มะละกอ
“มะละกอเป็นพืชที่ต้องการน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำขัง เพราะเสี่ยงต่อการเป็นโรครากเน่า” เป็นข้อมูลที่รู้กันดีอยู่ในกลุ่มชาวบ้านตำบลวังหามแห อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้ที่ผ่านมาในอดีต ไม่มีเกษตรกรรายใดปลูกมะละกอแม้แต่รายเดียว ที่เห็นทั่วไปคือปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง และข้าวโพด มีพื้นที่ทำนาเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว มี คุณณฏฐพล นิยมจันทร์ และ คุณปรีชา แสงทอง เริ่มนำร่อง นำมะละกอฮอลแลนด์มาลงปลูก เพราะมองเห็นในศักยภาพของพื้นที่ ทั้งยังมองเห็นว่าผลกำไรจากการทำสวนมะละกอน่าจะเป็นรายได้ที่มากกว่าการปลูกพืชไร่อย่างแน่นอน ทั้งคุณณฏฐพลและคุณปรีชา ใช้ความเป็นหนุ่ม กล้าลองผิดลองถูก ไปเรียนรู้การทำสวนมะละกอฮอลแลนด์ เพราะเห็นว่าเป็นสายพันธุ์กินผลสุกที่ตลาดต้องการ แม้จะรู้ว่าสภาพพื้นที่ทำการเกษตรของตนเองมีแหล่งน้ำน้อย ต้องอาศัยน้ำจากคลองหรือการขุดสระก็ตาม แล้วกลับมาเริ่มทดลองปลูกก่อนเพียง 5 ไร่ การเก็บผลผลิตรอบแรก ก็มองทะลุไปถึงอนาคตได้ว่า ผลไม้ชนิดนี้สร้างรายได้ที่ดีให้อย่างแน่นอน จาก 5 ไร่ เริ่มขยายพื้นที่การปลูกออกไปเรื่อยๆ เมื่อชาวบ้านใกล้เคียงเห็นความตั้งใจและรายได้ที่มากกว่า จึงเ
คุณเบิร์ด พีอาร์หนุ่มร่างใหญ่ของตลาดไท พาผู้เขียนไปสำรวจตลาดมะละกอสุก พร้อมพูดคุยกับ คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา เจ้าของร้าน “ปิ่นแก้ว มะละกอ” โทร. (081) 922-6827 และ (085) 228-6564 ผู้ค้ามะละกอสุก รายใหญ่ของตลาดไท คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวเธอทำสวนมะละกอพันธุ์แขกดำ อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี คุณแม่ปิ่นแก้วของเธอได้มาเปิดแผงค้ามะละกอที่ตลาดไท เมื่อปี 2538 ตามคำเชิญของผู้บริหารตลาดไทในยุคนั้น เรียกได้ว่า ร้านปิ่นแก้ว เป็นผู้ค้ามะละกอรุ่นบุกเบิกของตลาดไทได้เลย หลังเรียนจบ คุณแม่ได้มอบกิจการ ร้านปิ่นแก้ว มะละกอ ให้เธอบริหารงานมาตลอด จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้ว ระยะแรก ร้านปิ่นแก้ว จำหน่ายมะละกอพันธุ์แขกดำเป็นหลัก จวบจนกระทั่ง ปี 2550 กระแสตลาดมะละกอสุกได้เปลี่ยนแปลงไป มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์เริ่มเข้ามาเป็นพระเอกแทน เพราะมีลักษณะเด่นถูกใจตลาดและผู้บริโภคหลายประการ ยกตัวอย่าง เช่น มีผิวสวย คุณภาพการเก็บรักษาที่ทนทานมากกว่า อายุการจำหน่ายที่นานขึ้น โดดเด่นด้านรสชาติความอร่อย มีรสหวานกว่าแขกดำ ขายได้ราคาสูงกว่ามะละกอพันธุ์แขกดำ การปลูก คุณเดือนเพ็ญ บอกว่า การส่งเสริมใ
เมื่อผลผลิตทางการเกษตรเริ่มตกต่ำ การหันมองพืชชนิดใหม่ที่เหมาะกับพื้นที่และสภาพอากาศ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ช่วยเสริมรายได้อันน้อยนิดให้ได้เป็นกอบเป็นกำขึ้นมา พื้นที่ตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพื้นที่ที่ไม่จัดว่าแล้ง แต่ในบางพื้นที่อำเภอต้องประสบภาวะน้ำเค็มจากน้ำที่พื้นที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำขนาดใหญ่อย่างแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นความโชคดีของชาวบ้านบ้านดงสวาท ตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ที่อาศัยแหล่งน้ำจากน้ำบาดาล ซึ่งเป็นน้ำใต้ดินที่มากเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก และปราศจากภาวะน้ำเค็มอย่างบางพื้นที่ประสบ คุณยุพา พันธุ เกษตรกรสาว วัย 25 ปี ครอบครองที่ดินของตนเองเพียง 9 ไร่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผักตามฤดูกาล ซึ่งราคาทั้งหมดถูกกำหนดโดยพ่อค้าคนกลาง กว่าจะเก็บข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขายได้ในแต่ละรอบ เมื่อคำนวณต้นทุนการผลิตกับรายได้ที่ได้มาแล้วหลายครั้งที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง จึงมีแนวคิดเปลี่ยนพืชชนิดอื่นแทน “ในละแวกใกล้เคียงมีชาวบ้านหลายราย ปลูกมะละกอดิบสำหรับทำส้มตำขาย ได้ยินว่ามีรายได้ดี เลยอยากปลูกบ้าง พ่อค้าที่รับซื้อผักแนะนำให้นำเมล
มะละกอแขกนวล เป็นสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์มาจากพันธุ์แขกดำ มีลักษณะเด่นคือ สีใบเขียวเข้ม ขนาดผลปานกลาง ผลมีลักษณะกลมยาวสีเขียวเข้ม น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ต่อผล ผลสุกมีลักษณะเนื้อสีเหลืองเข้ม ให้รสหวานโดยมีความหวานประมาณ 13-14 องศาบริกซ์ ซึ่งมะละกอแขกนวล จัดว่าเป็นมะละกอที่เลื่องชื่อในวงการส้มตำมานาน เพราะเป็นมะละกอที่กรอบกว่าทุกสายพันธุ์ก็ว่าได้ โดยแม่ค้าส้มตำระดับมืออาชีพก็น่าจะรู้ในข้อดีในเรื่องนี้ไม่น้อย และที่สำคัญยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ตลาดมีความต้องการสูง เฉลี่ยต่อต้นแล้วผลผลิตที่ได้เท่ากับต้นละ 200-300 กิโลกรัม ต่อต้น ต่อปี เลยทีเดียว คุณทองดี กำลังงาม เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เล็งเห็นลักษณะพิเศษของมะละกอสายพันธุ์นี้ จึงได้เลือกปลูกมะละกอแขกนวลในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวนมากถึง 38 ไร่ จึงนับว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขามากว่า 20 ปี กันเลยทีเดียว เดิมมีอาชีพ ด้านการเกษตรอยู่แล้ว คุณทองดี เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำอาชีพทางการเกษตร คือทำไร่ ทำนา ซึ่งการทำนาจะขายผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น จึงคิดว่าไม่สามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับเขาได้มากพอ จึงได้คิ
ในสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งทางธรรมชาติ อันมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด การพัฒนาและปรับปรุงเมล็ดพันธุ์พืช ผัก ตลอดจนไม้ผลนานาชนิดให้สอดคล้องเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดภาคเกษตรกรรมนับว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างมะละกอ ที่ บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพอย่าง พันธุ์เรดเลดี้ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปลูกในตำบลยกกระบัตร อำเภอสามเงา จังหวัดตาก พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้ทนแล้ง ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ คุณธนิต นาดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเขตภาคเหนือ เปิดเผยว่า เดิมทีชาวบ้านแห่งนี้ปลูกมะละกอพันธุ์แขกดำและฮอลแลนด์ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะไม่ทนโรค จึงทำให้ชาวบ้านลองเปลี่ยนมาปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้แทน เพราะมีคุณสมบัติทนแล้งดี แล้วยังทนต่อโรค/แมลงศัตรู ช่วยให้ผลเน่าเสียลดลงหรือไม่มี จึงทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ลดต้นทุนการใช้ยาป้องกันได้ด้วย นอกจากนั้น มะละกอพันธุ์นี้ยังมีเปลือกหนา ทำให้มีความปลอดภัยระหว่างขนส่ง เพราะไม่ทำให้เนื้อช้ำเสียหายง่าย ส่วนเนื้อผลแน่น มีความหวาน ปกติประมาณ 13-14 บริกซ์ และถ้าสุกเต็มที่อาจได้ความหวานถึง 1
หลังจบปริญญาตรีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กิตินัน นุ้ยเด็น เด็กหนุ่มจากตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เลือกใช้ชีวิตเป็นเกษตรกร โดยทำการเกษตรแบบเต็มรูปแบบ ร่วม 3 ปี บนไร่ อ.การเกษตร (สามพี่น้อง) ใช้ความรู้จากการศึกษาค้นหาและลงมือทำ ก่อนตัดสินใจพลิกสวนยางพาราอายุเกิน 25 ปี เป็นสวนมะละกอ สวนกล้วยหอมและกล้วยไข่ มีผลผลิตออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้งดงาม เฉลี่ยเดือนละ 30,000-50,000 บาท เป็นสินค้าเกษตรที่ตลาดต้องการ ทั้งในประเทศและเพื่อนบ้าน อาทิ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ด้วยการบริหารจัดการในระดับแนวหน้าของจังหวัด จนประสบความสำเร็จเป็นเกษตรกรตัวอย่าง เป็นเกษตรยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือเกษตรคนรุ่นใหม่ ตามโครงการของกระทรวงเกษตร “กิตินัน” เล่าว่า เนื่องจากสวนยางพารามีอายุมาก ต้นแก่มากแล้ว ประกอบกับปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ พันธุ์แขกดำ 400 ต้น และปลูกกล้วยหอม กล้วยไข่ 2,000 ต้น ตั้งเป้าหมายว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ที่เหลือเป็นยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ป
ที่ตลาดน้ำดอนหวาย มีของกิน ผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ วางขายอยู่เป็นจำนวนมาก มะละกอจาก”สวนนายปรุง” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับตลาดแห่งนี้ ปัจจุบันคุณปรุง ป้อมเกิด อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 4 ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม คุณปรุง ปลูกมะละกอมานานกว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมที แม่ค้าในตลาด มีมะละกอแขกดำรสชาติดี จึงนำผลให้คุณโสภา ภรรยานายปรุงเพื่อชิมเนื้อ แล้วก็ลองนำเมล็ดไปปลูก คุณปรุงและภรรยาชอบใจ จึงปลูกมะละกอที่แม่ค้าให้มา เมื่อมีผลผลิตเขาชิมดู ปรากฏว่าอร่อยมาก ผลผลิตที่ได้เจ้าของนำออกจำหน่าย แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น คุณปรุงไม่ย่อท้อ พยายามปลูกรุ่นใหม่ เมื่อมีผลผลิตก็นำออกทดลองตลาดอีก ระยะหลังๆราคากระเตื้องขึ้น ทุกวันนี้ เท่าที่ทราบ คุณปรุงขายมะละกอจากสวนได้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย คือกิโลกรัมละ 25-30 บาทมีบวกลบบ้างเล็กน้อย มะละกอที่ปลูกอยู่เป็นสายพันธุ์แขกดำ เจ้าของได้คัดพันธุ์ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกร
พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเกษตรกรในอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี นอกจากมะนาว กล้วยไข่ แล้ว ยังมีมะละกอ ถึงแม้พื้นที่ปลูกไม่มากนัก ราว 50-100 ไร่ หมุนเวียนตลอดปี แต่ก็สร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่น้อย จุดเริ่มต้นของงานปลูกมะละกอที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง มีขึ้นเมื่อปี 2541 สำนักงานเกษตรอำเภอหนองหญ้าปล้อง โดยคุณบุญส่ง พูลพัฒน์ อดีตเจ้าหน้าที่เกษตร และคุณชาญณรงค์ พวงสั้น รับราชการอยู่สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ได้มีโครงการแปลงจัดไร่นาให้กับเกษตรกร พืชหนึ่งที่บรรจุในโครงการคือมะละกอ เมื่อโครงการแปลงจัดไร่นาผ่านไป