ศาสตร์พระราชา
“บ้านผาปัง จ. ลำปาง หมู่บ้านเล็กๆท่ามกลางป่าเขา เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ แต่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ เนื่องจากพื้นที่ป่าถูกทำลาย ดินขาดสาร ไม่มีระบบการกักเก็บน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง การพัฒนาและจัดการทรัพยากรในพื้นป่าจึงเริ่มขึ้นในชุมชน เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างแหล่งน้ำในธรรมชาติ โดยการขับเคลื่อนจากพลังเล็กๆของคนในชุมชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ดูแลและใช้ประโยชน์” #เสียงจากแผ่นดิน #ศาสตร์พระราชา #มูลนิธิปิดทองหลังพระ #ชุมชนเข้มแข็ง #ผาปัง #ลำปาง
ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติปกครองประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนไทย และทั่วโลกว่า พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศกำลังพระวรกาย และกำลังพระสติปัญญาในการดูแลสารทุกข์สุกดิบของปวงอาณาประชาราษฎร์ตลอดมา พระองค์เสด็จฯเยี่ยมเยือนราษฎรทั่วทุกสารทิศ ทุกภูมิภาคของประเทศไทย และตระหนักถึงสภาพความเป็นอยู่ของปวงราษฎรที่ต้องเผชิญปัญหาต่าง ๆ ในการดำรงชีวิต ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงมีพระราชดำริที่จะแก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อนแก่พสกนิกรไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด และไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลเพียงใดก็ตาม เพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,600 โครงการ ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ หลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงถือเป็นหลักการที่องค์กรต่าง ๆ นำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารองค์กร และบริหารทรัพยากรบุคคล อันเป็นการเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ที่นำหลักการทรงงานของพระองค์ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ โดยหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปร
นายสวัสดิ์ ไชยชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกุดหว้า อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านกุดหว้า เป็นโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเน้นการพัฒนาเด็กให้มีสุขภาพอนามัย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี และรู้จักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ทางโรงเรียนจึงได้เข้าร่วมโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา (สนก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เข้าร่วมการอบรมดำเนินงานวิจัยควบคู่กับการจัดการเรียนรู้ (R2R) ด้านการจัดการขยะ น้ำเสีย ใช้พลังงานอย่าง มีประสิทธิภาพ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะกลับมาลงมือปฏิบัติ โรงเรียนเริ่มทำกิจกรรมด้วยการทำโครงการปลูกหญ้าแฝกเพื่อพัฒนาดิน เพราะโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่แห้งแล้งที่สุดของประเทศ จึงยึดศาสตร์พระราชาเป็นหลักในการเรียนรู้ โดยทำงานวิจัยร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งหลังจากทำโครงการแล้วทำให้ดินมีสภาพดีขึ้น เมื่อดินดีขึ้น ผล
นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศผ่านระบบทางไกล วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Conference DLTV ช่อง 14 CBEC Channel ในรายการ “พุธเช้าช่าว สพฐ.” ว่า เนื่องจาก สพฐ.เป็นหน่วยงานใหญ่มีบุคลากรจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องจัดประชุมด้วยระบบดังกล่าวทุกสัปดาห์ เพื่อให้การสื่อสาร การสั่งการ ลงสู่กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติได้ครอบคลุม สพท.สามารถนำเสนอผลงานของสถานศึกษาหรือผลจากการปฏิบัติงานตามนโยบายกับที่ประชุมได้ทันที ที่สำคัญหากมีข้อสงสัยติดขัด หรือเกิดความไม่ชัดเจนในข้อสั่งการ ก็สามารถหารือและทำความเข้าใจได้โดยตรง และยังเป็นการประชุมที่ลงทุนน้อยแต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกคน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถรับรู้ รับฟังได้ ขณะเดียวกันก็สามารถเสนอความเห็นได้ด้วย ในการประชุมครั้งแรกนายบุญรักษ์ยอดเพชรเลขาธิการกพฐ.ได้มีนโยบายให้เน้นนำสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดในรายการ ‘ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการศึก
สารคดีที่ชวนเราย้อนไปมองจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตด้วยศาสตร์พระรราชา ตามรอยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่วันนี้หลายคน หลายชุมชน ยืนหยัดและพึ่งพาตัวเองขึ้นได้อีกครั้ง พบกับ เสียงแผ่นดิน ซีซั่น2 ทุกวันจันทร์หลังข่าวค่ำ ทางเฟสบุ๊กข่าวสด #เสียงจากแผ่นดิน #ศาสตร์พระราชา #มูลนิธิปิดทองหลังพระ #ชุมชนเข้มแข็ง
