ยางพารา
วันที่ 21 มีนาคม นายพรศักดิ์ เจียรนัย ประธานอนุกรรมการผลผลิตทางการเกษตรและโฆษกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ นำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬเพื่อศึกษาดูงานและประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหายางพารากับเกษตรกร นักธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยงข้องและเยี่ยมชมโรงงานหมอนยางพาราและถนนยางพาราดินซีเมนต์ โดยมี นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนเกษตรกร กลุ่มผู้ค้ายางในจังหวัดบึงกาฬ ร่วมต้อนรับและร่วมประชุมเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ นายพรศักดิ์ กล่าวว่า ได้นำคณะลงพื้นที่ดู 2 เรื่อง คือเรื่องการทำหมอนยางพารา และถนนยาพาราดินซีเมนต์ ซึ่งเป็นแนวความคิดของเกษตรกรเอง ถนนยางพาราซอยซีเมนต์ค่อนข้างที่จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในวันอังคารที่ 27 จะนำเรื่องถนนยางพาราเข้าไปเสนอคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการเรื่องของถนนยางพาราซอยซีเมนต์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ เพราะใช้น้ำยางข้นถึงตารางเมตรละ 2 กิโลกรัม เป็นปัจจัยให้ราคายางพารากระเตื้องขึ้น ในส่วนของการผลิตหมอนและที่นอนยางพารา จะได้ 2 เรื่อง
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนิน 3 โครงการ คือ 1. โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ วงเงิน 3,000 ล้านบาท ดำเนินการตั้งแต่เดือนม.ค.-ธ.ค. 2561 ภายใต้กรอบวงเงินโครงการ จำนวน 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ให้ใช้เงินกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (3) แห่งพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 และหากไม่พอ ให้ขออนุมัติให้ใช้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อซื้อยางใช้ในประเทศ 2 แสนตัน 2. โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อรวบรวมยาง โดยปล่อยกู้ให้กับสหกรณ์ทุกประเภท กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนที่มีการประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางสหกรณ์ทุกประเภท กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนที่มีการประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา เพื่อกู้เงินจากธนาคารเพื่การเกษตรและสห
เมื่อเร็วๆ นี้ การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนล่าง สนับสนุนงบประมาณตาม มาตรา 49 (3) จัดตั้งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางที่มีมาตรฐาน แก่กลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านนาปรังพัฒนา พร้อมร่วมทำพิธีเปิดใช้ห้องปฏิบัติการฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำยางสดของสถาบันเกษตรกร ให้ได้มาตรฐานเดียวกับโรงงานผู้รับซื้อ เน้นส่งขายโดยตรง เพิ่มมูลค่า ลดการกดราคา เกษตรยิ้มได้ นายพูลสุข อุเทนพันธ์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนล่าง กล่าวว่า กยท. ได้สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนายางพารา 49 (3) จำนวน 214,000 บาท ในการจัดหาอุปกรณ์ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไป ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการตลาดกลางน้ำยางสดของ กยท. เพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำยางสดของสถาบันเกษตรกร ให้ได้คุณภาพและสามารถส่งขายให้กับบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำยางสด สร้างความเข้มแข็อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางต่อไป ด้าน นายศตวรรษ จันทร์ทอง ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านนาปรังพัฒนา กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านนาปรัง มีสมาชิก จำน
