ลำไย
คุณนิโรจน์ แสนไชย เกษตรกรวัย 70 ปี บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เกษตรกรผู้คร่ำหวอดกับวงการปลูกลำไยมานานมาก จนได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการใช้วิชาการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ตามโครงการจัดการระบบการจัดลำไยคุณภาพ เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมเทคนิคการจัดทรงพุ่ม ได้รับการประกาศเกียรติคุณปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ระดับจังหวัด ประจำปี 2558 สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ปัจจุบัน เป็นคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำพูน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2559 ภายในสวนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่อบรมและให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยและการใช้ระบบน้ำเพื่อการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง พันธุ์ลำไยเด่น คุณนิโรจน์ แสนไชย ได้ให้คำแนะนำว่า ลำไยพันธุ์ดีที่มีอยู่ในจังหวัดลำพูน ได้แก่ พันธุ์อีดอ เป็นลำไยพันธุ์เบา ออกดอกและเก็บเกี่ยวผลได้เร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ ทนทานต่อโรคและแมลงได้ดี นิยมปลูกมากในประเทศไทย ประมาณ ร้อยละ 90 พันธุ์ดอก้านอ่อน เมื่อแตกยอดใหม่ ใบอ่อนออกสีเหลืองตองอ่อน ก้านอ่อนโน้มลง เมื่อติดผลทำให้ช่อผลย้
แม้บรรพบุรุษจะทำการเกษตรมาก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะสืบทอดกันได้ทางสายเลือด เพราะต้องมีการเรียนรู้ ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ ทั้งยังต้องมีความคิดต่อยอด นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแปลงเกษตรที่ทำอยู่ เช่นเดียวกับ จ.ส.อ. นิกร บุญชัย อดีตข้าราชการทหาร ที่มีพ่อและแม่ทำสวนลำไยพันธุ์อีดอ ที่ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เห็นครอบครัวทำสวนลำไยมานานหลายสิบปี แต่ไม่เคยจับงานเกษตรในสวนลำไยแม้แต่น้อย กระทั่งปี 2546 ลาออกจากข้าราชการทหาร กลับมาเริ่มต้นจับสวนลำไยสืบทอดงานเกษตรกรรมต่อจากพ่อและแม่ ทั้งที่ไม่มีความรู้ในงานเกษตรเลย โดยเฉพาะในรุ่นของพ่อและแม่ทำสวนลำไย ก็ไม่ได้มีเทคนิคใดๆ ปล่อยให้ธรรมชาติดูแล และให้น้ำบ้างตามความต้องการของพืชอย่างลำไย ผลผลิตที่ได้จึงได้มากน้อยตามสภาพดินฟ้าอากาศของแต่ละปี ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ราคาลำไยแปรผันตามปริมาณลำไยที่ออกสู่ตลาดในแต่ละปี เมื่อ จ.ส.อ. นิกร กลับมา เขาจึงเริ่มตั้งใจอย่างจริงจัง ศึกษา จดบันทึก และปรับปรุง เพื่อให้มีเทคนิคใหม่ๆ เข้ามาใช้ในสวนของครอบครัว “ประมาณปี 2555 กว่าผมจะทำได้” จ.ส.อ. นิกร บอกว่า สิ่งสำคัญ
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย การค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้าเกษตร และความต้องการซื้อสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มลดลง แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการบริหารจัดการเพื่อรับมืออย่างเร่งด่วน และทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้การค้าสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและเกิดความเชื่อมั่นต่อทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะผลไม้ไทยและผลิตภัณฑ์ผลไม้ไทย สินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ ในฐานะเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยแม้ต้องเผชิญผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลให้จีน ที่เป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยมาโดยตลอด ในตลาดผลไม้ มีการตรวจเข้มมาตรฐานมากขึ้น แต่ไทยก็ยังรักษาคุณภาพผลไม้ส่งออก ให้มีทิศทางส่งออกอยู่ในเกณฑ์ดี และที่สำคัญถึงแม้จะอยู่ในช่วงผลผลิตกระจุกตัวออกสู่ตลาด แต่ยังสามารถขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมา
