ลำไย
“ลำไย” เป็นผลไม้ที่มีเปลือกหุ้ม มีเนื้อในสีใสขุ่น รสชาติหวาน กรอบ ส่วนใหญ่ปลูกพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทยที่ขึ้นชื่อระดับประเทศและขจรขจายในระดับโลกเห็นจะเป็นผลผลิตจากเชียงใหม่ ลำพูน ไล่มายังเชียงราย พะเยา เป็นต้น แต่ละปีจะมีการนำผลผลิตลำไยแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งส่งออกไปจีน เป็นกลุ่มผู้บริโภครายใหญ่ ส่วนหนึ่งเกษตรกรก็เก็บช่อสดขายให้แก่ผู้บริโภคในประเทศ นางภูษณิศ ไชยมณี ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับดูแลและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า เชียงใหม่และลำพูนเป็นแหล่งผลผลิตลำไยใหญ่ที่สุดใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เฉพาะของเชียงใหม่คาดว่าปีนี้มีประมาณ 1.3 แสนตัน ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบปีที่ผ่านมา จากสถานการณ์ช่วงต้นฤดูที่ผ่านมา การส่งออกลำไยอบแห้งชะลอตัว ล้งที่เคยรับซื้อประมาณ 10 กว่าแห่ง หยุดรับซื้อ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จึงมี นโยบายให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ พบว่าเกษตรกรที่ขายแบบรูดร่วง ราคาทรงตัวอยู่ที่ประมาณกิโลละ 12 บาท มีการรับซื้อไปแล้วตั้งแต่ต้นฤดูนำไปทำลำไยอบแห้ง ประมาณ 6 หมื่นตัน เหลืออีก 4 หมื่นตัน “ยอมรับว่าช่วงนี้ตลาดหลักลำไยอบแห้งที่ประเท
สหกรณ์การเกษตรใน 8 จังหวัดภาคเหนือเปิดจุดรับซื้อผลผลิตลำไยคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงที่ลำไยจะมีปริมาณผลผลิตออกมาไม่น้อยกว่า 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดหาช่องทางจำหน่ายผลผลิตลำไยของสหกรณ์ ประสานความร่วมมือกับห้างโมเดินเทรด และเครือข่ายสหกรณ์ในภาคต่าง ๆ สั่งซื้อลำไยจากสหกรณ์ภาคเหนือเพื่อนำไปกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ หวังบรรเทาปัญหาลำไยออกมากระจุกตัว ขณะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดกิจกรรมสั่งซื้อลำไยผ่าน Call Center 1545 และที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ จัดส่งลำไยผ่านไปรษณีย์ถึงหน้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ลำไยในภาคเหนือว่าผลผลิตเริ่มทยอยออกมาตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 โดยปริมาณลำไยในปีนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณทั้งสิ้น 377,687 ตัน โดยคาดว่าผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ปริมาณ 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้มีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน เชี
สหกรณ์การเกษตรใน 8 จังหวัดภาคเหนือเปิดจุดรับซื้อผลผลิตลำไยคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงที่ลำไยจะมีปริมาณผลผลิตออกมาไม่น้อยกว่า 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดหาช่องทางจำหน่ายผลผลิตลำไยของสหกรณ์ ประสานความร่วมมือกับห้างโมเดินเทรด และเครือข่ายสหกรณ์ในภาคต่าง ๆ สั่งซื้อลำไยจากสหกรณ์ภาคเหนือเพื่อนำไปกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ หวังบรรเทาปัญหาลำไยออกมากระจุกตัว ขณะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดกิจกรรมสั่งซื้อลำไยผ่าน Call Center 1545 และที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ จัดส่งลำไยผ่านไปรษณีย์ถึงหน้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ลำไยในภาคเหนือว่าผลผลิตเริ่มทยอยออกมาตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 โดยปริมาณลำไยในปีนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณทั้งสิ้น 377,687 ตัน โดยคาดว่าผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ปริมาณ 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้มีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่จังหวัดลำพูน ชาวสวนลำไยเร่งเก็บเกี่ยวลำไยจากสวนที่กำลังโตเต็มที่ แต่ราคาลดลงสุดเหวี่ยงแบบรายวัน จนล่าสุดวันนี้ราคาลำไยสดขายมัดพวง อยู่ที่กิโลกรัมละ 18-20 บาท ส่วนลำไยสดขายร่วง ขนาดAA กิโลกรัมละ 12 บาท ขนาดA กิโลกรัมละ 7 บาท ขนาดB กิโลกรัมละ 4 บาท ขนาดC กิโลกรัมละ 1 บาท เท่านั้น ส่วนราคาคนขึ้นเก็บวันละ 400 บาท คนคัดเกรด จ้างวันละ 250-300 บาท ชาวสวนลำไยวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลพยุงให้ราคาลำไยสูงขึ้น และไม่ปล่อยให้นายทุนโดยเฉพาะนายทุนต่างชาติที่เข้ามากดราคาลำไยบ้านเราและปั่นราคาขึ้นลงตามใจชอบ นายจรัล สมบูรณ์ชัย อายุ 52 ปี ชาวสวนลำไย หมู่ 5 ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน กล่าวว่า ตนเองมีสวนลำไยบนเนื้อที่ 8 ไร่ ปลูกไว้กว่า 200 ต้น ให้ผลผลิตทุกต้นแต่ละปีจะขายได้กว่า 5-6 แสนบาท แต่ปีนี้ลดลงกว่าครึ่งจะขายได้ประมาณ 2 แสนบาทเท่านั้น แทบไม่คุ้มค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้างและค่าดูแลอื่นๆ แต่ก็จำใจทำ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้แล้ว จึงต้องรับสภาพและอยากให้ราคาสูงขึ้นกว่านี้ โดยวันนี้ดูราคาที่จะขายแล้วน่าใจหายอยู่ที่ ขายร่วง ขนาดAA กิโลกรัมละ 12 บาท ขนาดA กิโลกรัมละ 7 บาท ขนาดB กิโลก
วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ราคาลำไยในพื้นที่จังหวัดพะเยาว่า สืบเนื่องจากราคาลำไยฤดูกาลผลิต 59/60 ตกต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยต้นฤดูกาลเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2560 ราคาลำไยเกรด AA อยู่ที่ กก.ละ 17-18 บาท ต่อมาลดลงวันละ 1บาท จนกระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ราคารับซื้อลำไยจังหวัดพะเยาเกรด AA อยู่ที่ กก.ละ 13 บาท A 8 บาท B 4 บาท และ C 1 บาท ดังนั้นทางเกษตรกรชาวสวนลำไยจึงได้นัดรวมตัวประชุมใหญ่ ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์เจ้าหลวงเมืองล้า หมู่ 1 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยมีเกษตรกรชาวสวนลำไยจากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดพะเยา มาร่วมประชุมกว่า 500 คน ได้นัดหยุดเก็บลำไย เพื่อร่วมกันเสวนาหาทางออกปัญหาราคาลำไยตกต่ำ และนำเสนอข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ความช่วยเหลือต่อไป นายอติวรรธ์ หอมนาน ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ตนในฐานะเกษตรกรและในนาม ปธ.สภาฯ จึงเข้ามาร่วมประชุมและหาทางออกร่วมกับเกษตรกรชาวสวนลำไยจังหวัดพะเยา เนื่องจากขณะนี้เกษตรกรชาวสวนลำไยกำลังประสบปัญหาราคาลำไยตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยลดลงวันละ 1 บาท ดังนั้นหลังจากการประชุมในครั้งนี้เมื่อได้รับข้อเรียกร้องที่เป็นข
