ลำไย
แฟนเทคโนโลยีชาวบ้านจากจังหวัดเชียงใหม่เขียนจดหมายขอให้ลงเรื่องการให้น้ำต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะลำไย ช่วงหน้าแล้งในที่ดอน เลยขอให้ผมนำเรื่องดังกล่าวมาลง เผอิญผมมีโอกาสไปเชียงใหม่ แล้วไปหา ผศ.พาวิน มะโนชัย ผู้เชี่ยวชาญ เรื่องลำไย ซึ่งกรุณามอบข้อมูลของ อาจารย์สมชาย วงศ์ประเสริฐ นำมาให้ท่านได้ทราบกัน วิธีการให้น้ำแก่สวนลําไยที่ชาวสวนทํากันแบ่งออกได้ 3 วิธี คือ วิธีให้น้ำทางผิวดิน วิธีโดยสปริงเกลอร์ และวิธีโดยน้ำหยด โดยการให้น้ำทั้ง 3 วิธี มีเป้าหมาย คือ ต้องการให้น้ำซึมลงเปียกดินในทรงพุ่ม ถึงความลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ขึ้นไป เพราะรากลําไยส่วนใหญ่แพร่กระจายอยู่ในดินที่ระดับความลึกนี้ การให้น้ำแก่ต้นเล็ก ที่มีอายุ 1-2 ปี การให้น้ำแก่ต้นลําไยปลูกใหม่ในระยะ 2 ปีแรก เกษตรกรจะให้โดยวิธีใดก็ได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ แหล่งน้ำ และทุนทรัพย์ที่จะลงทุน ตั้งแต่การหาบน้ำรด ใช้ปั๊มน้ำท่อยางหรือวางระบบสปริงเกลอร์เล็กหรือน้ำหยด ถ้าจะวางระบบสปริงเกลอร์หรือน้ำหยดก็ควรพิจารณาวางระบบเผื่ออนาคตที่ต้นโตขึ้นด้วย โดยทั่วไปแล้วปริมาณน้ำที่ต้องรดให้แก่ต้นที่ปลูกในปีแรก ประมาณ 20 ลิตร ต่อระยะ 4-5 วัน (รดให้ดินเปียกน้ำก
ในระยะที่มีฝนตกปานกลางถึงหนักมาก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนลำไยเฝ้าสังเกตการเข้าทำลายของหนอนเจาะขั้วผล สามารถพบได้ในระยะที่ต้นลำไยเริ่มติดผลอ่อน โดยจะพบหนอนเข้าทำลายลำไยที่เริ่มติดผลอายุประมาณ 1 เดือน จนถึงระยะเก็บเกี่ยว ขณะที่ผลลำไยมีขนาดเล็ก น้ำหนักช่อน้อย ช่อผลลำไยชูขึ้น ผีเสื้อตัวเต็มวัยจะวางไข่อยู่ส่วนปลายของผลลำไย หากหนอนฟักออกจากไข่ก็จะเจาะเข้าไปกัดกินอยู่ภายในผล และไม่สามารถเห็นรอยทำลายของหนอนจากการมองดูภายนอกได้ เมื่อผ่าผลลำไยดูจึงจะเห็นรอยที่ถูกหนอนเข้าทำลาย ผลที่ถูกทำลายจะไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ผลจึงร่วงหล่นหมด และจะพบหนอน 1-3 ตัว ต่อผล การเข้าทำลายของหนอนในระยะที่ผลลำไยเริ่มเปลี่ยนสี มีขนาดผลโตขึ้น น้ำหนักผลเพิ่มขึ้น และช่อผลโค้งลง ผีเสื้อตัวเต็มวัยจะวางไข่อยู่บริเวณใกล้ขั้วผล และจะพบหนอนหรือมูลหนอนอยู่ที่ขั้วผลเสมอ ทำให้ผลลำไยร่วงหล่นได้ง่าย ให้สังเกตดูบริเวณใกล้ขั้วผล จะพบรูเล็กๆ ที่หนอนเจาะออกมาเข้าดักแด้ภายนอก กรณีที่ผลลำไยไม่ร่วงหล่น เกษตรกรชาวสวนลำไยยังสามารถนำมาขายได้ราคาดีอยู่ เพราะดูภายนอกจะไม่เห็นรอยทำลายของหนอน สำหรับในสวนลำไยที่พบการระบาดของหนอนเจา
สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด แจงความคืบหน้ากระจายลำไยจากลำพูนสู่ตลาดรวม 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน คาดระบายถึงมือผู้บริโภคหมดภายในปลายเดือน ก.ย.นี้ ชี้ระบายลำไยผ่านเครือข่ายสหกรณ์สะดวกรวดเร็ว ขายดีกว่าตลาดอื่น แม้ปริมาณการสั่งซื้อตลาดทั่วประเทศจะน้อยลง แต่ขายได้ราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนลำไยนอกฤดูผลผลิตจะมากช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค. แต่ประเมินแล้วไม่น่ากังวล เพราะมีตลาดรองรับแน่นอน นางมาลี เปรมมณี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกระจายผลผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูนไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ต่างๆ ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีนโยบายนำระบบสหกรณ์เข้ามาแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ ว่า ขณะนี้ทางสหกรณ์ได้กระจายลำไยของจังหวัดลำพูนออกสู่ตลาดแล้ว ประมาณ 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน ซึ่งคาดว่าจะกระจายได้หมดภายในปลายเดือนกันยายนนี้แล้วผลผลิตลำไยในฤดูก็จะหมดลง ปีนี้ถือว่าสหกรณ์สามารถกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคได้มากพอสมควร โดยเปิดจุดรวบรวมลำไยจากเกษตรกรที่สหกรณ์ทุกวัน และมีลูกค้าในพื้นที่และนอกพื้นที่ติดต่อเข้ามาซื้อลำไยอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาวะตลาดปีนี้เน้นขายในประเทศเป็นหลัก ราคาลำไยปีนี
สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด แจงความคืบหน้ากระจายลำไยจากลำพูนสู่ตลาดรวม 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน คาดระบายถึงมือผู้บริโภคหมดภายในปลายเดือนกันยายนนี้ ชี้ระบายลำไยผ่านเครือข่ายสหกรณ์สะดวกรวดเร็ว ขายดีกว่าตลาดอื่น แม้ปริมาณการสั่งซื้อตลาดทั่วประเทศจะน้อยลง แต่ขายได้ราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนลำไยนอกฤดูผลผลิตจะมาก ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม แต่ประเมินแล้วไม่น่ากังวล เพราะมีตลาดรองรับแน่นอน นางมาลี เปรมมณี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกระจายผลผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูนไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ต่างๆ ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีนโยบายนำระบบสหกรณ์เข้ามาแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ ว่าขณะนี้ทางสหกรณ์ได้กระจายลำไยของจังหวัดลำพูนออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน ซึ่งคาดว่าจะกระจายได้หมดภายในปลายเดือนกันยายนนี้แล้วผลผลิตลำไยในฤดูก็จะหมดลง ปีนี้ถือว่าสหกรณ์สามารถกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคได้มากพอสมควร โดยเปิดจุดรวบรวมลำไยจากเกษตรกรที่สหกรณ์ทุกวัน และมีลูกค้าในพื้นที่และนอกพื้นที่ติดต่อเข้ามาซื้อลำไยอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาวะตลาดปีนี้เน้นขายในประเทศเป็นหลัก ราคาลำ
บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ได้พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมกิจการสวนลำไยและสัมภาษณ์เกษตรกรตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการปลูกและจำหน่ายลำไย พืชเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย เจาะลึกวิธีการปลูก การดูแล เพื่อให้ได้ผลผลิตตามเกณฑ์มาตรฐาน คุณศศินกานต์ ราตรี (พี่เอื้อย) เป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกลำไย พี่เอื้อยรู้จักปุ๋ยยาราจากคำแนะนำของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่สนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีสูตรผสมต่างๆ เอามาผสมเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต พี่เอื้อยทดลองใช้แล้วประสบความสำเร็จจึงบอกต่อให้เพื่อนเกษตรกรรายอื่นๆ ได้ใช้ในเวลาต่อมา พี่เอื้อย ดูแลรับซื้อลำไยเข้าล้ง ทำมาได้ 4 ปีแล้ว มีสวนลำไยอยู่ในความดูแลทั้งหมด 30 ราย เนื้อที่รวม 500 ไร่ พื้นที่ไหนมีลำไยคุณภาพดี พี่เอื้อยก็จะหาปุ๋ยมาใส่เพื่อช่วยให้สวนลำไยแห่งนั้นได้ผลผลิตคุณภาพดีมากขึ้น ลำไยที่รับซื้อเข้าล้ง จะถูกส่งออกไปขายตลาดจีน ราคารับซื้อจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับว่าลำไยลูกโต ผิวสวย ตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากผลผลิตที่รับซื้อมีคุณภาพตรงตามหลักเกณฑ์ ทั้งล้งรับซื้อและเจ้าของสวนก็จะขายผลผลิตได้ราคาดีทั้งสองฝ่าย ทุกวันนี้พี่เอื้อย มีพื้นที่ปลูกลำ