การทำให้เกษตรกรชาวสวนลำไย ได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นนั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตลำไยโดยใช้เทคโนโลยีการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไย ดังนี้ การทำลำไยนอกฤดูแบบปีเว้นปี…เพื่อไม่เสี่ยงต่อการขาดทุน และเป็นการบังคับลำไยให้ออกดอกได้ดี โดยผลผลิตเฉลี่ย ประมาณ 3,000 กิโลกรัม/ไร่ ลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 9,950 บาท/ไร่ การแบ่งสวนแบ่งส่วนทำ…เป็นการลดความเสี่ยงด้านการผลิต การตลาด เป็นการทยอยการลงทุน ซึ่งใช้ต้นทุนไม่มาก และเป็นการใช้แรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เพิ่มมูลค่าของผลผลิตได้ถึง 7,500 บาท/ไร่ โดยแบ่งเป็น 3 แปลง แปลงที่ 1 ทำช่วงตรุษจีน ใส่สาร 20 พฤษภาคม เก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่าย 20 มกราคม-20 กุมภาพันธ์ แปลงที่ 2 ทำก่อนฤดูกาล ใส่สาร 15 กันยายน-5 ตุลาคม เก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายเดือนมิถุนายน แปลงที่ 3 ทำในฤดูก่อนล้นตลาด ใส่สาร 1-10 ธันวาคม เก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่าย 1-15 กรกฎาคม การทำผลผลิตในฤดูให้ผลโตและมีคุณภาพ…เพื่อแก้ไขปัญหาลำไยผลเล็ก ผลแตกและผลร่วง โดยใช้เทคโนโลยี ดังนี้ – ตัดแต่งช่อผลทิ้งบางส่วน ประมาณ 10-25% และตัดแต่งผลให้เหลือที่ช่อ ประมาณ 50-70 ผล/ช่อ สามารถเพิ่มประ
กรมส่งเสริมการเกษตร ชี้แจงกรณีที่มีสำนักข่าวบางแห่งได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับประเด็น ราคาลำไยจังหวัดจันทบุรีตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่คนงานจากล้งรับซื้อผลไม้เข้ามาเก็บลำไยตามสวนต่างๆ โดยเก็บไปเฉพาะลูกที่มีขนาดใหญ่ ผิวสวย ส่วนผลที่มีขนาดเล็ก และกลาง จะปล่อยทิ้งไว้ในสวน จนต้องพากันเก็บผลผลิตที่เหลือเอง และเกษตรกรชาวสวนต้องเก็บลำไยสภาพดีออกขายเป็นลำไยร่วง ณ จุดรับซื้อลำไยร่วงของพ่อค้ารายย่อย บริเวณริมถนนทั่วไปในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งการรับซื้อดังกล่าวทำให้ราคาลำไยตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ 6 บาท นั้น นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับแจ้งจาก นางปัทมา นามวงษ์ เกษตรจังหวัดจันทบุรี ว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอโป่งน้ำร้อน ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรผู้ผลิตลำไยในพื้นที่ พบว่า สถานการณ์การผลิตลำไยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ขณะนี้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 160,716 ตัน คิดเป็นร้อยละ 83.19 และมีผลผลิตคงเหลือประมาณ 32,475 ตัน คิดเป็นร้อยละ 16
ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล มีพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 1.10 ล้านไร่ แหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 81 อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ แถบจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และน่าน ที่เหลือกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จันทบุรี สมุทรสาคร เป็นต้น ปัจจุบัน ผลผลิตลำไยส่วนใหญ่ถูกส่งออกในลักษณะลำไยสด ลำไยอบแห้ง ลำไยแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ลำไย ฯลฯ ไปยังตลาดคู่ค้าหลักคือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม แคนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท ทำให้เกษตรกรรายเก่าและรายใหม่สนใจที่จะลงทุนทำสวนลำไยเพื่อป้อนตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม ลำไย เป็นไม้ผลที่ต้องใช้ระยะเวลาปลูกนานพอสมควร ดังนั้น ระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไป เกษตรกรสามารถหารายได้เสริมในสวนลำไยได้หลายช่องทาง เช่น ปลูกผักหวานออกจำหน่าย โดยเริ่มจากขุดหลุมและรองก้นหลุมด้วยขี้วัว ปลูกผักหวานในระยะห่าง ประมาณ 1.5×2 เมตร จะปลูกผักหวานได้ 500 ต้น ต่อไร่ หากปลูกในระยะห่าง 2×2 เมตร จะได้ 400 ต้น ต่อไร่ ดูแลให้น้ำต้นผักหวานอย่างสม่ำเสม
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ครั้งที่ 6/2563 (วันที่ 13 สิงหาคม 2563) ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีความเป็นห่วงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสถานการณ์ผลผลิตลำไยภาคเหนือและภาคตะวันออกในปีนี้มีการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เนื่องมาจากสภาพอากาศที่ร้อนผิดปกติอุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่องสลับกับอากาศที่หนาวเย็นฉับพลันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนลำไยหลายประการ ประกอบด้วย 1) ธุรกิจการนำเข้าลำไยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนชะลอตัวลง จากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการปลูกลำไยในประเทศมากขึ้นจากเดิม 2 ล้านไร่เป็น 10 ล้านไร่ในปัจจุบัน และยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 2) การขาดแคลนแรงงานต่างด้าวที่เป็นแรงงานฝีมือเฉพาะในการเก็บเกี่ยว คัดแยก บรรจุหีบห่อ ทำให้เกษตรกรต้องจ้างแรงงานในประเทศมาทดแทนซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง 3) การคมนาคมขนส่งทางบกหรือทางน้ำใน
รายงานของส่วนเศรษฐกิจภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ไทยเป็นผู้ผลิตลำไยมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน และส่งออกลำไยรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งในรูปผลสด แช่แข็งและอบแห้ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าช่วง 2 ปีหลังนี้ราคาลำไยผลสดไม่ค่อยสู้ดีนัก ส่วนหนึ่งเกิดจากค่าเงินหยวนที่มีความผันผวนสูง ถือเป็นเรื่องปกติของราคาพืชผลทางการเกษตรอยู่แล้ว และไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแค่เฉพาะ 2 ปีหลังที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังมีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีเกษตรกรหลายกลุ่มพลิกวิกฤตแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งส่งออก สร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล คุณธณภร ปราณธีรภาพ หรือ พี่หลิน อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ที่ 7 ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง พ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายต่างประเทศ เล่าที่มาของการจัดตั้งกลุ่มว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง จัดตั้งเมื่อปี 2549 โดยการรวมตัวของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่ทำลำไยอบแห้งเนื้อสีทองในตำบลกว่า 10 คน มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาราคาลำไยผลสดที่ตกต่ำ ตนเองเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่เข้ามาช่วยพัฒนาต่อยอดด้า
รมช. มนัญญา ปล่อยคาราวานผลไม้สหกรณ์ในภาคตะวันออก กระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ หวังดันราคาผลไม้ช่วยเกษตรพ้นวิกฤติโควิด-19 แย้มข่าวดี จับมือสหกรณ์-คมนาคม แปรรูปยางพาราทำแบริเออร์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรเพื่อรองรับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19 พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นางสาวมนัญญากล่าวว่า การปล่อยคาราวานกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงพลังในการร่วมมือร่วมใจของขบวนการสหกรณ์ที่จะช่วยกันกระจายผลไม้ของภาคตะวันออกสู่ตลาดนอกพื้นที่เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ประเทศคู่ค้างดนำเข้าหรือชะลอการนำเข้าผลไม้ของไทย ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบกลาง วงเงินกว่า 45 ล้านบาท สำหรับใช้บริหารจัดการและกระจายผลไม้ผ่านกลไกสหกรณ์ เน้นมังคุดและลำไย โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำไปจัดสรรให้สหกรณ์รวบรวมผลไม้ต้นทางเป็นค่าบริหารจัดการ กิโลกรัมละ 1 บาท ชดเชยค่าขนส่งกิโลกรัมละ 2 บาท แ
ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกกระอักเลือด ล้งส่งออกฉีกสัญญาเหมาสวนทุเรียนเพียบ หลังเชื้อไวรัสโคโรน่าระบาดหนักในจีน ผู้นำเข้าจีนหยุดรับซื้อ ปลายทางไม่มีคนซื้อ ด้านทูตเกษตรจีนเผยผลสำรวจผู้ประกอบการในปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้-กว่างโจว เปิดตลาดปกติ แต่นำเข้าผลไม้ไทยลดลง เหตุขายไม่ดี เน่าเสียหาย คนจีนซื้อสินค้าพื้นฐานมากกว่าผลไม้ นายธานัท ประสิ่งชอบ ประธานกลุ่มคุณภาพส่งออก 4.0 อ.สอยดาว จ.จันทบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่เชื้อโรคไวรัสโคโรน่าระบาดในหลายเมืองของจีน ล้งหยุดซื้อลำไยส่งออกไปปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เพราะตลาดปลายทางไม่มีคนซื้อ ขายช้า ขายยาก และถูกกดราคา ถ้าภายใน 15 วัน ตลาดยังไม่คลี่คลาย ล้งยังไม่รับซื้อจะเกิดผลกระทบกับราคาลำไย จากปกติก่อนตรุษจีนราคา 30-35 บาท/กก. และคาดการณ์ว่าเมษายนช่วงเช็งเม้งราคาจะสูงถึง 40-50 บาท แต่ตอนนี้ ราคากลับรูดลงมา 16-20 บาท/กก. นายอเนก ธรรมสุทธิ์ ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสอยดาว จำกัด จ.จันทบุรี กล่าวว่า ชาวสวนต้องเผชิญกับราคาลำไยร่วงต่ำมากจากช่วงตรุษจีน 30-40 บาท/กก. ล้งบางรายทำสัญญาซื้อไว้ 32 บาท ขอลดราคาลงเหลือเพียง 18 บาท ทำให้เงินค่าเหมาลำไยหายไปถึง 300,000 บาท แม้มีการทำสัญ