นายมงคล พวงทอง ชาวบ้านข่วงเปาใต้ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง พ่อค้าลำไย เผยว่า ช่วงนี้ลำไยในฤดูของจังหวัดเชียงใหม่ กำลังออกสู่ท้องตลาดโดยมีนายทุนชาวจีนเปิดล้งรับซื้อลำไยสดซึ่งต้องใส่ตะกร้ารวมน้ำหนัก 12 กิโลกรัม สถานการณ์ราคาลำไยตอนนี้ราคาถูกมากเฉลี่ย กิโลกรัมละ 15 บาท ต้นเดือนจะเป็นราคานอกฤดูราคาจะอยู่ที่ กิโลกรัมละ 50-60 บาท ต้องนำคนงานเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ได้มากที่สุดเนื่องจากราคาอาจจะลดลงมากไปกว่านี้ ประกอบกับผลผลิตเริ่มสุกเต็มที่และร่วง ต้องใช้คนงานรวมกว่า 20 คน เก็บเกี่ยวผลผลิตให้เร็วที่สุด จ้างเหมาใส่ตะกร้าลำไยเป็นคู่ 2 คน ตกตะกร้าละ 55 บาท แทนการจ้างเหมาเป็นรายวันเนื่องจากจะได้ผลผลิตน้อย โดยก่อนที่ผลผลิตลำไยจะสุกติดต่อซื้อลำไยเหมายกสวน จากเจ้าของสวนเนื่องจากเจ้าของสวนบอกว่าต้นทุนในการเก็บเกี่ยวลำไยค่อนข้างสูง ทั้งค่าขนส่ง ค่าแรงคนงาน และอาจจะเก็บไม่ทัน หากเก็บผลผลิตเองจะขาดทุนอย่างแน่นอน สถานการณ์ราคาลำไยแบบใส่ตะกร้า ซึ่งเป็นลำไยรับประทานสด ราคาสูงสุดจะอยู่ที่ 22 บาท ต่อกิโลกรัม ส่วนราคาต่ำสุดอยู่ที่ 6-7 บาท ต่อกิโลกรัม แล้วแต่ขนาด ราคาเฉลี่ยลำไยทั้งตะกร้า 12 กิโลกรัม จะอยู่ที่กิโ
“น้ำแวน”นัดชาวสวนหยุดเก็บ “ลำไย” หลังราคาดิ่งเหว เร่งประชุมหารือสางปัญหาราคาตกต่ำยื่น “บิ๊กตู่” เชิญ “อำเภอ-ทหาร” รับฟังเป็นพยาน วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาลำไยตกต่ำร่วงกราวรูดในวันนี้ (23 ก.ค. 60) โดยราคาบิ๊กไซส์หรือ AA อยู่ที่ กก.ละ 12-13 บาท เท่านั้น ขณะที่จุดรับซื้อที่ปิดราคา AA กก.ละ 15-16 บาท นั้น ไม่รับซื้อหรือรับซื้อน้อยมาก ขณะเดียวกันราคาลำไยรายวันวันนี้ประกาศล่าช้ามาก ประมาณ 14.00 น.-16.00 น. เพราะจุดรับซื้อแต่ละแห่งจะต้องรอขายจากผู้ประกอบการโรงอบลำไยเป็นผู้แจ้งราคา ทำให้เกษตรกรชาวสวนลำไยได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะราคาลำไยตกต่ำต่อเนื่องไม่หยุด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เชียงคำ เป็นพื้นที่มีสวนลำไยสูงที่สุดในจังหวัดพะเยา เกษตรกรจำนวน 4,066 ราย พื้นที่ 23,909 ไร่ ผลผลิตลำไยประมาณ 1.2 หมื่นตัน รายงานข่าวจาก ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาลำไยที่ตกต่ำต่อเนื่องขณะนี้ ทางชาวสวนลำไย ต.น้ำแวน ไม่น้อยกว่า 300 ราย ได้ประกาศหยุดเก็บลำไยในวันอังคาร ที่ 25 กรกฎาคม 2560 เพื่อประชุมหารือกันหาข้อสรุปเป็นแนวทางออกและเป็นข้อเสนอไปย
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตลำไยดี เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง คาดที่เชียงใหม่มีปริมาณกว่า 130,000 ตัน มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท ต้นฤดูผลิตมีลำไยออกตลาดแล้ว 7-8% เท่าที่ตรวจสอบพบว่าคุณภาพลำไยยังไม่เต็มที่ ทำให้ราคาไม่สูงมากนัก เกรด AA กิโลกรัมละ 17 บาท ช่วง 4-5 วัน ที่ผ่านมา ราคาลำไยลดลง 1-2 บาท ต่อกิโลกรัม เนื่องจากผลผลิตสูงกว่าปีที่แล้ว 10% และล้งที่รับซื้ออ้างว่า จีนและอินโดนีเซีย ที่เป็นตลาดส่งออกใหญ่ยังไม่รับซื้อ ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด บูรณาการด้านตลาด ทั้งส่งออก และจำหน่ายในประเทศ พร้อมส่งเสริมการผลิตลำไยนอกฤดูมากขึ้น เพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำ ว่าที่ ร.ต.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 ดูแลพื้นที่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ตาก แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตลำไยภาคเหนือ รวม 370,000 ตัน ด้านการตลาดจะกระจายไปยังโรงงานแปรรูป ตลาดส่งออก พร้อมเปิดขายทางออนไลน์ เพื่อกระจายผลผลิตให้มากที่สุด ล่าสุด มีบริษัทจีน
