มะละกอ
รอยต่อระหว่างจังหวัดตากไปลำปาง สองข้างทาง ดูไม่ร่มรื่นนัก โดยเฉพาะที่อำเภอสามเงา ทั้งนี้ เป็นเพราะอยู่ในอิทธิพลของเงาฝน กระนั้นก็ตาม เมื่อเลี้ยวลึกเข้าไปตามซอกซอย จะเห็นแปลงปลูกฝรั่ง กล้วยไข่ รวมทั้งมะละกอ เกษตรกรอาศัยความอุมสมบูรณ์ที่แม่น้ำวังไหลผ่าน สำหรับทำการเกษตร มะละกอที่ปลูกกัน ทำรายได้ให้ดี โดยเฉพาะพันธุ์เรดเลดี้ คุณสมจิตต์ บุญมาวงศ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเขตภาคเหนือ บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร นครศรีธรรมราช กระบี่ และจังหวัดอื่นๆ ลักษณะประจำพันธุ์ “เรดเลดี้” มะละกอของบริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด ที่ได้รับความนิยมมีอยู่หลายสายพันธุ์ เรดเลดี้ เป็นสายพันธุ์หนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จุดเด่นคือให้ผลผลิตเร็ว ลำต้นสูง 60-80 เซนติเมตร ก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผลผลิตมากกว่า 40-50 ผลต่อต้น ต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างวงแหวนได้ดี ผลที่เกิดจากดอกตัวเมียจะมีลักษณะกลม-สั้น เนื้อสีส้มแดง ผลที่เกิดจากดอกกะเทย ผลมีลักษณะยาว เนื้อหนา น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม เมื่อสุก มะละกอเรดเลดี้มีกลิ
มะละกอเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในการปลูกในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ เพราะเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตดี และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่การเพาะต้นกล้ามะละกอให้มีอัตรางอกสูงนั้นอาจเป็นความท้าทายสำหรับผู้ปลูกมือใหม่ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำ 3 เทคนิคที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้งอกและได้ต้นกล้าที่แข็งแรง การเริ่มต้นการปลูก “มะละกอ” นั้น ก็จะต้องเริ่มจากการเพาะกล้ามะละกอเสียก่อน ดังนั้น ผู้เขียนจึงนำประสบการณ์ ที่นักวิชาการแนะนำหรือจากที่นำไปปฏิบัติเองในการเพาะเมล็ดมะละกอมานำเสนอให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้เป็นแนวทางในเรื่องของการเพาะกล้า เนื่องจากมะละกอทุกสายพันธุ์ใช้วิธีการเพาะกล้าเหมือนกัน สำหรับเคล็ดลับการเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีและสม่ำเสมอ รศ.ดร. กวิศร์ วานิชกุล ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “การเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีสม่ำเสมอนั้น ให้นำเมล็ดมะละกอแช่น้ำ 1-2 วัน โดยในช่วงวันแรกให้เปลี่ยนน้ำอย่างน้อย วันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นให้เปลี่ยนน้ำถี่ขึ้น เนื่องจากเมล็ดมะละกอมีการหายใจมากขึ้น ทำให้ออกซิเจนในน้ำเหลือน้อยลง หากแช่น้ำแล้วไม่เปลี่ยนน้ำเลย ก็จะเหลือออกซิเจนในน้ำน้อย เมล็ดมะละกอนั้นก็จะเกิดการหมักจนเน่าได้ และวันที่ 3 อาจนำเมล