ปรากฏว่า เกษตรกรติดใจงานปลูกมะละกอ จึงปลูกมาถึงปัจจุบันนี้ คุณบุญส่ง บอกว่า เกษตรกรปลูกมะละกอราว 10 ราย พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ อยู่ที่หมู่บ้านห้วยเกษม ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ สายพันธุ์มะละกอที่นำมาปลูก ได้มาจากอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ลักษณะของสายพันธุ์ ก้ำกึ่งระหว่างพันธุ์แขกดำและสายน้ำผึ้ง เกษตรกรได้เก็บสายพันธุ์สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ อาจจะเรียกว่าสายพันธุ์”หนองหญ้าปล้อง”ก็ได้ “จุดเด่นของพันธุ์นี้ ดก ค่อนข้างทนต่อโรค เมื่อสุกเปลือกนิ่ม เนื้อในยังกินได้ ลักษณะผลยาว เ
คุณสหรัฐและคุณเจษฏาภรณ์ เกษสกุล ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่3 ตำบลบางกระจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี แต่เดิมคุณสหรัฐ ทำงานอยู่ที่กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัดจันทบุรี ต่อมาได้ลาออก มาทำอาชีพค้าขายยางพารา จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นค้าขายมะละกอ โดยซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไปจำหน่ายที่ตลาดสี่มุมเมืองและตลาดไท ระหว่างที่ซื้อมะละกอไปขายนั้น คุณสหรัฐพบว่า เกษตรกรมักประสบปัญหามีโรคระบาดในแปลง ผลผลิตมีน้อย บางช่วงของไม่พอส่ง เพื่อให้มีผลผลิตส่งอย่างต่อเนื่อง เขาจึงลงมือปลูกมะละกอเองส่วนหนึ่ง โดยการเช่าที่ปลูก เมื่อปลูกไปได้สักพัก ราว 2-3 ปี ก็ย้ายที่ปลูก ทั้งนี้เพื่อลดการระบาดของโรคและแมลงนั่นเอง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงปัจจุบัน ย้ายมาหลายแปลงแล้ว พื้นที่จะหมุนเวียนอยู่ระหว่างจันทบุรี ปราจีนบุรี และสระแก้ว แปลงปลูกมะละกอของคุณสหรัฐ มีพื้นที่ระหว่าง 20-30 ไร่ สายพันธุ์มะละกอที่ปลูกคือพันธุ์”แขกดำหนองแหวน” เป็นพันธุ์ที่เก็บเป็นมะละกอดิบได้ แต่ทางคุณสหรัฐและภรรยา เก็บสุกอย่างเดียว เนื่องจากได้น้ำหนักและราคาเพิ่มขึ้น คุณสหรัฐและภรรยาแนะนำการปลูกว่า ใช้ระยะระหว่างต้น 2.5 คูณ 2.5 เมตร ปลูกไปราว 7 เดือนก
เมื่อเร็วๆ นี้ บมจ. มติชน และนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้ ครั้งที่ 8 ณ สุนีย์ ทาวเวอร์ ซิตี้ มอลล์ จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมจัดเวทีเสวนาเกษตรชี้ช่องรวย กับ “กล้วยน้ำว้า-มะละกอ” ไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังได้รับความนิยมจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศได้รับชมการถ่ายทอดสดจากเวทีเสวนาผ่านทางเฟซบุ๊ก “khaosod” ปรากฏว่า มีผู้สนใจรับชมการถ่ายทอดสดตลอด 2 วัน นับแสนราย ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเปิดชมวิดีโอย้อนหลังทางเฟซบุ๊ก khaosod ได้ทุกวัน มะละกออีสาน ปลูกกินเองได้ ปลูกขายรวย สำหรับการเสวนาเกษตรสัญจร หัวข้อ “มะละกออีสาน ปลูกกินเองได้ ปลูกขายรวย” ดำเนินรายการโดย คุณวิไล อุตส่าห์ นักวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และมีวิทยากรร่วมให้ความรู้เรื่องมะละกอ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ คุณธวัชชัย นิ่มกิ่งรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ บรรยาย เรื่อง “มะละกอแขกดำศรีสะเกษ พืชพรรณล้ำค่าประจำถิ่นอีสาน ปลูกทำส้มตำได้ ปลูกกินสุกดี” คุณธวัชชัย กล่าวว่า ทางศูนย์วิจัยฯ ได้วิจัยพัฒนามะละกอแขกดำศรีสะเกษรุ่นแรก เมื่อประมาณ 20
