ลำไย
เทคนิคทำให้เป็นดอกตัวเมียเยอะ การทำลำไยนอกฤดู หัวใจที่สำคัญก็คือ การทำอย่างไร ให้ลำไยออกดอกเต็มต้น ถ้าทำได้ นั่นหมายความว่าประสบความสำเร็จไปมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปต้องทำให้ดอกลำไยเป็นดอกตัวเมียมาก เทคนิคที่จะให้ดอกลำไยเป็นดอกตัวเมีย อันดับแรกเราจะต้องบำรุงช่อดอกให้สมบูรณ์ มีช่อดอกอวบอ้วนช่อยาว โดยเราจะต้องเริ่มบำรุงรักษาช่อดอกตั้งแต่ลำไยแทงช่อดอกออกมาให้เราเห็น โดยแนะนำ ฉีดพ่นด้วย ปุ๋ยเกล็ด สูตร 13-0-46 (โพแทสเซียมไนเตรต) อัตรา 500 กรัม+สาหร่ายสกัด (เช่น แอ๊คกรีน) อัตรา 200 ซีซี+แคลเซียม-โบรอน (เช่น โกลแคล, แคลเซียม-โบรอนอี, โบร่า) อัตรา 100-200 ซีซี ผสมยาป้องกันกำจัดแมลง เช่น สารคลอร์ไพริฟอส (เช่น มัคฟอส) เลือกอัตราใช้ต่ำ แค่ 100 ซีซี ก็พอ เพื่อเป็นการประหยัด พ่นเพื่อเป็นการป้องกันแมลง เพลี้ยต่างๆ รวมถึงหนอนไว้ก่อนล่วงหน้า ทั้งหมด ต่อน้ำ 200 ฉีดพ่นทุก 7 วัน พ่นก่อนที่ดอกลำไยจะบาน วิธีนี้ก็ช่วยให้ได้ดอกลำไยตัวเมียเยอะขึ้น เทคนิคทำสีผิวลำไยให้ได้ราคาดี ผิวสีสวย เทคนิคทำสีผิวลำไยให้ได้ราคาดี พ่อค้าลำไยส่วนมากต้องการลำไยที่มีสีผิวเหลืองสวย และจะให้ราคาดีกว่า ลำไยที่มีเปลือกสีไม่สวย เ
เกษตรกรนำลำไยและลิ้นจี่ เข้าไปปลูกในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี นานมาแล้ว ลำไยให้ผลผลิตบ้าง 2-3 ปีครั้งหนึ่ง ลิ้นจี่ก็เช่นกัน ปัจจัยที่ทำให้พืชทั้งสองชนิดออกดอกติดผลคือ อากาศหนาวเย็น ต่อมามีการค้นพบสารทำให้ลำไยออกดอกได้ตามที่ต้องการ พื้นที่ปลูกจึงเพิ่ม ถือได้ว่า อำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี รวมถึงอำเภอวังสมบูรณ์และอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เป็นแหล่งใหญ่ของการปลูกลำไยในประเทศไทย ปัจจัยที่ทำให้ลำไยปลูกได้ผลดีเพราะภูมิอากาศ ปริมาณของน้ำฝนและแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งความชำนาญของเกษตรกร ด้วยเหตุนี้ เมื่อขับรถไปตามถนนสายรอง ในเขตพื้นที่ปลูกลำไย จึงมีล้งรับซื้อผลผลิตกระจายเต็มไปหมด ลำไยเขตนี้ เป็นลำไยสั่งได้ จะเก็บผลผลิต วันที่ 1 มกราคม ให้ออก วันที่ 13 เมษายน ทำได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือ สารที่ราด และการดูแลเอาใจใส่นั่นเอง สำหรับลิ้นจี่ ปัจจุบันเหลือน้อยเต็มที เพราะไม่มีสารราดให้ออกดอก…อากาศหนาวเย็น นานปีจึงจะมาทีหนึ่ง พบผู้ปลูกมืออาชีพ ทำจนเชี่ยวชาญ คุณสมพงษ์ สุขเกษม และ คุณสง่า ไทยปิยะ สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 247 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งขนาน อำเภ
“ลำไย” ถือว่าเป็นผลไม้ทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ คู่กับวัฒนธรรมและชุมชนของผู้คนในจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนมานาน ลำไยเป็นพืชที่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาวเพื่อกระตุ้นการออกดอก เมื่อหมดฤดูหนาวต้นลำไยจะออกดอกและติดผล เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม (ลำไยตามฤดูกาล) อุณหภูมิโดยทั่วไปลำไยต้องการอากาศค่อนข้างเย็น ต้องการอุณหภูมิต่ำ (10-20 องศาเซลเซียส) ในฤดูหนาว ช่วงหนึ่งคือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเพื่อการออกดอก ซึ่งจะสังเกตว่าถ้าปีไหนอากาศหนาวเย็นนานๆ โดยไม่มีอากาศอบอุ่นเข้ามาแทรก ลำไยจะมีการออกดอกติดผลดี เมื่อย้อนกลับไปในปี 2541 ได้มีการค้นพบสารโพแทสเซียมคลอเรต ด้วยความบังเอิญจากช่างทำดอกไม้ไฟ และทำให้ลำไยออกดอกและติดผลนอกฤดูได้ สามารถปลูกได้ทั่วไปเกือบทุกภาคของประเทศที่มีแหล่งน้ำที่ดี ต่อมาทำให้มีการขยายพื้นที่การปลูกอย่างมาก ทำให้ลำไยภาคตะวันออกในอำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งผลิตลำไยนอกฤดูเท่านั้น ข้อมูลตัวเลข ในปี 2555 พบว่า พื้นที่ปลูกลำไยในเขตจังหวัดจันทบุรี มีมากเกือบหนึ่งแสนไร่ มีปริมาณการส่งออกมากเกือบห้าแสนต
วันนี้ขออนุญาตเล่าประวัติส่วนตัวกันนิดหนึ่ง ผู้เขียนเกิดและโตที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นแหล่งปลูกลำไยใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และในการเรียนระดับปริญญาตรี ก็เรียนพืชศาสตร์ สาขาไม้ผล สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ หรือมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในปัจจุบัน หนึ่งในเพื่อนที่เรียนสาขานี้คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย กูรูหรือผู้เชี่ยวชาญเรื่องไม้ผล โดยเฉพาะลำไย อาจารย์เกิดที่จังหวัดลำพูนซึ่งก็เป็นแหล่งปลูกลำไยแหล่งใหญ่ของไทยอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนั้น ยังจบสาขาพืชสวน ในระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์สอนที่สาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร และเป็นผู้บริหารในตำแหน่งรองอธิการบดี ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในเรื่องลำไย อาจารย์เป็นทั้งผู้สอน เป็นนักปฏิบัติ และนักวิจัย ในฐานะที่คลุกคลีในวงการลำไยทั้งในและต่างประเทศ อาจารย์พาวินได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลำไยว่า ประเทศที่มีการผลิตลำไยมากที่สุดในโลกคือจีน มีพื้นที่ปลูกประมาณ 2.7 ล้านไร่ พันธุ์หลักๆ ที่ปลูกเป็นการค้าคือ พันธุ์ชู่เหลียงและสื่อเจี๋ย ส่วนพันธุ์ลำไยของไทยนั้นจีนนำไปปลูกทดสอบนานมาแล้วแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะอากาศของจีนหนาวกว่าไทย พันธุ์ลำไยของไทยจะมีป
การส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ลำไยนอกฤดูของ ต.ทากาศเหนือ อ.แม่ทา จ.ลำพูน มีพื้นที่ 3,876 ไร่ สมาชิก 491 ราย เกษตรกรมีความต้องการวางท่อเพื่อส่งน้ำจากบ่อเจาะน้ำบาดาลไปยังสวนลำไยของสมาชิก เพื่อใช้ในการจัดการวางแผนการผลิต และพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งปริมาณผลผลิตลำไยนอกฤดู ซึ่งโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ได้ต่อยอดและสามารถแก้ไขปัญหาตรงกับความต้องการของชุมชนจนประสบความสำเร็จ ทำให้สมาชิกมีแหล่งน้ำเพียงพอในการทำลำไยนอกฤดูได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่าสามารถจำหน่ายผลผลิตและสร้างรายได้แก่ชุมชนปีละ 400 ล้านบาท พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายว่า รัฐบาลมีแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 โดยมุ่งเน้นการใช้แนวทางพลังประชารัฐ คือ การมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ชุมชน จังหวัด สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยต่างๆ รวมทั้งยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์ของพระราชาเป็นพื้นฐานในการพัฒนา พร้อมนี้พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรละสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินงานโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่กรมราชทัณฑ์ นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานงานขอความร่วมมือกรมราชทัณฑ์ให้ช่วยรับซื้อผลผลิตลำไย ว่าในวันนี้ทางกรมราชทัณฑ์ได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ทางสำนักนายกรัฐมนตี เสนอคณะรัฐมนตรีให้มีมติยกเว้น ระเบียบพัสดุในการแบ่งจ่ายเงิน เพราะกรมราชทัณฑ์ติดปัญหาในเรื่องข้อระเบียบในการจัดซื้อและการแบ่งจ่ายเงินส่วนนี้ โดยทางกรมราชทัณฑ์ มีเงินค่าขนมนักโทษในเรือนจำ ประมาณ 1.50 สต. จึงนำเงินส่วนนี้มาซื้อลำไย ให้นักโทษได้กินแทนขนมหวาน โดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นหน่วยงานคอยรวบรวมลำไยจากเกษตรมาขายให้เรือนจำ จากนั้นก็นำเงินไปจ่ายให้เกษตรกร เพราะกรมราชทัณฑ์รับซื้อตรงไม่ได้ ผิดระเบียบขั้นตอนของกรมบัญชีกลาง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า หาก ครม.มีมติก็สามารถจัดซื้อลำไยได้ทันที “ตอนนี้คิดเฉลี่ยคร่าวๆ ซื้อลำไยในกิโลละ 6 บาท ซึ่งเป็นลำไยล่วงที่ไม่ได้ส่งออก นักโทษจะได้กินลำไยเฉลี่ยคนละ 2 ขีดครึ่ง ดังนั้นดูแล้วก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร คงไม่ทำให้เป็นอะไร แต่ถ้ายังคงมีปริมาณลำไยในตลาดเยอะ กรมราชทัณฑ์ก็สามารถสั่งซื้อได้ ส่งไปให้เรือนจำทั่วประ
