอการเจริญเติบโตเป็นต้นใหญ่ จัดอยู่ในประเภทถูกคัดทิ้งไว้ตามร่องสวน ตามบ้านเรือนอย่างไร้ค่า หรือหากไม่ให้มีหน่อไว้ ก็อาจทำให้ขายเป็นมะพร้าวแกงได้เพียงผลละไม่กี่บาท แต่เมื่อนำมาเพิ่มมูลค่าสามารถขายได้กำไรหลายเท่าตัว ไม่กี่ปีมานี้บอนไซจากมะพร้าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการทำเพื่อเป็นงานยามว่างแก้เหงา โดยการทำบอนไซมะพร้าวถือเป็นงานอดิเรกที่ทำอยู่กับบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยสามารถทำได้ จนปัจจุบันได้มีการตั้ง “ชมรมคนรักบอนไซมะพร้าวแห่งประเทศไทย” ขึ้น ขั้นตอนการทำบอนไซมะพร้าวทำได้ง่ายๆ อุปกรณ์ที่ใช้มีส่วนประกอบหลักๆ คือ มีด คัตเตอร์ ช้อนกินข้าว ในขั้นตอนแรกจะนำผลมะพร้าวที่งอกแล้วมีลักษณะรากที่สมบูรณ์ มาปอกเปลือกชั้นนอกด้วยมีด จากนั้นเส้นใยที่เป็นใยมะพร้าวชั้นในจะค่อยๆ ใช้คัดเตอร์ตัดออก เพื่อให้เหลือแต่กะลาแข็งและต้นกล้าที่มีรากอยู่ โดยบริเวณต้นที่ติดอยู่กับกะลาหากไม่สามารถใช้คัดเตอร์ตัดเส้นใยออกได้ จะใช้ช้อนขูดแทนเพื่อให้รากและต้นยังติดอยู่กับกะลาเช่นเดิม เมื่อใช้ช้อนเกาหรือขูดกะลาจนผิดเรียบทั้งผลมีความสวยงามแล้ว บริเวณขั้วของรากที่อยู
มะพร้าว หนึ่งในไม้ผลเป็นยา ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆ กินง่าย สามารถกินได้ทั้งน้ำและเนื้อ อีกทั้งยังสามารถนำมาแปรรูปทำอาหารได้ทั้งเมนูคาวและหวาน หรือนำมาใช้ในวงการเครื่องสำอาง ที่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมสำคัญ เช่น สบู่ ครีม แชมพู หรืออีกหนึ่งวิธีคือการสกัดเย็น โดยในประเทศไทยมีมะพร้าวหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือมะพร้าวน้ำหอม ด้วยรสชาติที่หอม หวาน เป็นเอกลักษณ์ ทำให้มะพร้าวกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ไม่ยาก เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะมีเกษตรกรมากหน้าหลายตาที่แวะเวียน ลงทุนปลูกมะพร้าวเพื่อสร้างรายได้ หลายคนประสบความสำเร็จ หลายคนผิดหวัง ขึ้นอยู่ที่เทคนิคการจัดการดูแลและการทำตลาดถือเป็นเรื่องสำคัญ คุณศักดิ์ศรี พระจันทร์ หรือ พี่ป้อม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นักทดลอง อยู่ที่ตำบลบ้านแขม อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี อดีตผู้จัดการร้านอาหารในเมืองกรุงฯ ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชสร้างรายได้หลัก ด้วยเหตุผลที่ว่า มะพร้าวเป็นพืชที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถเก็บขายได้นาน 25-30 ปี ประกอบกับการมองไปถึงเทรนด์สมัยใหม่ ที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภา
“Aromatic Farm” ต้นแบบจัดการสวนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ผลผลิตกว่า 60,000 ลูกต่อปี ทำตลาดขายแค่เฉพาะในประเทศทำได้อย่างไร ที่นีมีคำตอบ คุณนวลลออ เทอดเกียรติกุล หรือ พี่ออน เจ้าของ Aromatic Farm ตั้งอยู่ที่ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อดีตมนุษย์เงินเดือน ตัดสินใจลาออกจากงานประจำก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่อายุ 19 ปี แต่เธอเพิ่งจะมาได้ทำตามความฝันเมื่อตอนอายุ 40 ปี เธอบอกว่า “เป็นการวางแผนที่นานมาก แต่เราได้ความมั่นคงจากตรงนี้มา ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือความยั่งยืน” ตามสถิติที่ทางสวนได้จดบันทึกไว้สามารถผลิตมะพร้าวได้ประมาณ 60,000 ลูกต่อต้นต่อ 10 ไร่ มีตลาดส่งผลผลิตชัดเจน โดยลูกค้าของ Aromatic Farm คือ โมเดิร์นเทรด ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม ร้านอาหาร และงานจัดเลี้ยง
อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของน้ำตาลดอกมะพร้าวจากแบรนด์ “Hom Prao” คือ ผลิตจากมะพร้าวทับสะแก ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดินแดนที่อุดมไปด้วยมะพร้าวพันธุ์ดีที่สุดของประเทศแห่งหนึ่ง คุณดาวิด สุระเสรี หรือ คุณอาร์ม เจ้าของแบรนด์ Hom Prao (หอมพร้าว) อยู่บ้านเลขที่ 175/12 หมู่ที่ 5 บ้านหินเทิน ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทิ้งเงินเดือนหลักแสน กลับบ้านเกิด ปั้นแบรนด์ “Hom Prao” ตามสโลแกน “เพิ่มหวานได้ไม่ต้องเบาหวาน” ด้วย หอมพร้าว น้ำตาลดอกมะพร้าวแท้ เอกลักษณ์ทับสะแก สร้างรายได้สู่ชุมชน เตรียมเส้นทางพร้อมโกอินเตอร์ คุณอาร์ม เล่าให้ฟังว่า แบรนด์หอมพร้าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี หากย้อนไปสมัยก่อนตนเองเคยทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากพอสมควร ซึ่งเงินเดือนที่รับในตอนนั้นเป็นเงินหลักแสน แต่ต้องประสบกับปัญหาสุขภาพ จำเป็นต้องกลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน และลาออกจากงานประจำในที่สุด โดยขณะนั้นก็ยังมองไม่เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพหลังจากลาออกจากงานประจำ แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์หอมพร้าว “ตอนนั้นพี่นอนพัก
“มะพร้าวคือสินค้าแห่งอนาคต เนื่องจากกระแสโลกให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มให้พลังงานที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งมะพร้าวไทย คุณภาพไม่แพ้ที่ใดในโลก…” คุณเฟย-ณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด เปิดเผยมุมมองต่อทิศทางตลาดผลไม้ไทยบนเวทีโลกจากประสบการณ์ในฐานะผู้ส่งออกผลไม้สดสัญชาติไทยรายใหญ่ที่เชี่ยวชาญสินค้าเกษตรระดับพรีเมี่ยมสู่ตลาดโลกที่แต่ละปีมียอดส่งออกทุเรียน ลำไย มังคุด มะพร้าวไปทั่วโลก อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ยุโรป เฉลี่ยกว่า 18,000 ตัน “ไทยยังเป็นตลาดใหญ่ของสินค้าเกษตร เพราะมีผลผลิตหลากหลาย หาสินค้ามาขายได้ตลอดทั้งปี” คุณเฟยเกริ่นก่อนขยายความถึงผลไม้ไทยที่แพลททินัม ฟรุ๊ต ใช้เป็นหัวหอกหลักบุกตลาดโลก ประกอบด้วย “มะพร้าว” ที่ทางแพลททินัม ฟรุ๊ต มองว่านี่จะเป็นสินค้าแห่งอนาคต เนื่องจากกระแสโลกตอนนี้ให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มให้พลังงานที่มาจากธรรมชาติ ดังนั้น มะพร้าวจะเป็นตัวที่มีโอกาส เพราะมีศักยภาพสูงจึงอยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผนต่อยอดธุรกิจมะพร้าวในอนาคต ซึ่งคุณเฟยยังคงการันตีว่า มะพร้าวไทย รสชาติและคุณภาพไม่แพ้ที่ใดในโลก