เมื่อวันที่ 14 มีนาคมผู้สื่อข่างรายงานว่า สถานกงสุน เวียตนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น ได้มีหนังสือ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ สรุปได้ว่าบริษัทไซงอน-ฮาติงหฺ์ การท่องเที่ยว การค้า การนำเข้าส่งออก จำกัด (SHTC). ต้องการร่วมทำธุรกิจกับจังหวัดบึงกาฬ โดยเลือกที่จะร่วมมือกับชุมนุมสหกรณ์สวนยางท่าสะอาด เซกา เพื่อนำเข้าส่งออกสินค้ายางพารา และบริษัทต้องการที่จะเปิดสำนักงานตัวแทนการท่องเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อประสานงานการท่องเที่ยวระหว่างเวียตนามกับประเทศไทย โดยได้ขอความร่วมมือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ช่วยพิจารณา สนับสนุน ผลักดันให้มีการทำสัญญาระหว่าง บริษัท SHTC กับชุมนุมสหกรณ์ สวนยางต่อไป ที่มา : มติชนออนไลน์
ประเทศไทย โดยการยางแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ถนนผสมยางพาราและศักยภาพการใช้ยาง” เชิญประเทศสมาชิกในสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (ANRPC) ร่วมสัมมนา เน้นสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกฯ เพื่อต่อยอด – พัฒนางานวิจัยถนนผสมยางพาราและเพิ่มศักยภาพการใช้ยาง นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง ในฐานะประธานเปิดงานสัมมนาฯ เผยว่า สมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (ANRPC) ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงการส่งเสริมการใช้ยางในกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำยางพาราไปใช้ในกิจกรรมหรืออุตสาหกรรมคมนาคม จึงมอบให้ประเทศไทย โดยการยางแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาเรื่อง ถนนผสมยางพาราและศักยภาพการใช้ยาง (Seminar on Economics of Rubberized Roads) ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์การศึกษา วิจัย และพัฒนาถนนยางพารา ซึ่งเป็นการสัมมนาร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกสมาคม ประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ ได้แก่ บังคลาเทศ ปาปัวนิวกีนี ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย รวมถึงสภาวิจัยแ
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศเรื่องกำหนดปริมาณจัดสรรเนื้อยางสำหรับการส่งออก พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 10 มกราคม 2561 โดยจัดสรรปริมาณเนื้อยางสำหรับการส่งออกให้กับบริษัทผู้ส่งออกแต่ละรายจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 นั้น กรมฯได้มอบหมายให้ด่านตรวจพืช เช่น ด่านตรวจสุไหงโกลก ด่านตรวจพืชสะเดา ด่านตรวจพืชหนองคาย ด่านตรวจพืชเชียงของ และด่านตรวจพืชเชียงแสน คุมเข้มส่งออกยางพารา และประสานศุลกากรสร้างจุดตรวจร่วม สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ 100% ทุกตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมติดตามการส่งออกอย่างใกล้ชิด โดยออกใบผ่านด่านศุลกากรในการส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักร ให้แก่บริษัทผู้ส่งออกตามปริมาณการจัดสรรเนื้อยางสำหรับการส่งออกที่แต่ละบริษัทได้รับ ซึ่งหากครบตามปริมาณที่ได้รับการจัดสรรแล้วจะไม่ออกใบผ่านด่านศุลกากรการส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักร ให้แก่บริษัทผู้ส่งออกอีก ในกรณีกลุ่มบริษัทที่เป็นเครือเดียวกันใช้โควตาที่ได้รับการจัดสรรแทนกันได้ แต่ต้องมีชื่อผู้ถือหุ้นตามหนังสือบริคนธ์สนธิเป็นเจ้าของเดียวกัน และต้องแจ้งให้กองการยาง
ไทยเดินหน้าหารือ 3 ประเทศหยุดกรีดยาง 3 เดือนหวังดันราคา กก.ละ 80 บาท “กฤษฎา” เสนอ 2 แนวทางหยุดกรีด ยืนยันไทยจะไม่ทำเพียงประเทศเดียว ชาวสวน-ผู้ส่งออกเชียร์สุดตัว TDRIไม่เชื่อดันราคาขึ้นได้จากปัจจัยราคาน้ำมันในตลาดโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแนวคิดที่จะแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำด้วยการใช้มาตรการหยุดกรีดยาง 2 แนวทาง คือ หยุดกรีดยาง 3 ล้านไร่ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2561 กับหยุดกรีดยางทุกไร่ แต่ให้กรีดแบบวันเว้นวัน หรือให้กรีด 15 วันกับหยุดกรีด 15 วัน เพื่อลดปริมาณยางที่จะออกสู่ตลาด พร้อมกับเตรียมที่จะหารือกับตัวแทน 3 ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ในการประชุมร่วมกันในวันที่ 2 มีนาคมนี้ ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มาตรการลดการกรีดยางอยู่ระหว่างพิจารณาโดยแนวทางที่มีความเป็นไปได้ 2 แนวทาง คือ ลดกรีดยาง 3 ล้านไร่ ระยะเวลา 3 เดือน แต่จะมีการจ่ายเงิน “ชดเชย” ให้ชาวสวนยางที่หยุดกรีดรายละ 4,500 บาทต่อไร่ หรือจะลดกรีดยางแบบวันเว้นวันตลอดทั้งปี ซึ่งอยู่ระหว่างการคำนวณตัวเลขผลผลิ
