สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดกิจกรรม “โครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2569” นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เยี่ยมชมผลสำเร็จของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ณ โครงการประตูระบายน้ำบ้านแม่ปูคาพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนภาพการน้อมนำแนวพระราชดำริมาสร้างอาชีพและรายได้สู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

โครงการประตูระบายน้ำบ้านแม่ปูคาฯ เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนบ้านแม่ปูคาประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จึงได้มีหนังสือขอพระราชทานความช่วยเหลือ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันโครงการนี้สามารถส่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรได้ถึง 275 ไร่ และมีศักยภาพที่จะขยายผลเพิ่มเติมได้อีกกว่า 2,000 ไร่ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก ส่งผลให้ราษฎร 334 ครัวเรือน รวม 870 คน มีความมั่นคงด้านน้ำ มีผลผลิต โดยชาวบ้านได้รวมตัวกันตั้ง “กลุ่มผู้ใช้น้ำ” จำนวน 81 คน เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกันเองอย่างเข้มแข็ง

จากความมั่นคงด้านน้ำ ได้ต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้ โดยคณะสื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชม “สวนลุงสอน” ของนายอินสอน วงศ์คำ ตัวแทนเกษตรกรบ้านแม่ปูคา ซึ่งปรับพื้นที่ 2 ไร่ เป็นศูนย์รวมกลุ่มเกษตรกรทำเกษตรผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีทั้งการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยที่สร้างรายได้หมุนเวียนทุกวัน การเพาะเลี้ยงกบ ปลานิล และปลูกพืชผักสวนครัว

นายอินสอน วงศ์คำ เปิดเผยถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า เมื่อก่อนการทำกินลำบากมากเพราะขาดน้ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำนาซึ่งต้องใช้น้ำเยอะ แต่หลังจากมีโครงการประตูระบายน้ำฯ ทำให้มีน้ำเพียงพอ สามารถทำมาหากินได้หลายทาง ทั้งเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักต่าง ๆ ทำให้มีกินมีใช้ไม่ต้องซื้อทุกอย่างเหมือนอดีต ทุกวันนี้ชาวบ้านทุกคนดีใจและมีความสุขมากที่ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว คณะสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่โครงการอนุรักษ์ต้นน้ำ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างชุมชนกับกรมป่าไม้ในการดำเนินโครงการอนุรักษ์ต้นน้ำ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน ผ่านการส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนอย่างเกื้อกูล และไม่ทำลายระบบนิเวศ เช่น การสาธิตใส่เชื้อเห็ดบริเวณโคนต้นยางนา และการร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความรุนแรงของน้ำป่า จากการสร้างอาชีพในพื้นที่เกษตร สู่การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

ด้าน นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ กปร. เผยถึงเป้าหมายของกิจกรรมว่า การจัดโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2569 มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เห็นผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและเรียนรู้แนวพระราชดำริ หลักการทรงงาน และผลลัพธ์ของการพัฒนาที่เกิดขึ้นกับประชาชนในมิติต่าง ๆ ก่อนนำประสบการณ์และข้อเท็จจริงที่ได้รับไปถ่ายทอดผ่านรูปแบบข่าว บทความ สารคดี ภาพถ่าย และสื่อดิจิทัลของแต่ละสำนัก เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและกว้างขวางแก่สังคม

โดยพื้นที่แม่ปูคา คือ ภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า การพัฒนาตามแนวพระราชดำริไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาเพียงมิติเดียว แต่เป็นการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดหาแหล่งน้ำ การส่งเสริมอาชีพ ไปจนถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีหัวใจสำคัญ คือประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมดูแลรักษา ซึ่งทางสำนักงาน กปร. จะเร่งขยายผลความสำเร็จและเผยแพร่องค์ความรู้นี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้น้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและประเทศชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

จากสายน้ำสู่ผืนป่า จากอาชีพสู่รายได้ และจากการมีส่วนร่วมของชุมชนสู่ความมั่นคงของชีวิต ผลสำเร็จของพื้นที่แม่ปูคาจึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ประชาชน สามารถนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม