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มอบนโยบายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 225 เขต ทั่วประเทศ และสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.นำศาสตร์ พระราชาที่เกี่ยวกับการศึกษาไปสู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ สพท.และโรงเรียนพิจารณา ว่าจะนำศาสตร์พระราชาที่เกี่ยวกับการศึกษาไปปฏิบัติอย่างไร เช่น เรื่องการพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพื่อให้ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิตอล ผ่านกระบวนการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน โดยเฉพาะการอ่านหนังสือยาวๆ ให้มีความรู้ที่ลึกซึ้ง ซึ่งสพฐ.จะจัดทำ เป้าหมายว่าในปีหน้านักเรียนแต่ละช่วงชั้น หรือแต่ละระดับชั้น ต้องอ่านหนังสืออย่างน้อยกี่เล่ม สิ่งหนึ่งที่เราอาจจะนึกไม่ถึงแต่เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติให้เราได้เห็น คือเรื่องการรับฟัง สัมผัส เห็น แล้ววิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหรือแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นหัวใจของการจัดการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติหรือ แอ๊กทีฟเลิร์นนิ่ง ที่เป็นวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ ให้เด็กได้เรียนโดยการลงมือทำได้คิด ได้ส
ผู้นำป่าชุมชน น้อมนำศาสตร์พระราชา บริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาอุทกภัย ราชบุรีโฮลดิ้ง– กรมป่าไม้ ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายคนรักษ์ป่าปีที่ 10 ผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้ม ผสานพลังน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” เรื่องการบริหารจัดการน้ำด้วยหลักการแก้มลิง และฝายมีชีวิต ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชุมชนให้เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สมบูรณ์และยั่งยืนเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น องค์ความรู้ดังกล่าวจะนำมาถ่ายทอดแก่ผู้นำป่าชุมชนจากภาคใต้ 80 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชน ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กับกรมป่าไม้ เพื่อจะได้นำไปปรับประยุกต์ใช้เป็นกลไกป้องกันปัญหาน้ำไม่เพียงพอและลดผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาที่นับวันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า “การสัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนครั้งนี้ ได้หยิบยกประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการของผู้นำป่าชุมชนที่ได้จากการสำรวจค
จากกระแสพระราชดำรัสใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก ประกอบกับเมื่อปลายปี 2554 ประเทศไทยต้องประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี อุทกภัยครั้งนั้นส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งทางภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ สังคม จึงเป็นที่มาของโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” โดยมีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่องค์ความรู้ในการใช้แนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้ชื่องาน “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” โดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด ร่วมมือกับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ณ ไร่สุขกลางใจ จังหวัดราชบุรี ดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อาจารย์ยักษ์ ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง เผยว่า ประเทศไทยมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาและจัดการน้ำมานานแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังไม่สามารถกระจายน้ำไปได้ทั่วประเทศ ซึ่งตามศาสตร์พระราชาได้แนะนำให้ใช้วิถีของชา
“หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ 9 ณ สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2529 จากการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ ได้ทอดพระเนตรเห็นว่า น้ำเป็นปัญหาที่รุนแรงและสำคัญที่สุด ไม่มีน้ำก็ทำการเกษตรไม่ได้หรือทำก็ขาดทุน เกษตรกรอยู่ไม่ได้ต้องอพยพเข้าเมืองเพื่อหางานทำ แต่เมื่อมีน้ำผลผลิตก็เพิ่มขึ้น คุณภาพก็ดีขึ้น การจัดการทรัพยากรน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคจึงเป็นงานที่สำคัญยิ่ง พล.อ.ท. ณัฐพงษ์ วิริยะคุปต์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ กล่าวว่า เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี เชิดชูพระเกียรติคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูรทรงมีต่อพระบรมราชชนก น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแนวทางการพัฒนาผ่านโครงการตามแนวพระราชดำริต่างๆ รวมถึงหลักปรัชญาของเศรษ
“วังหินโมเดล” ชุมชนขับเคลื่อนการพัฒนา รวมกลุ่มแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำภายใต้บริบทของชุมชนเอง ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ปรับวิถีเกษตรกรรม ลดพื้นที่ทำนา หันมาเน้นอาชีพเสริมเลี้ยงโค-กระบือ ตามวัฒนธรรมดั้งเดิม เพิ่มรายได้สร้างชุมชนเข้มแข็งบนพื้นฐานของความสามัคคีชูเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบของโคราช ร่วม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนเข้มแข็งตามพระราชดำริ” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัฐบาล ปิดทองหลังพระฯ ได้ให้ความสำคัญกับการขยายผลการพัฒนาในระดับครัวเรือนและการรวมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและศักยภาพให้กับชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน โดยจัดศึกษาดูงานชุมชนตำบลวังหิน อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จเชิงประจักษ์ระดับชุมชนที่น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” มาปรับใช้จนประสบความสำเร็จ เป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขและพัฒนาตนเอง นายณรงค์ วุ่น