“ลำไยรูดร่วง” ราคาขยับขึ้น “17-18บาท” ขณะ “สดช่อ” ยังส่งออกตจว.ต่อเนื่อง เกษตรกรเริ่มใจชื้นลำไยระบายไม่หยุด วันที่ 10 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ลำไยจังหวัดพะเยา ว่า สืบเนื่องจากตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา จังหวัดพะเยาได้ดำเนินการระบายผลผลิตลำไยสดช่อของเกษตรกรชาวสวนลำไยจังหวัดพะเยา ออกจากพื้นที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคต่างจังหวัดปลายทาง ผ่านเครือข่ายสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และวางขายตามจุดที่ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยาได้ประสานงานหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยกันระบายผลผลิตลำไยคุณภาพ ทำให้ราคาลำไยรูดร่วงขนาด AA ที่ต่ำลงในปลายเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา กก.ละ 12 บาท นั้น ได้ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 17-18 บาท สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา ได้รายงานสถานการณ์ลำไยพะเยา วันที่ 9 สิงหาคม 2560 ด้านราคาลำไยรูดร่วง ขยับตัวสูงขึ้นมา กก.ละ 5-6 บาท โดยเกรด AA อยู่ที่ กก.ละ 17-18 บาท A 8-9 บาท B 4-5 บาท และ C 1 บาท ราคาลำไยสดช่อส่งตลาดจีนคละเกรด (AA-A-B) กก. 17-18 บาท (ซื้อเหมาสวน) ราคาลำไยสดช่อซื้อโดยเอกชนส่งเวียดนาม AA+A กก.16-18 บาท ขณะที่ลำไยสดช่อส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านเครือข่ายสหกรณ์จั
สตูล – นายถาวรศักดิ์ รัตนชูศรี ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล เผยว่า ตัวแทนกลุ่มสหกรณ์เกษตรกรสวนลำไยจากจังหวัดพะเยา นำลำไยสด เกรด AA มากระจายสินค้าในจังหวัดสตูล ซึ่งสืบเนื่องจากเกษตรกร ผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ ประสบปัญหาเรื่องราคาที่ตกต่ำ ต้องระบายออกสู่ตลาดให้มาก ล็อตแรกจะมีการระบายอยู่ที่ 2.5 ตัน โดยนำลำไยกล่องละ 10 กิโลกรัม ราคา 300 บาท ที่ผ่านมาช่วยเหลือเกษตรกรลิ้นจี่ ในลักษณะเดียวกัน การบริโภคผลไม้ในจังหวัดสตูลนั้นไม่น่าวิตกกังวล ผลไม้ชนิดต่างๆ เงาะ, ทุเรียน หรือจำปาดะ ผลผลิตแทบไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในจังหวัด ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
แม็คโคร ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ (ที่ 2 จากขวา) รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และนายศักดา ภักดี (ขวาสุด) ที่ปรึกษาฝ่ายธุรกิจฟูดเซอร์วิส บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมเชิญชวนประชาชนสนับสนุนเกษตรกรไทย กับเทศกาล “ช่วยเหลือเกษตรกรไทย ชวนบริโภคลำไยทั่วประเทศ” โดยปีนี้ จะรับซื้อลำไยจากกลุ่มสหกรณ์ภาคเหนือกว่า 700,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายลำไยให้ถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ณ แม็คโคร สาขาแจ้งวัฒนะ เมื่อเร็วๆ นี้
สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดโครงการกระจายลำไยสหกรณ์ผู้ผลิตลำไยจังหวัดภาคเหนือ เพื่อส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายลำไยของสมาชิกสหกรณ์ผู้ผลิตลำไยในจังหวัดภาคเหนือผู้บริโภคในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยทางสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่1 ได้ประสานงานความร่วมมือไปยังเครือข่ายสหกรณ์ต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯเปิดจุดจำหน่ายลำไยให้แก่สมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไป โดยมีสหกรณ์สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนไม่น้อยกว่า 50 สหกรณ์ และมีปริมาณการสั่งซื้อแล้ว 12.5 ตัน ซึ่งยังเปิดรับการสั่งจองลำไยสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2241 5903