“กฤษฎา”เตรียมชงพาณิชย์ตั้งคณะกรรมการยางพาราควบคุมการผลิต-ราคายางพารา พร้อมเรียก 4 ประเทศ ผู้ผลิตยางหารือแนวทางใหม่เพื่อลดการกรีดยาง นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ขณะนี้เตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการยางพารา เนื่องจากอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ปี 2542 ซึ่งกำหนดให้ยางพาราเป็นสินค้าควบคุม เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูกลไกราคายางพารา โดยคณะกรรมการฯ จะประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาคราชการ เอกชน และชาวสวนยางพารา และมีอำนาจหน้าที่ในการไปดูต้นทุนยางพารา ดูการผลิตยางว่าราคาใดเหมาะสมกับการรับซื้อ หรือราคาใดเหมาะสมกับการส่งออก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร “หากสามารถตกลงเรื่องข้อกฎหมายกับกระทรวงพาณิชย์ได้ ก็เตรียมนำเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะเสนอในที่ประชุม นอกจากแนวทางการหยุดกรีดยาง 3 เดือน ในการประชุม วันที่ 2 มี.ค. 61 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เรียกประเทศผู้ผลิตยางพาราส่งออก อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย มาร่วมหารือซึ่งทุกประเทศตอบรับคำเชิญเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่ประเทศอินเดีย ที่ทางกระทรวงเกษตรฯ กำลัง
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายไพรัช เจ้ยชุม ประชาสัมพันธ์คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางกล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรและสถาบันยาง อาทิ สหกรณ์ยาง วิสาหกิจยาง กลุ่มยางที่แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนให้ได้รับอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อสามารถรับเหมางานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและกับภาครัฐได้ “ผลิตภัณฑ์ยางเมื่อได้รับ มอก. ทำให้หน่วยงานเกิดความเชื่อมั่นมาก รัฐบาลต้องสนับสนุนให้สถาบันยางฯได้รับ มอก. เร็วขึ้น และอีกทั้งต้องมีการส่งเสริมการทำการตลาด และทำ เอ็มโอยู เพื่อส่งเสริมการขาย” นายไพรัช กล่าว นายไพรัช กล่าวว่า เครือข่ายยางกำลังติดตามแผนของหน่วยงานรัฐ เกี่ยวกับการส่งเสริมการใช้ยางของภาครัฐ เพราะที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ แม้กระทั่งกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นกระทรวงที่ดูแลเรื่องยาง ก็ยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจนในการจะใช้ยาง ที่มา : มติชนออนไลน์
การยางแห่งประเทศไทย ชี้แจงมาตรการหยุดกรีดยาง 2 ล้านไร่ ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. ยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น เปิดรับฟังทุกภาคส่วนเสนอความเห็นร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมและเป็นไปได้ของมาตรการหยุดกรีดนี้ ว่าจะเกิดผลดีผลเสียเช่นไรต่อสถานการณ์ยางพาราในประเทศไทย ก่อนนำมาตรการดังกล่าวนี้มาใช้ ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การหยุดกรีดยางในพื้นที่สวนยางของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นั้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการควบคุมปริมาณผลผลิต ภายใต้มาตรการการรักษาเสถียรภาพราคายางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำมาใช้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางควบคู่ไปกับมาตรการต่างๆ โดยเน้นเฉพาะในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 61 ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวคิดขยายการหยุดกรีดยางเพิ่มเติมออกไปในพื้นที่ของประชาชนทั่วไปที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง จำนวน 2 ล้านไร่ ในช่วงเวลา 3 เดือน คือ เดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม 2561 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณผลผลิตในตลาดลดลง(supply) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคายางเพิ่มสูงขึ้นตามกลไกตลาด “ขอย้ำว่าการขยายโครงการหยุดการกรีดยาง (tapping holiday) ยังคงเป็นเพียงแนวคิด
