ม.มหิดล
รองศาสตราจารย์ ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ ประธานกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศ MUSC – STEM EDUCATION คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หนึ่งในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย ได้แก่ “อิทธิบาท 4” หรือ “หัวใจแห่งความสำเร็จ” ฉันทะ – วิริยะ – จิตตะ – วิมังสา (Passion – Determination – Concentration – Assessment) ที่มุ่งใช้สติ สมาธิ และปัญญา เป็นอาวุธเพื่อเป็นคำตอบสู่ทางออกเพื่อหลุดพ้นจากกับดักสิ่งฉุดรั้งในการนำพาประเทศชาติบรรลุเป้าหมายของการแข่งขันทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในเวทีโลกได้ และการศึกษาที่มุ่งสร้างปัญญาสร้างความสมดุลแบบองค์รวมแห่งการเรียนรู้ “Head-Heart-Hand” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนไทย โดยเฉพาะด้วยการเรียนรู้ตามวิถีของสะเต็ม (STEM Based Learning) ที่เน้นวิธีการเรียนรู้แบบบูรณาการที่มุ่งพัฒนาทักษะในการคิดวิเคราะห์ เพื่อมุ่งแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผนวกเอา “S” – Science หรือ วิทยาศาสตร์ “T” – Technology หรือเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาหลักซึ่งมีบุคลากรเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับประเทศ และในฐานะ “ปัญญาของแผ่นดิน” มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ริเริ่มปลูกฝังให้นักศึกษาและบุคลากรเกิดความตระหนักรู้ในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการฝึกอบรมและจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมวางระบบ และกำหนดนโยบาย ภายใต้คณะกรรมการเตรียมความพร้อมในการคุ้มครองข้อมูลของมหาวิทยาลัย มาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ประเทศไทยได้เริ่มมี พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2562 เป็นต้นมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศฯ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมความพร้อมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของPDPA ว่า จะช่วยทำให้ประเทศไทยเกิดความเชื่อมั่นจากผู้มาลงทุนจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นแม่แบบของการวางระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (General Data Protection Regulation: GDPR) ที่ครอบคลุมสิทธิของประชาชนชาว EU ทั้งที่อยู่ในและนอกกลุ่มประเทศ EU แม้จะไม่เข้มข้นเท่า แต่ก็อยู่บนหลักการพ
รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทราพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์ผู้สอนหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะผู้นำทีมวิจัยสร้างสรรค์นวัตกรรม “ถังขยะพูดได้สำหรับผู้พิการทางการมองเห็น” จากความต้องการของผู้ใช้จริงครั้งแรกว่า เป็นนวัตกรรมที่ริเริ่มขึ้นโดยตั้งโจทย์จากข้อจำกัดในการแยกขยะของผู้พิการทางการมองเห็น ซึ่งไม่อาจแยกขยะตามสีของถังขยะได้เหมือนคนทั่วไป อีกทั้งไม่อาจแยกได้เพียงจากการสัมผัสป้ายอักษรเบรลล์ เนื่องจากจะเป็นการสัมผัสเชื้อโรคที่มากับขยะด้วย จึงได้ร่วมกับ อาจารย์ ดร. อิศวรา ศิริรุ่งเรือง อาจารย์ประจำภาควิชาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้พิการทางการมองเห็น ออกแบบและพัฒนาถังขยะขึ้นใหม่ ให้มีเซนเซอร์คอยส่งเสียงให้แยกและทิ้งขยะได้อย่างถูกต้อง กลุ่มเป้าหมายเริ่มต้นที่นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา เนื่องจากต้องการปลูกฝังจิตสำนึกของคนไทยให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนเรื่องการแยกขยะให้กับนักเรียนและข
รองศาสตราจารย์ ดร. ประสิทธิ์ สุวรรณเลิศ หัวหน้าภาควิชาพยาธิชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “พยาธิวิทยา” (Pathology) เป็นศาสตร์วิชาเพื่อศึกษาสาเหตุ กลไกการเกิดโรค และการเปลี่ยนทางพยาธิสภาพของโรค ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานของนักศึกษาแพทย์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ส่วน “พยาธิชีววิทยา” (Pathobiology หรือ Experimental Pathology) จะเน้นการศึกษาวิจัยเพื่อทดสอบสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางพยาธิวิทยา โดยมีการศึกษาค้นคว้า ทั้งในระดับโมเลกุล เซลล์ เนื้อเยื่อ สัตว์ทดลอง และในมนุษย์ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการประยุกต์ใช้ในทางคลินิกต่อไป คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดการเรียนการสอน วิจัย และบริการทางวิชาการทางพยาธิชีววิทยา นับตั้งแต่สมัยอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าภาควิชาพยาธิชีววิทยาท่านแรก ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์ณัฐ ภมรประวัติ ได้บุกเบิกนำทีมคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาสร้างสมองค์ความรู้ทางด้านดังกล่าว จนสามารถขยายผลจากการเป็นเพียงวิชาพื้นฐานสำหรับนักศึกษาแพทย์ สู่ศาสตร์แห่งการไขความลั
เป็นที่น่ายินดีที่เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ประกาศรายชื่อมหาวิทยาลัยไทยที่สามารถก้าวขึ้นสู่มหาวิทยาลัยอันดับโลก จากการจัดอันดับ QS World University Rankings 2022 โดย มหาวิทยาลัยมหิดล ติดอันดับ Top 100 สาขาวิชาด้านเภสัชกรรมและเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คือ เบื้องหลังของความสำเร็จอันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศดังกล่าว หนึ่งในผลงานโดดเด่นล่าสุด ซึ่งมีส่วนผลักดันให้มหาวิทยาลัยมหิดลสามารถก้าวขึ้นสู่ Top100 มหาวิทยาลัยอันดับโลก QS World University Rankings 2022 สาขาวิชาด้านเภสัชกรรมและเภสัชวิทยา ได้แก่ งานวิจัยที่สามารถแก้ไขปัญหาทางด้านสาธารณสุขเรื่องการเข้าถึงยาใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะของไทย รองศาสตราจารย์ เภสัชกรสุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเจ้าของผลงานวิจัย เรื่อง “การเปรียบเทียบประสิทธิผล และความปลอดภัยของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินรุ่นใหม่ กับยาวาร์ฟาริน ในประเทศที่กำลังพัฒนา โดยอาศัยข้อมูลจากการใช้จริงในระบบสุขภา
ทิศทางของการปลูกพืชเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน มุ่งไปที่การพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ “โภชนเภสัช” (Nutraceutical) เพื่อเป็นทางเลือกในการเสริมสร้างสุขภาวะ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสนิยม (trend) ในโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจบริโภคอาหารจากธรรมชาติเพื่อการดูแลสุขภาพ มากกว่าการรับประทานยาที่มีส่วนประกอบหลักจากสารเคมี ซึ่งเป็นที่หวั่นวิตกในเรื่องการมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย รองศาสตราจารย์ เภสัชกรสุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษแล้วที่คณะฯ ได้มีการศึกษาวิจัยด้านพืชสมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรเพื่อพัฒนาสู่ยาในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการทดสอบประสิทธิภาพทางยาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ยาที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับประชาชน คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับอีก 8 ส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล(MB) และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (I
รองศาสตราจารย์ ดร. โสรยา จาตุรงคกุล อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาชีววิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโมเลกุล สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้สามารถคว้ารางวัลศึกษาวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 28 พ.ศ. 2564 มูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จากการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ไขความลับต้านโรคกุ้งตายด่วน (EMS – Shrimp Early Mortality Syndrome) ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียวิบริโอพาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) และโรค “กุ้งตัวแดงดวงขาว” (White spot disease) ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งโรคทั้งสองชนิดในกุ้งขาวส่งผลให้กุ้งที่ติดเชื้อไม่สามารถที่จะกินอาหารได้ตามปกติและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ผู้วิจัยได้เลือกใช้อาหารเสริม “โพรไบโอติกส์” (Probiotics) คุณภาพ ซึ่งผ่านการศึกษาและทดลองในระดับยีนหรือพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการร่วมกับนักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นเวลาครึ่งทศวรรษ จนเห็นผลพิสูจน์ได้แล้วว่าสามารถป้องกันโรคได้ถึง ร้อยละ 70 ด้วยโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ที่ค้นพบ โดยเป็
ปัญหาทางสุขภาวะของประเทศไทยในชนบทที่ผ่านมาเกิดความรุนแรง โดยมีสาเหตุสำคัญจาก “ปัญหาทางพฤติกรรมสุขภาพ” ด้วยการใช้องค์ความรู้ทาง “สุขศึกษา” จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งสามารถขยายผลสู่ระดับประเทศและภูมิภาคผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อการมีสุขภาวะที่ยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร. สุภา เพ่งพิศ ผู้มีประสบการณ์จากการบริหารวิจัยในระดับนานาชาติ มาประยุกต์ใช้กับชนบท ด้วยการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเป็นที่พึ่งของชุมชนด้านการส่งเสริมสุขภาวะ ปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร. สุภา เพ่งพิศ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นภาควิชาที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานถึงเกือบ 6 ทศวรรษ ในการจัดการเรียนการสอนการวิจัย และบริการวิชาการ ส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนในชนบทด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาพบว่า นักวิจัยสุขภาวะชุมชนยังไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้เท่าที่ควร เนื่องจากขาดความแข็งแกร่งทางด้านวิชาการ และวิจัย จำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงที่จะคอยกระตุ้น และให้คำปรึกษา เพื่อให้สามารถตั้งต้นทางวิชา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้เราได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ จนสามารถต่อยอดให้เกิดการใช้ประโยชน์ต่อไปได้ จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างสมบูรณ์ ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้อุปกรณ์ หรือสื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้แล้ว จะยิ่งทำให้ผู้เรียนสามารถออกสตาร์ทไปถึงจุดหมายได้อย่างถูกทาง “ประตูสัญญาณตรรกะ” หรือ “ลอจิกเกต” (LOGIC GATE) เป็นอุปกรณ์ดำเนินการทางตรรกศาสตร์ (Boolean) ที่ประมวลผลฟังก์ชันทางตรรกศาสตร์ เพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ หรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ตัวอย่างเช่น “ลอจิกเกต และ (And Gate)” และ “ลอจิกเกตหรือ (Or Gate)” การทำงานของ “ลอจิกเกต และ” จะทำงานเมื่อทุกเงื่อนไขเป็นจริง ส่วน “ลอจิกเกต หรือ” จะทำงานเมื่อเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริง เช่น ถ้าเราต้องการตั้งโปรแกรมให้ไฟหน้าบ้านส่องสว่าง ทั้งตามเวลาเปิด-ปิดที่ตั้งไว้ หรือเมื่อมีวัตถุเคลื่อนผ่านเราจะเลือกใช้ “ลอจิกเกต หรือ” แต่หากต้องการให้ส่องสว่างทั้ง
รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน (AIHD) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงนิยามของ PHC ว่า เป็นแนวคิด หลักการและกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพของทุกประเทศทั่วโลกในการบรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ซึ่งสถาบันฯ ถือเป็นภารกิจสำคัญในการประสานเครือข่ายพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศ ร่วมผลิตและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ และองค์ความรู้ในการนำหลักการ PHC สู่การปฏิบัติ และขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ “ขณะนี้เรามีงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เกี่ยวกับการประเมินนโยบายคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) โดยมีการเสนอเพื่อการจัดตั้งคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับจังหวัด(พชจ.) เพื่อเป็นกลไกเสริมหนุนการขับเคลื่อน พชอ. เพื่อให้เกิดผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับชุมชนต่อไป นอกจากนี้ มีงานวิจัยเพื่อพัฒนาบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญแห่งการบรรลุเป้าหมาย SDGs ต่อไป ซึ่งจะทำให้