คุณสมร รัตนะชัย ไม่ใช่ชาวลพบุรีโดยกำเนิด แต่แต่งงานกับหนุ่มเมืองลิง เริ่มต้นชีวิตด้วยการรับจ้างและค้าขายทั่วไป สู้ชีวิตมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอค้าขายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ หรือรับจ้างทุกอย่าง เนื่องจากตัวคุณสมรเองไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะเคยประสบอุบัติเหตุกระทบกระเทือนทางสมอง และด้วยที่ไม่ได้เรียนหนังสือจึงไม่สามารถอ่านเขียนได้ ทำให้ไม่สามารถเลือกอาชีพได้มากนัก ประกอบกับต้องช่วยแม่เลี้ยงน้องอีก 3 คน ชีวิตที่ต้องดิ้นรนอยู่นิ่งไม่ได้จึงเริ่มขึ้น “เมื่ออายุ 25 ได้แต่งงานมีครอบครัว สามีเป็นคนลพบุรี ทำอาชีพค้าขายอยู่ในตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง เมื่อแต่งงานแล้วก็ช่วยกันกับสามีทำการค้าขายผลไม้ในตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง โดยปกติจะวิ่งรับซื้อผลไม้จากสวน ตามฤดูกาลในจังหวัดต่างๆ เมื่อหมดผลไม้ตามฤดูกาลก็จะกลับไปทำเกษตรกับสามีที่จังหวัดลพบุรี ปลูกผักและรับซื้อพืชผักเพื่อมาขายที่ตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง บางครั้งราคาพืชผักตกก็ขาดทุน ค้าขายแบบนี้อยู่ 4 ปี ก็เริ่มสังเกตเห็นลู่ทางการค้าขาย ว่าเขาค้าขายอะไรและช่วงไหน ที่ผัก ผลไม้ มีราคาดี” คุณสมร บอกว่า ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตนเองได้ไปขายของท
มะละกอแขกนวลดำเนิน เป็นมะละกอที่ตลาดมีความต้องการสูง เนื่องด้วยเป็นมะละกอที่มีเนื้อสีขาว กรอบ เหมาะกับการนำไปตำส้มตำมากกว่าทุกสายพันธุ์ จึงเป็นมะละกอสายพันธุ์กินดิบที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกเพื่อสร้างรายได้ คุณธงชัย ศิริโภคารัตนา หรือ คุณแบงค์ อยู่บ้านเลขที่ 172/1 หมู่ที่ 8 บ้านเกาะ ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้ามาสานต่องานเกษตรของครอบครัว คุณแบงค์ เล่าว่า ตนเองเป็นลูกหลานเกษตรกรอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ทำสวนมะละกอมาก่อน แต่เลิกทำไปเพราะตนเองและพี่ชายให้เลิกทำ เพราะอยากให้พ่อกับแม่ได้พักแล้วตนเองจะมาสานต่อ โดยขอวิชาความรู้การปลูกมะละกอจากพ่อ คือ คุณนพพันธ์ ศิริโภคารัตนา หรือในวงการมะละกอรู้จักกันในชื่อ เฮียไล้ เซียนมะละกอ เนื่องจากสมัยก่อนพ่อเป็นผู้คิดค้นวิธีการตอนมะละกอส่งเข้าประกวดจนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นประจำจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครที่คิดวิธีการตอนแบบพ่อได้ พ่อเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำเริ่มมีชื่อเสียงก็มีหนังสือมาขอสัมภาษณ์จึงกลายเป็นที่รู้จักและพูดต่อๆ กันไปว่าพ่อผมเป็นเซียนมะละกอ พลิกที่ดิน 40 ไร่ ปลูกมะละกอเป็นอาชีพสร้างตัว โชคดีมีพ่อเป
เชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสเดินเลือกซื้อสินค้าเกษตรในร้านโครงการหลวง อาจจะเคยเห็นมะละกอผลเล็ก ขนาดอ้วนๆ ป้อมๆ วางขายอยู่บนชั้นวางสินค้า มะละกอลูกผสมพันธุ์ดีนี้ เรียกว่า “มะละกอปากช่อง 2” ซึ่งโครงการหลวงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกได้ปลูกในเชิงการค้ามานานหลายปีแล้ว เพราะมะละกอพันธุ์นี้ปลูกดูแลง่าย ค่อนข้างทนต่อโรคใบจุดวงแหวน ที่สำคัญ ให้ผลผลิตสูงและมีรสชาติอร่อยถูกใจผู้บริโภคอีกต่างหาก สายพันธุ์มะละกอโดยทั่วไป หากไม่มีการรักษาสายพันธุ์ที่ดี มักมีการผสมข้ามพันธุ์ ทำให้เกิดปัญหาการกลายพันธุ์ได้ แต่มะละกอปากช่อง 2 ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะละกอชนิดนี้ ก่อนแนะนำเข้าสู่ตลาดเมื่อ 10 กว่าปีก่อน จนถึงทุกวันนี้ มะละกอลูกผสมปากช่อง 2 ยังคงให้ผลผลิตที่ดีเป็นที่นิยมปลูกของเกษตรกรและผู้บริโภค นักวิจัย มก. พัฒนาสายพันธุ์มะละกอลูกผสม มะละกอเป็นไม้ผลที่นิยมรับประทานผลสุกอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่ในต่างประเทศนิยมรับประทานมะละกอที่มีผลขนาดเล็ก มีน้ำหนักต่อผลไม่เกิน 600 กรัม ซึ่งแหล่งผลิตและส่งออกมะละกอรายใหญ่ของโลก ได้แก่ เม็กซิโก มาเลเซีย บราซิล และอ
