ศาสตร์พระราชา
ต้นยางนา พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งยืนยันได้จากชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ที่มีคำว่า “ยาง” มีอยู่ในทุกภาคของประเทศ เช่น อำเภอท่ายาง ท่าสองยาง ยางตลาด และยางชุมน้อย เป็นต้น และยางนา ไม้มีค่าคู่เมืองไทยมาช้านาน ความสำคัญแต่โบราณ ยาง หรือยางนา คือต้นยางที่ให้น้ำมันยางแก่คนไทยในรุ่นโบราณอย่างเป็นล่ำเป็นสัน รวมทั้งยังเป็นต้นไม้ที่คนไทยรุ่นเก่า ท่านได้นำมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยเป็นลำดับรองลงมาจากไม้สัก เป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตป่าดิบใกล้ๆ ลำห้วย ลำธาร ปัจจุบัน ปริมาณไม้ยางนาในประเทศลดลงมาก เนื่องจากการบุกรุกทำลายป่า เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่อุดมสมบูรณ์ใกล้ๆ แหล่งน้ำที่มีไม้ยางนาขึ้นอยู่ จะเป็นที่ต้องการเพื่อการเพาะปลูกมาก การเจาะโคนไม้ยางเพื่อเอาน้ำมันยาง โดยใช้ไฟสุมและเผา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำลายแหล่งพันธุกรรมไม้ยางนา จึงควรที่มีการอนุรักษ์และส่งเสริมการปลูกกันต่อไป ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ลำต้น ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง 40-50 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกหนา เรียบ สีเทาหรือเทาปนขาว โคนต้นมักเป็นพูสูงขึ้นมาเล็กน้อย ข
ชีวิตเริ่มต้นมาจากคำว่า “ศูนย์” นั่นคือ ข้อสรุปสั้นๆ บนเส้นทางชีวิตต้องสู้ของเกษตรกรต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดิน เจ้าของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาระบบกสิกรรมด้วยศาสตร์พระราชาลุ่มน้ำยมในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ชื่อ ประดิษฐ์ นันท์ตา ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 44/1 หมู่ 5 บ้านแม่พร้าว ตำบลบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง “ผมเป็นคนจังหวัดแพร่ ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดลำปางเพราะพี่ชายชวนมา ในปี 2545 ผมกับครอบครัวมาแบบไม่มีอะไรเลย ที่ดินทำกินของตนเองก็ไม่มี เริ่มต้นผมมาเช่าที่ดินของคนรู้จักทำกินก่อน ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครับ ปีแรกที่ลงทุน เจ๊งครับ กู้เงินมาลงทุน 30,000 บาท ขายข้าวโพดได้ 15,000 บาท” “ไม่ท้อครับ สู้ต่อ สู้มาอีกหลายปี จนชีวิตเริ่มดีขึ้น เพราะได้รับคัดเลือกจาก ส.ป.ก. ให้ได้รับสิทธิ์ในที่ดินของ ส.ป.ก. จำนวน 30 ไร่” หลังจากมีที่ดินเป็นของตนเอง เขาได้เริ่มต้นเดินตามแนวทางที่วาดฝันไว้ “เพราะได้ความรู้ได้เปิดโลกให้กว้างขึ้นด้วยการสนับสนุนของ ส.ป.ก. ทั้งการเข้ามาให้ความรู้ที่สวน และการพาไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะโครงการตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมยึดมั่นในการว
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าศาสตร์พระราชา ทั้งหลักการกสิกรรมธรรมชาติ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9) สามารถนำมาใช้สร้างความยั่งยืนได้จริง ทุกวันนี้ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้านกสิกรรมธรรมชาติและการออกแบบพื้นที่ตามแนวคิดโคก หนอง นา โมเดล มีการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาวสำหรับผู้ที่สนใจ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องเชื่อว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นตั้งแต่วัตถุดิบในดิน ส่งผ่านเป็นอาหารที่เป็นยา คือ กุญแจสำคัญของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการฟังร่างกายของตนเอง และเลือกวิถีการดูแลที่สอดคล้องกับธรรมชาติ พร้อมเปิดบริการ “คลินิกเพื่อชุมชน” นับเป็นก้าวสำคัญของการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพในแบบฉบับมาบเอื้อง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมุนไพรจากฐานเกษตรธรรมชาติ ใช้สมุนไพรสดในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์ “มาบเอื้อง” หลากหลายรูปแบบ อาทิ แชมพู สบู่เหลว สเปรย์น้ำแร่ว่านหางจระเข้