ลำไย เป็นผลไม้ที่มีความสำคัญของเกษตรกรภาคเหนือ ซึ่งมีแหล่งผลิตที่สำคัญ ใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ตาก และแพร่ ซึ่งในปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตลำไยภาคเหนือออกสู่ตลาดรวม 654,329 ตัน เป็นลำไยในฤดู 381,498 ตัน คิดเป็น 60% และนอกฤดู 272,831 ตัน หรือ 40% จังหวัดที่มีผลผลิตมากที่สุด 2 อันดับแรก คือ เชียงใหม่ และลำพูน สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีผลผลิตจำนวน 137,219 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญและมีปริมาณผลผลิตมาก ได้แก่ อำเภอพร้าว อำเภอสารภี อำเภอจอทอง และอำเภอสันป่าตอง ตามลำดับ ส่วนจังหวัดลำพูน มีผลผลิตจำนวน 125,120 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญและมีปริมาณผลผลิตมาก ได้แก่ อำเภอลี้ อำเภอเมือง และอำเภอป่าซาง ตามลำดับ ในเดือนสิงหาคม เป็นช่วงเวลาที่ลำไยออกผลผลิตมากที่สุด คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ 237,559 ตัน คิดเป็นร้อยละ 62.27 โดยมีช่องทางการระบายลำไยสดที่สำคัญคือ การทำลำไยอบแห้งเป็นสินค้าแปรรูป มีตลาดใหญ่อยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยลำไยสดช่อ เกรด AA จะมีราคาอยู่ที่ 31 บาท ต่อกิโลกรัม เกรด A ราคา 27 บาท ต่อกิโลกรัม เกรด B ราคา 16 บาท ต่อกิโลกรัม และเกรด AA+A ราคา 25 บาท ต
“คุณดำรงค์ จินะกาศ” เจ้าของสวนลำไยแปลงใหญ่ ได้เปิดบ้านเป็นศูนย์การเรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพลำไย หมู่ที่ 1 บ้านท้องฝาย ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน กล่าวว่า ขั้นตอนการผลิตลำไยนอกฤดู ทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเตรียมต้นหลังการเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ใช้ใบลำไยที่ตัดแต่งกิ่งคลุมใต้โคนต้นบางๆ ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมี สูตร 25-7-7 หรือ 46-0-0 + ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ในอัตราส่วน 1: 2 (ใส่รอบทรงพุ่ม 1 กิโลกรัม ต่อต้น) รดน้ำให้ชุ่ม ทุกๆ 5-7 วัน จนเริ่มแทงยอดอ่อนใน 21 วัน พ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 15-15-15 + ฮอร์โมน+ธาตุอาหารรอง เมื่อใบแก่จัด 45-60 วัน เริ่มปฏิบัติตาม ข้อ 2-4 ใหม่ การเตรียมต้นก่อนราดสาร 1 เดือนนั้น วันที่ 1 คุณดำรงค์ จะพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34 + ปุ๋ย สูตร 10-52-10 อย่างละ 500 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร วันที่ 7-21 พ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34 + ปุ๋ย สูตร 10-52-10 อย่างละ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร (พ่นอย่างน้อย 2 ครั้ง) วันที่ 10 ใส่ปุ๋ยทางดิน สูตร 8-24-24 จำนวน 1 กิโลกรัม ต่อต้น ทำความสะอาดรอบโคนต้นบริเวณที่ต้องการราดสาร กว้าง 1 เมตร คุณดำรงค์ ใช้เทคนิคการผลิตลำไยนอกฤดู สูตรราดบนดินโดยใช
นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการตรวจราชการ “การบริหารจัดการลำไยภาคเหนือ” จ.ลำพูน ว่า ปี 2561 ผลผลิตลำไย 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ตาก และแพร่ มีปริมาณออกสู่ตลาด 654,329 ตัน แบ่งเป็นลำไยในฤดู 381,498 ตัน คิดเป็น 60% และนอกฤดู 272,831 ตัน หรือ 40% โดยลำพูนมีความโดดเด่นในด้านการทำงานร่วมกับเกษตรกร ทำให้มีผลผลิตในฤดูและนอกฤดูเท่ากัน 50% เป็นผลจากการนำแนวความคิดเชิงรุกมาดำเนินการ ส่งผลให้ลำไยในฤดูลดน้อยลง ไม่กดดันเรื่องราคามากเกินไป ทั้งนี้ การบริหารจัดการปีนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.การบริโภคสด 28,084 ตัน 2.การแปรรูป 270,870 ตัน และ 3.การส่งออก 82,544 ตัน ได้มีการหารือกับคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) อยากให้จังหวัดมีการวางแผนการจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จ ผ่านกลไกคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมที่มีผลผลิตออกมากที่สุดถึง 62% นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า 8 จังหวัดภาคเหนือ มีพื้นที่ปลูกประมาณ
การปฏิบัติดูแลรักษาลำไยในรอบปีทั้งในฤดูและนอกฤดูที่อาจารย์พิชัย สมบูรณ์วงศ์ เรียบเรียงขึ้นมา ก็เพื่อที่จะนำเอาเนื้อหาทั้งหนังสือการผลิตลำไย ประสบการณ์ และผู้ประสบความสำเร็จในการผลิตลำไย นำมาสรุปให้ได้เนื้อหาสาระกระชับและง่ายต่อการนำไปเป็นแนวทางการผลิตลำไยให้ได้คุณภาพ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อท่านได้อ่านแล้วจะเข้าใจและนำไปปฏิบัติลำไยให้ได้คุณภาพ และประสบความสำเร็จในการผลิตลำไย จนสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว พัฒนาชุมชนและประเทศชาติต่อไป การปฏิบัติดูแลลำไยในฤดู สิงหาคม ตัดแต่งกิ่ง นำกิ่งไปทำฟืน เผาถ่าน เอาใบคลุมในทรงพุ่ม (ให้เสร็จไม่เกิน 30 วัน) กันยายน แตกใบอ่อนครั้งที่ 1 นำปุ๋ยคอกหว่านใต้ทรงพุ่ม ตามด้วยปุ๋ยเคมีตามตาราง 5.1 แสดงปริมาณปุ๋ยที่ควรให้แก่ลำไยแต่ละครั้งของการแตกใบอ่อน(ในคู่มือการผลิตลำไยคุณภาพ)หรือสูตรปุ๋ยตัวหน้าสูงเช่น 46 – 0 – 0 หรือ 25 –7–7 (อัตราตามปริมาณปุ๋ยด้านหลัง)ระวังหนอนและแมลงกัดกินใบอ่อน เช่น หนอนคืบกินใบ หนอนมังกร หนอนหนาม ด้วงกินใบ ด้วงกุหลาบ แมลงค่อมทอง การป้องกันกำจัด ให้ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้ อัตราน้ำส้มควันไม้ 1 ส่วน ต่อน้ำ 150
พื้นที่ปลูกลำไยกว่า 5,000 ไร่ โดยรอบอ่างเก็บน้ำแม่กึม ในตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ถูกเรียกขานว่า “หุบเขามังกร นครลำไย” ที่นี่นับเป็นต้นแบบของการผลิตลำไยแปลงใหญ่ ภายใต้การดูแลของสำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน กรมส่งเสริมการเกษตร ที่เข้าไปสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการดูแลจัดการสวนลำไยอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไยให้มีคุณภาพดีขึ้น ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต เพื่อแก้ปัญหาด้านการตลาดในระยะยาว ในอดีต เกษตรกรชาวสวนลำไยของอำเภอแม่ทามักเก็บเกี่ยวลำไยในช่วงฤดู ประมาณช่วงเดือนมิย.-ก.ย. ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 1,000 ก.ก. ขายผลผลิตได้ ก.ก.ละ 20 บาท หากช่วงไหนผลผลิตล้นตลาด ก็ขายได้ราคาต่ำจนแทบขาดทุน เพราะขาดการรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนลำไย แถมเกษตรกรบางรายยังขาดองค์ความรู้ในการทำลำไยนอกฤดูอย่างถูกต้อง จึงได้ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพ นโยบายลำไยแปลงใหญ่ เมื่อปี 2558 กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้นำ “นโยบายการผลิตลำไยแปลงใหญ่” มาใช้เป็นนวัตกรรมลดต้นทุนการผลิต เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอแม่ทาจึงได้ชักชวนเกษตรกรในท้องถิ่นที่มีสวนลำไย เฉลี่ยรายละ 9 ไร่ จำนวน