เกษตรกรมือใหม่มือเก่าหลายรายที่มั่นใจว่า ตัวเองมีฝีมือดีในการปลูกพืช เมื่อหันมาปลูกมะละกอ เจอปัญหาทั้งเรื่องการปลูกดูแลและการตลาด จนรู้สึกท้อถอยและตัดสินใจเลิกปลูกมะละกอไปในที่สุด ทำให้ “มะละกอ” ได้ชื่อว่า เป็นผลไม้ปราบเซียนมานักต่อนักแล้ว ดังนั้น การปลูกมะละกอจึงเป็นศาสตร์ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ให้เข้าใจธรรมชาติของต้นมะละกอ ดูแลจัดการสวนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี ตรงกับความต้องการของตลาด มะละกอพันธุ์ ฮอลแลนด์…ไม้ผลยอดนิยม มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ เป็นพันธุ์มะละกอที่นำมาจากประเทศฮอลแลนด์ เมื่อปี 2543 มีชื่ออื่นๆ ได้แก่ เรดมาราดอร์ ปลักไม้ลาย และเซซากิ แต่เกษตรกรไทยนิยมเรียกว่า มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากโดยเฉพาะผลสุก เนื่องจากมีเนื้อสีแดงอมส้ม เนื้อหนา รสหวาน เปลือกหนา ทนทานต่อโรค ทนทานต่อการขนส่งให้ผลดก เนื้อแน่นแข็ง น้ำหนักดี รสชาติหวาน อร่อย ความหวานเฉลี่ย 11-13 องศาบริกซ์ หากมีการดูแลให้ปุ๋ยให้น้ำอย่างเหมาะสม มะละกอฮอลแลนด์จะให้ผลผลิตสูงมากถึงต้นละ 100 กิโลกรัม ตลอดอายุการเพาะปลูก หลังย้ายปลูก 9 เดือน ก็สาม
มะละกอแขกดำหนองแหวน เป็นมะละกอที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี กลายพันธุ์จากแขกดำ ลักษณะเด่นของเขาคือโคนผลเล็ก กลางผลใหญ่ขึ้น ปลายผลแหลม ผิวผลสีเขียวเข้ม ผิวสวย ผลผลิตดก น้ำหนักเฉลี่ย 2.5 กิโลกรัม ต่อผล เนื้อสีแดง แต่ไม่แดงติดเปลือก รสชาติหวานแหลม ปลูกและดูแลมะละกอพันธุ์นี้อย่างไรให้ได้ผลดี วิธีการ…เริ่มจากนำเมล็ดลงแช่น้ำ 3 คืน จากนั้นเพาะเมล็ดในถุงขนาด 4 คูณ 6 นิ้ว วัสดุที่ใส่ในถุงมีดิน ขุยมะพร้าว และแกลบดำ ราว 10 วัน เมล็ดเริ่มงอก เมื่องอกได้ 25 วัน นำลงปลูกได้ ระยะปลูก ใช้ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 2 คูณ 2.50 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 250 ต้น ช่วงที่หยอดเมล็ดลงถุง หยอด 4-5 เมล็ด ต่อถุง ต้นจะงอกอย่างต่ำ 3 ต้น เมื่อนำลงปลูก ยามที่มีดอกให้เลือกต้นกะเทยไว้เพียง 1 ต้น ต่อหลุมเท่านั้น งานปลูกมะละกอเรื่องน้ำมีความสำคัญมาก น้ำดี มะละกอให้ผลผลิตดี ปลูกใหม่ๆ เจ้าของให้น้ำทุกวัน วันละ 30-45 นาที สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือความชื้น หากฝนตก เวลาการให้น้ำก็ลดลง ปลูกได้ 14 วัน ให้ปุ๋ย จากนั้นก็ให้ปุ๋ยทุกๆ 15 วัน เป็นสูตร 15-15-15 สลับกับสูตร 16-16-16 จำนวนครึ่งช้อนกินข้าว หว่าน
“มะละกอ” เป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทยในปัจจุบัน นิยมบริโภคกันเป็นจำนวนมากทั้งในรูปของผลไม้ดิบเพื่อปรุงเป็นอาหารคาวหวาน และบริโภคในรูปของผลไม้สุก โดยมะละกอจะเริ่มให้ผลเมื่ออายุได้ประมาณ 8 เดือนขึ้นไป จากนั้นจะทยอยออกผลมาตลอดทั้งปี และจะมีผลผลิตสูงในระยะปีที่ 2 – 3 พอเข้าปีที่ 4 ต้นจะเริ่มทรุดโทรม ให้ผลผลิตลดลง ผลมีขนาดเล็กลง ดังนั้น การปลูกมะละกอเป็นการค้า มักจะเก็บผลเพียงปีที่ 2 – 3 เท่านั้น หลังจากนั้นจะตัดทิ้งและปลูกใหม่ ปกติแล้วมะละกอจะให้ผลผลิตไปได้เรื่อยๆ แม้จะมีอายุมากขึ้น