2 สามีภรรยา ส่งลูกเรียนจบปริญญาโท 2 คน ด้วยการทำไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่ มีเหลือ “กิน แจก แลก ขาย” เป็นแปลงต้นแบบที่มีรายได้หลักแสนบาทต่อปี มีรายได้ รายวัย รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี การเดินทางไปยังฟาร์มแห่งนี้ ถือว่าสะดวกสบาย จากปากทางข้างเทศบาลตำบลหินกอง มีซุ้มประตูบอกว่า “บ้านหนองสระ” ประมาณ 2 กิโลเมตร เข้าไปถึงไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่ คุณลุงอ่อนสา-คุณป้านิ่มนวล ชุมวัน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 9 บ้านหนองสระ ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 084-826-5759 บนพื้นที่ 6-2-0 ไร่ มีซุ้มทางเข้าเตรียมปลูก ฟัก แฟง ถั่วฝักยาว บวบ แตง ที่นี่บริหารจัดการตามรูปแบบไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ เกษตรทฤษฎีใหม่ 30-30-30-10 ขุดบ่อน้ำขนาด กว้าง 15 เมตร ยาว 20 เมตร ลึก 7 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปี บ่อขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ลึก 7 เมตร อีก 5 บ่อ มีการเลี้ยงปลา นิล ไน ตะเพียน ปลาจะละเม็ด ปลาหมอ ปลากะโห้ ปลาดุก นอกจากนี้ ยังเลี้ยงหมูป่า เป็ด ห่าน ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ไผ่ตงหวาน มะละกอ เพกา มะนาว มะกรูด มะขามเทศ ขนุน ข่า ตะไคร้ พลูกินหมาก พุทรา กล้วย มะม่วง ผักติ้ว ดอกกระเจียว แตงร้าน เคร
แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และไม่เคยทำอาชีพเกษตรกรรมมาก่อน แต่ด้วยความมุมานะพยายามเรียนรู้บวกกับการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำให้วันนี้ คุณภูดิศ หาญสวัสดิ์ หรือ คุณเอก เจ้าของ “บ้านสวน สานฝัน” บ้านหนองไฮ ตำบลบ้านหัน อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรรม ในระยะเวลาไม่กี่ปี โดยมีรางวัลการันตีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ประธานยังสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) จังหวัดขอนแก่น ในฐานะต้นแบบเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ สืบสานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของกรมส่งเสริมการเกษตร และรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับภาค ประจำปี 2561 ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ เขายังทำงานจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมในหลายบทบาท อาทิ เป็นอาสาสมัครการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (อสปก.) เป็นครูบัญชีอาสา อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น และเป็นประธานกลุ่มข้าว 3D (อร่อยดี ปลอดภัยดี สุขภาพดี) ตำบลบ้านหัน อำเภอโนนศิลา และเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการเกษตรและการทำบัญชีครัวเรื
ทิพยสืบสาน รักษาต่อยอด นวัตกรรม ศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 24 นำพาครู อาจารย์ ที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศลงพื้นที่ ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมเป็นประธานเปิดงาน และร่วมลงมือทำกิจกรรมกับผู้ร่วมโครงการ นำโดย นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมทำกิจกรรมการดำนาแบบโบราณ และเก็บไข่เป็ดไข่นกกระทาจากเล้า มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบและดำเนินการ โดย นายนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) ให้การต้อนรับและร่วมบรรยายประสบการณ์ชีวิต ที่พลิกฟื้นจากความล้มเหลวสู่การเป็นเศรษฐีอย่างยั่งยืน กว่าจะประสบความสำเร็จมาเป็นนาเฮียใช้เช่นทุกวันนี้ ต้องมีความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม สร้างรากฐานของชีวิตให้แข็งแรง จากการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ “เดินทางตามรอยพ่อ คือศรัทธาของนาเฮียใช้ คนเราโจทย์ในการสร้างชีวิตไม่เหมือนก
ลุงเฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทำสวนส้มโออินทรีย์ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จากจุลินทรีย์เบญจคุณ มีการเลี้ยงไก่ เป็ด หมูหลุม การผลิตน้ำส้มควันไม้ และการผลิตน้ำหมักจากพืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น มาใช้ทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้น ยังได้ปรับสวนส้มโอ เป็นการปลูกไม้ยืนต้นแบบผสมผสาน มีความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ค้นพบเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแบบควบแน่น ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูง ทำได้ง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี ได้ขยายผลศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ด้านการเกษตร และเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเรียนรู้ศาสตร์พระร
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี ด้านบริการสังคมและชุมชนสัมพันธ์ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี สามารถคว้าทุนอุดหนุนโครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีงบประมาณ 2565 จากการน้อมนำเอาศาสตร์พระราชามาใช้พลิกฟื้น “ดินเสื่อม” แห่งบ้านสามัคคีธรรม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็น “ดินอุดมสมบูรณ์” บ้านสามัคคีธรรม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เป็นที่รู้จักกันดีในบรรดานักท่องเที่ยวผู้รักในความสวยงามตามธรรมชาติของพื้นที่ซึ่งได้รับขนานนามว่า “ปางอุ๋งไทรโยค” แต่น้อยคนที่จะทราบว่าพื้นที่แห่งนี้มีข้อจำกัดเรื่องการเพาะปลูก ด้วยเหตุพื้นที่มีความลาดชัน และเต็มไปด้วยชั้นหินปูนและขาดอินทรียวัตถุ จึงทำให้ทำการเกษตรไม่ได้ผลดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดกาญจนบุรี (Agritech and Innovation Center ; AIC) ได้นำทีมสหสาขาวิชาจากศูนย์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือช
โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 20” โดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ และมูลนิธิ ธรรมดี นำครูอาจารย์และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ผ่านการคัดเลือก ลงพื้นที่ทำกิจกรรม ในวันที 20-21 สิงหาคม 2565 ณ โครงการศูนย์ชัยพัฒนาการเกษตรสิรินธร จังหวัดพิจิตร โดยให้ความสำคัญกับ การตามรอยเจ้าหญิงนักพัฒนา ศึกษาวิถีการทำเกษตรกรรม การลงพื้นที่เพื่อ “ลงมือทำ” กิจกรรมในโครงการ อาทิ การปลูกพืชผัก การตัดต่อตอนกิ่งพืชผล การแปรรูปผลิตภัณฑ์โคนม การสร้างความเข้าใจในเรื่องการรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมด้วยพันธุ์พืช และดูแลสังคม ชุมชน และกิจกรรมมอบเป็ดไข่และปลานิลจิตรลดา ให้กับชาวบ้านตำบลเนินมะกอก จำนวน 200 ครอบครัว เป็นการเรียนรู้อย่างครบวงจรเพื่อการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างคน” เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยการ “ระเบิดจากข้างใน” เป็นหัวใจสำคัญที่สุด นา
เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานต่อความสำเร็จ “โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา” ด้วยการนำ “ศาสตร์พระราชา” พัฒนาสู่ “สงขลาโมเดล” เพื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ส่งเสริมการออม ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เกิดจากดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจน เนื่องจากตำบลปากรอ มีสภาพพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลา เกษตรกรประกอบอาชีพประมง มีพื้นที่ทำนาบางส่วน และอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่ยากจนที่สุดในจังหวัด จึง
