มะม่วงหิมพานต์
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดน่าน ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวเหนียวนาปี และลำไย ซึ่งแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) พบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีพื้นที่เหมาะสมมาก (S1) และ เหมาะสมปานกลาง (S2) สำหรับการผลิต จำนวน 60,764 ไร่ และพื้นที่เหมาะสมน้อย (S3) และไม่เหมาะสม (N) จำนวน 460,069 ไร่ ข้าวเหนียวนาปี พื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง จำนวน 97,624 ไร่ พื้นที่เหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม จำนวน 99,832 ไร่ และลำไย พื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง จำนวน 24,236 ไร่ ในขณะที่พื้นที่เหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม จำนวน 22,406 ไร่ สำหรับพื้นที่เหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลาง ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมส่งเสริมและพัฒนาโดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพสินค้าสู่มาตรฐาน ควบคู่กับการสร้างกลุ่มที่เข้มแข็งและพัฒนาระบบการบริหารจัดการกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่การผลิตในพื้นที่เ
ระยะนี้ต้นมะม่วงหิมพานต์เริ่มเข้าสู่ช่วงต้นแทงช่อดอก กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนมะม่วงหิมพานต์เฝ้าระวังในช่วงที่มีสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิลดต่ำลง และมีแดดแรงในเวลากลางวัน ให้สังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ และเพลี้ยแป้ง สำหรับเพลี้ยไฟ มักพบการเข้าทำลายดูดกินน้ำเลี้ยงต้นมะม่วงหิมพานต์ในระยะแตกยอดอ่อน ช่อดอก และผลอ่อน ทำให้ยอดอ่อนหงิกงอหรือแห้งตาย หากระบาดรุนแรง จะส่งผลให้ช่อดอกไหม้เป็นสีดำ และไม่ติดผล กรณีติดผลแล้วจะทำให้ผลร่วงหล่นได้ เมื่อพบการระบาดในช่วงที่ต้นมะม่วงหิมพานต์เริ่มแทงช่อดอกหรือก่อนดอกบาน ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงแลมบ์ดา–ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วนการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้ง จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ช่อดอก และช่อผล ส่งผลให้ราดำมาเจริญอยู่บริเวณนั้น ทำให้ใบร่วง ช่อดอกไม่ติดผล และผลแคระแกร็น กรณีที่มีปริมาณมาก มักพบเพลี้ยแป้งเกาะเป็นกระจุกที่ลำต้น และอยู่ร่วมกันกับมด โดยมีมดเป็นพาหะนำเพลี้ยแป้งเคลื
หากติดตามข่าวสารก็จะรู้ว่า เวลานี้อุบัติเหตุจากท้องถนนจะเกิดขึ้นบ่อยมาก และการที่กรุงเทพฯ ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีรถติดมากเป็นอันดับ 1 จึงไม่แปลกใจ ในขณะที่เมืองนอกเมืองนาลดการใช้รถ หันมาใช้จักรยาน และก็ทำได้ด้วย เรื่องรถติดนี่ เคยได้สนทนากับพระคุณเจ้าที่วัด ท่านให้ความเห็นว่า เรื่องรถติดต้องแก้ที่คน โดยเฉพาะเรื่องของความอยากได้ และอยากขาย ถ้าลดความอยากทั้งสองได้ กรุงเทพฯ รถจะไม่ติด แล้วรัฐก็ต้องให้การบริการสาธารณะที่ดี เพราะทุกวันนี้ รัฐมีแต่ส่งเสริมให้ผู้คนอยากมีอยากขายกันเกือบจะทุกเรื่อง เมื่อกระตุ้นความอยาก ปัญหาต่างต่างก็จะตามมาเป็นขบวนให้รัฐต้องแก้ ซึ่งเหมือนกับว่า รัฐกระตุ้นด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว จนทำให้ผู้คนขาดจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม นอกจากรัฐจะต่อต้านเรื่องโกงกินแล้ว เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการปลูกต้นไม้ รัฐก็ควรจะกระตุ้นด้วย ปักษ์นี้จะชวนปลูกต้นไม้ที่มีผลกินได้ และมีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างมาก ต้นไม้ที่ว่าคือ ต้น “มะม่วงหิมพานต์” มะม่วงหิมพานต์ ทางวิชาการจัดอยู่ในพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยเฉลี่ย 10 เมตร มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน รูปใบรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบแหลม เนื
เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสนำเกษตรกรปราดเปรื่องหรือสมาร์ทฟาร์เมอร์ และยังสมาร์ทฟาร์เมอร์ (Smart Farmer, Yong Smart Farmer) ของจังหวัดพะเยา ไปศึกษาดูงานวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย ตำบลหาดล้า อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งผลิตมะม่วงหิมพานต์จำหน่าย มาดูข้อมูลของตำบลหาดล้า ซึ่งเดิมเป็นตำบลที่ตั้งอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำน่าน อยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอท่าปลา (เดิม) เมื่อ พ.ศ.2512 ทางราชการได้ก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ กั้นแม่น้ำน่าน ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมครอบคลุมพื้นที่ของตำบลหาดล้า ราษฎรได้พากันอพยพหนีน้ำมาสู่ที่อยู่ใหม่ โดยทางนิคมลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นผู้จัดสรรพื้นที่ทำกิน โดยจับสลาก ครอบครัวละ 15 ไร่ ปัจจุบัน ตำบลหาดล้า จึงประกอบไปด้วยประชาชนหลากหลายหมู่บ้าน หลายตำบลของอำเภอท่าปลาที่โยกย้ายมาอยู่รวมกันเป็นผังๆ รวมกันเป็นตำบลหาดล้า ปัจจุบัน ตำบลหาดล้า เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอท่าปลา มีเนื้อที่ทั้งหมด 56.964 ตารางกิโลเมตร จำนวนราษฎร 5,317 คน 1,168 ครัวเรือน แบ่งการปกครองตามลักษณะพื้นที่ออกเป็น 9 หมู่บ้าน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล จากกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม
