ม.มหิดล
รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพและบริการวิชาการมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ด้วยพันธะสัญญาที่มหาวิทยาลัยมหิดลมีต่อชุมชน ที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิด “การยกระดับ” ทางวิชาการเพื่อทำให้ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง เพื่อสนองรับนโยบายของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม ได้นำไปสู่ “การเสริมพลัง” (Synergies) หรือการสร้างเครือข่ายที่รวบรวมเอาความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของแต่ละสถาบันอุดมศึกษามาทำประโยชน์เพื่อสังคมร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการเสริมศักยภาพของการทำงานให้เกิดผลกระทบต่อไปได้อีกเท่าทวีคูณ ซึ่งการวิจัยระดับแนวหน้า (frontier research) ของสถาบันอุดมศึกษาไทย ตามนโยบายของ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม ประกอบไปด้วยกลุ่มวิจัยหลัก ได้แก่ กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยี กลุ่มส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และกลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จึงกลายเป็นที่มาของการเสริมพลังระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื
รองศาสตราจารย์ ดร. โธมัส กวาดามูซ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงนโยบาย “SSHA” พลิกโฉมด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะได้รวบรวมเอาศาสตร์ทางด้านสังคมศาสตร์ (Social Sciences) มนุษยศาสตร์ (Humanities) และศิลปศาสตร์/ศิลปกรรมศาสตร์ (Arts) จาก 14 ส่วนงาน และ 3 วิทยาเขตเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นพลังเปลี่ยนแปลงสังคมสู่สิ่งที่ดีขึ้น มหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นบทบาทสำคัญในการเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” ให้กับสังคม เสริมด้วยหลัก SDGs เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ โดยมุ่งสร้างนวัตกรรมทางสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ซึ่งในปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลมีครบพร้อมแล้วทั้ง 3 ด้าน และกำลังจะทำให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ปี 2565 นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากจากวิกฤติใดๆ เชื่อว่าด้วยพลัง “SSHA” จาก “ปัญญาของแผ่นดิน” ที่มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมมอบให้ต่อไปนี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมสู่สิ่งที่ดีกว่าในอนาคตได้ต่อไปอย่างแน่นอน ติดตามข่าวสารที่
รองศาสตราจารย์ ดร. ภก.เนติ สุขสมบูรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกยุค “Next Normal” ตุลาคม 2565 นี้มหาวิทยาลัยมหิดลเตรียมเปิด “ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการชีวิต” (Center for Life-Intergrated Learning) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานพัฒนาบทเรียนออนไลน์นานาชาติISO/IEC 40180:2017 โดยพันธกิจของ “ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการชีวิต” ที่จัดตั้งขึ้นนี้ มุ่งวิเคราะห์ทักษะที่จำเป็นของโลกยุคใหม่ แล้วทำวิจัย ก่อนนำบทสรุปมาสร้างเป็นรายวิชา สอนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากในและนอกรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของโลกในยุค “Next Normal” ให้ได้มากที่สุด พบกับ 12 รายวิชาออนไลน์เปิดใหม่ทาง MUx ซึ่งประกอบไปด้วยทักษะที่จำเป็นในโลกยุค “Next Normal” สำหรับผู้สนใจทั่วไป อาทิ “สมุนไพรในชีวิตประจำวัน” “การดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาล” และ “พระพุทธศาสนากับการรักษาโรค”
สาเหตุการตายอันดับ 1 ของเด็กวัยรุ่นไทย เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งๆ ที่กฎหมายไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขี่รถจักรยานยนต์ แต่ก็ยังคงพบ “นักบิดรุ่นวัยกระเตาะ” ใช้รถใช้ถนนกันอย่างน่าเป็นห่วง รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และหัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก (CSIP) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คว้าทุนอุดหนุนโครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม ประจำปีงบประมาณ 2564 จากมหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงาน “โครงการขยายผลงานพิเคราะห์เหตุการตายในเด็กจากสิ่งที่ค้นพบสู่นโยบายและการปฏิบัติจริง” ซึ่งหนึ่งในโครงการย่อยภายใต้โปรเจคดังกล่าว คือ “โครงการ 15 ปีไม่ขี่” ซึ่งได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม สู่การแก้ปัญหาการตายในเด็กจากการขี่รถจักรยานยนต์ก่อนวัยอันควร โดยพบว่าอัตราการตายเพิ่มขึ้นตามความเจริญทางเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ยังคงไม่แสดงความรับผิดชอบต่อการโฆษณาเพื่อกระตุ้นการขาย ซึ่งมุ่งเป้าหมายไปที่เยาวชน
จากข้อมูลโดย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย พบว่า ผู้สูงวัยถึง 1 ใน 10 รายป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม จึงปฏิเสธไม่ได้ถึงความจำเป็นในส่วนที่ยังคงต้องดูแล นายแพทย์นิมิตร ทองพูลสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และรองหัวหน้าฝ่ายการแพทย์แผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ได้เปิดเผยข่าวดีสำหรับประชาชนแถบชานเมือง ภาคกลาง ภาคตะวันตก และประตูสู่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาที่ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม ได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกันและใช้เทคโนโลยีที่มีศักยภาพ และทันสมัยเทียบเท่า มีการเปิดรักษาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม ในอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ต่ำกว่าเอกชน และผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายผ่านกรมบัญชีกลางได้ตามระเบียบราชการ โดยมีส่วนเกินบางส่วน ผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยวิธีอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้แก่ การปรับพฤติกรร
รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย หัวหน้าศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการจัดการเรียนการสอน และวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษา ตลอดจนให้บริการวิชาการ อบรมให้ความรู้ด้านโลจิสติกส์เวชภัณฑ์แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพรรณ เชื่อว่า ระบบโลจิสติกส์เวชภัณฑ์ไทยจะไม่ถึงทางตัน หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันฟันฝ่า โดยเมื่อเร็วๆ นี้ LogHealth ได้ร่วมกับ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล จัดสัมมนาออนไลน์ Innovation for change ปรับวิกฤตให้เป็นโอกาส หัวข้อ “โลจิสติกส์กับการจัดการเวชภัณฑ์เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างมูลค่าในธุรกิจ” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการโลจิสติกส์เวชภัณฑ์ไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การสัมมนาออนไลน์ดังกล่าว รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพรรณ ได้ให้ทรรศนะว่า ธุรกิจโลจิสติกส์เวชภัณฑ์ไทย ยังมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีกมากมาย แม้ในทุกวันนี้จะยังไปไม่ถึงยูนิคอร์น เหมือนธุรกิจโลจิสติกส์ขนส่งพัสดุทั่วไป โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพรรณ ได้เสนอให้มี R
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงรจพร วัชโรทยางกูร ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพมหาวิทยาลัยมหิดล (Establishment of Mahidol University Bio-industrial Development Center) ได้กล่าวถึงคำจำกัดความของ “ชีวภัณฑ์” ว่าหมายถึงยาใดๆ ก็ตามที่ผลิตมาจากสิ่งมีชีวิต ซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาโรคได้ ซึ่ง “ชีวภัณฑ์” ที่ “Pilot Plant ม.มหิดล” กำลังขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการผลิตชีวภัณฑ์ระดับประเทศ ได้แก่ ยา วัคซีน ตลอดจนโปรตีน แอนติบอดี หรือสารชีวภัณฑ์อื่นๆ ตลอดจนการพัฒนาเพื่อสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) เช่น การรักษาด้วยเซลล์ หรือยีนบำบัด เป็นต้น มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความสำคัญในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาชีวภัณฑ์ต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบายการพัฒนาสู่ประเทศอุตสาหกรรม และในการเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุข จึงได้สร้างอาคารกึ่งอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างสรรค์และพัฒนาชีวผลิตภัณฑ์ หรือ “Pilot Plant ม.มหิดล” ขึ้น ตัวอย่างผลงานของ “Pilot Plant ม.มหิดล&#
รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ณัฐวุฒิ เสริมสาธนสวัสดิ์ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์หลอดเลือด ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “หลอดเลือดดำขอด” เกิดจากการทำงานผิดปกติของหลอดเลือดดำ นอกจากมักพบในที่ผู้ต้องยืนหรือเดินนานๆ แล้ว โดยพบมากในผู้สูงวัยซึ่งเป็นความผิดปกติของหลอดเลือดดำที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย การรักษาประกอบไปด้วย การพันขา หรือสวมถุงน่องรักษาหลอดเลือดดำ แต่ปัญหาที่พบ คือ ถุงน่องโดยทั่วไปใส่ยากไม่เหมาะกับผู้มีอาการหลอดเลือดดำขอดที่มีความรุนแรงแตกต่างกัน โดยผู้มีอาการหลอดเลือดดำขอดที่มีอาการไม่รุนแรง ควรใส่ถุงน่องที่มีแรงดัน 20-30 มิลลิเมตรปรอท ในขณะที่ในรายที่มีอาการรุนแรง ควรใส่ถุงน่องที่มีแรงดัน 30-40 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ ถุงน่องที่ผลิตจากต่างประเทศมักมีราคาแพง และมีความหนา ไม่เหมาะกับประเทศไทยที่มีอากาศร้อน รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ณัฐวุฒิ ได้สร้างสรรค์นวัตกรรม “ถุงน่องทางการแพทย์” แนวใหม่ขึ้น ดำเนินการยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล จุดเด่น
แม้จังหวัดกาญจนบุรี หรือ “เมืองกาญจน์” จะอยู่ในพื้นที่เขาหินปูน ที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ท่วมขัง แต่อาจทำการเกษตรปลูกพืชไม่ได้ผลผลิตดีเท่าที่ควร หากขาดการออกแบบการทำการเกษตรที่เหมาะสม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี ด้านบริการสังคมและชุมชนสัมพันธ์ และอาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ผู้ได้รับการยกย่องในฐานะ “คนดีศรีกาญจน์ศึกษา ประจำปี2564 จังหวัดกาญจนบุรี” เคยทำประโยชน์เพื่อการพัฒนาชุมชนตำบลวังกระแจะ และตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จนได้รับการยกย่องเป็นหมู่บ้านต้นแบบ “หมู่บ้านสมุนไพรและเกษตรปลอดภัยไทรโยค” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช ได้ลงพื้นที่ “ใช้ชุมชนเป็นห้องแล็บ” เพื่อศึกษาโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของชุมชนกลับมาสร้างสรรค์สู่งานวิจัยคุณภาพ โดยได้มีบทบาทหลักในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในความภาคภูมิใจในฐานะ “ปัญญาของแผ่นดิน” ตามปณิธานแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล คือ การทำให้เ
อาจารย์ ดร.ไพเราะ มากเจริญ รองคณบดีวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โลกยุคเมตาเวิร์สเปิดกว้างสำหรับทุกคนบนโลก โดยไม่จำกัดเพศ วัย เชื้อชาติศาสนา แม้แต่ผู้ทรงศีล หรือ “พระ” ก็อาจท่องโลกเมตาเวิร์สได้ ตราบใดที่ยังไม่ขัดต่อหลักพระธรรมวินัย การปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคเมตาเวิร์ส ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ การมีทักษะถึงพร้อมด้านการใช้เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “ความพร้อมทางด้านจิตใจ” มากกว่า อาจารย์ ดร.ไพเราะ เห็นว่า เรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม คือ ปัญหาทางจริยธรรมใหม่ๆ ในอนาคต ที่จะนำไปสู่คำถามที่ว่า “เยาวชนคนไทยรุ่นใหม่พร้อมแล้วหรือไม่ที่จะก้าวสู่โลกเมตาเวิร์สอย่างปลอดภัยและสันติสุข” โดยในต่างประเทศมีหลายตัวอย่างที่ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อนำมาถกเถียงหาข้อสรุปในเชิงจริยธรรมกันอย่างแพร่หลาย เพื่อเตรียมพร้อม และสร้างแบบแผนการใช้งานในโลกเมตาเวิร์สร่วมกันอย่างปลอดภัย ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ หลักคิดสำคัญของจริยธรรมในโลกเมตาเวิร์ส คือ “การตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ของกันและกัน” นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลนำมาตั้งเป