แต่ผลมะละกอที่ได้ในระยะหลังจะเล็กลงเรื่อยๆ ขายไม่ได้ราคา แต่หากใครไม่ได้ปลูกเพื่อการค้า ไม่ได้จริงจังกับเรื่องผลผลิตมากนัก ลอง “ทำสาว” ให้มะละกอดูก่อน สำหรับการทำสาวมะละกอที่ว่านี้ แนะนำให้ทำหลังจากที่เราได้เก็บผลผลิต มะละกอ รุ่นแรกไปแล้ว คือการตัดต้นมะละกอให้เหลือไว้สัก 2-3 ใบก็พอ แล้วบำรุงต้นเพื่อเลี้ยงยอดใหม่ ประมาณสองเดือน หลังจากนี้ ยอดมะละกอที่แตกใหม่ก็จะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมที่เราปลูก และจะสามารถเก็บผลผลิตได้ในราวๆ เดือนที่ 4 หลังจ
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว หากพูดถึงมะละกอ คนไทยจะคุ้นเคยกับ คำว่า “มะละกอแขกดำ” กันดี มะละกอแขกดำ มีจุดเริ่มต้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จากนั้นก็กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ มะละกอเป็นพืชที่กลายพันธุ์ง่าย เมื่อนำไปปลูกถิ่นอื่นนานๆ ลักษณะก็จะเปลี่ยนไป เมื่อพบสิ่งที่ดี ผู้ปลูกก็จะเก็บสิ่งนั้นไว้ สถานีวิจัยพืชสวนท่าพระ จังหวัดขอนแก่น นำมะละกอแขกดำไปปรับปรุงพันธุ์ ได้ชื่อว่า “แขกดำท่าพระ” ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีษะเกษ นำแขกดำไปปรับปรุงพันธุ์ ได้ชื่อว่า “แขกดำศรีษะเกษ” เกษตรกรที่จังหวัดจันทบุรี ปลูกมะละกอแขกดำกันมาก จนเกิดการกลายพันธุ์ รู้จักกันดีในนาม “แขกดำหนองแหวน” คุณปรุง ป้อมเกิด เกษตรกรที่อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ปลูกมะละกอมานาน เขาเก็บรักษาสายพันธุ์ไว้ จนเรียกได้ว่า “แขกดำนายปรุง” แขกดำสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีอยู่ ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อหวังดัง หรือหวังเป็นการค้า แต่พบลักษณะที่แปลกและแตกต่างอย่างชัดเจน อาจจะเป็นรูปร่าง รวมทั้งคุณสมบัติภายใน อย่างสี รสชาติ ความต้านทานโรค ผลผลิตต่อต้น พยายามถามหาที่มาของชื่อมะละกอ …ทำไม จึงชื่อ แขกดำ รองศาสตราจารย์วิจิตร วังใน อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชสวน คณะ
มะละกอเป็นพืชที่ได้รับความนิยม ทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ เพียงแต่รูปแบบการปรุงแต่งแต่ละท้องที่ แต่ละท้องถิ่น อาจจะแตกต่างกันไป คนไทย ผลมะละกอดิบนำมาทำส้มตำ จะตำปู หรือตำปลาร้า ก็ว่ากันไป ส่วนผลสุกเป็นผลไม้ได้อย่างดี ชาวต่างชาติ นิยมมะละกอสุกที่ผลเล็กๆ ใช้มีดผ่าตักกิน ปริมาณพอเหมาะพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไปต่อมื้อ งานปลูกมะละกอในบ้านเรา ทำสองระบบด้วยกัน เริ่มจากปลูกเป็นสวนหลังบ้าน หรือปลูกเข้าไปกับไร่นาสวนผสม ตามคันบ่อ หลังปลูกไปปีเดียวก็เก็บผลผลิตได้ อาจถือว่ามะละกอเป็นพืชนำร่อง สำหรับผู้ที่สนใจทำสวนไม้ผล ทั้งนี้เพราะมะละกอให้ผลผลิตเร็ว กว่าที่มะม่วง ขนุน ยางพารา และพืชหลักอย่างอื่นจะได้ผล มะละกอที่ปลูกแซมก็เก็บไปหลายรุ่นแล้ว ระบบปลูกอีกอย่างหนึ่ง คือปลูกเพื่อการค้าอย่างจริงจัง ว่ากันเป็นแปลงใหญ่ๆหลายไร่ เก็บแต่ละครั้งก็หลายคันรถ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บ้านเรามีมะละกอสายพันธุ์ที่ดี แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบคือ โรคจุดวงแหวน เมื่อมีการระบาดยากที่จะเยียวยา อย่างไรก็ตาม งานพัฒนาด้านนี้ มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่เคยหยุดนิ่ง งานที่ทำอยู่ บางครั้งอยู่ไกล ลี้ลับ อยู่ในซอกหลืบ กระนั้นก็ตา