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (สินค้าจีไอ) เพิ่มอีก 3 รายการ ได้แก่ กาแฟเทพเสด็จ จังหวัดเชียงใหม่ ส้มโอหอมควนลัง จังหวัดสงขลา และลำไยเบี้ยวเขียวลำพูน จังหวัดลำพูน จากปัจจุบันได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้า จีไอแล้ว 93 รายการ แบ่งเป็นคำขอไทย 79 รายการ ต่างประเทศ 14 รายการ และอยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนอีก 60 รายการ โดยกรมวางนโยบายส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไออย่างน้อย 1 จังหวัดต่อ 1 สินค้า ให้ครบทุกจังหวัดภายในปีนี้ ซึ่งตอนนี้มี 70 จังหวัดที่ยื่นคำขอแล้ว เหลืออีก 7 จังหวัด พร้อมกับสนับสนุนให้มีการจัดทำระบบตรวจสอบควบคุมมาตรฐานเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าจีไอต่อไปด้วย นายทศพล กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถิติการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ 158 คำขอ แบ่งเป็นคำขอไทย 136 คำขอ ต่างประเทศ 22 คำขอ โดยปีงบประมาณ 2560 มีการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนจำนวน 13 คำขอ ได้แก่ ผ้าตีนจกโหล่งลี้ลำพูน กาแฟดอยป่าแป๋ลำพูน จังหวัดลำพูน ทุเรียนศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ไวน์เขาใหญ่ กาแฟวังน้ำเขียว ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ จังหวัดนครราชสีมา เครื่องปั้น
โพแทสเซียมคลอเรต (KCLO3) เป็นผลึกโปร่งแสง ลักษณะเป็นผลสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสเค็มเช่นเดียวกับเกลือแกง ละลายได้ไม่ดี มีจุดหลอมเหลวที่ 368 องศาเซลเซียส ติดไฟง่าย อันตรายของโพแทสเซียมคลอเรต เมื่อสัมผัสจะทำให้ระคายเคืองผิวหนัง ดวงตา หากบริโภคเข้าไปจะทำลายระบบทางเดินอาหารและไต ดังนั้น จึงจัดให้โพแทสเซียมคลอเรตเป็นวัตถุอันตราย ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 โดยกระทรวงกลาโหม การต้องการนำเข้าหรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ต้องได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม จากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่พบอันตรายจากการบริโภคลำไยนอกฤดูที่ได้จากการราดสารโพแทสเซียมคลอเรตแต่อย่างใด ผู้บริโภคสบายใจได้ ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตลำไยของไทย ปี 2559 ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากภาวะแห้งแล้งง ผลิตได้ 7.5 แสนตัน ลดลงจากปี 2558 ที่ผลิตได้ 8.7 แสนตัน ปัจจุบัน มีผู้รวบรวมผลผลิตหรือล้ง เป็นชาวจีนและเวียดนาม เป็นผู้เข้ามารวบรวมผลผลิตส่งออกไปยังจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศอื่นอีกหลายประเทศ โดยจีนกำหนดให้มีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในลำไย ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักลำไย 1 กิโลกรัม ส่วนสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแ
