ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)
กรมวิชาการเกษตร พัฒนาแบคทีเรียผลิตเป็นสารชีวภัณฑ์ Bs กำจัดโรคกุ้งแห้งพริกสำเร็จ ชี้เป็นโรคร้ายทำผลผลิตเสียหายกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ พบระบาดพริกแทบทุกชนิดและทุกพื้นที่ปลูก สร้างความสูญเสียกว่า 100 ล้านบาท/ปีขยายผลการทดลองสู่แปลงเกษตรกรพบลดการระบาดของโรค พร้อมให้ผลผลิตและรายได้เพิ่ม ไม่มีปัญหาสารตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า โรคแอนแทรคโนสหรือโรคกุ้งแห้งพริก เป็นโรคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ที่ทำความเสียหายให้แก่พริกเกือบทุกชนิดและในแหล่งปลูกพริกทุกพื้นที่ หากมีการระบาดของโรครุนแรงจะทำให้ผลผลิตพริกลดลงมากกว่า 50% ความเสียหายไม่น้อยกว่า 15,000 บาท/ไร่ ทำความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท / ปี เกษตรกรจึงมีการใช้สารเคมีในปริมาณสูง ก่อให้เกิดผลเสียโดยตรงต่อผู้ใช้และผู้บริโภค เกิดสารตกค้างในผลผลิต และการปนเปื้อนของสารเคมีในสภาพแวดล้อม ส่งผลถึงการกีดกันทางการค้า รวมทั้งทำให้เกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก การควบคุมโรคพืชโดยใช้สารชีวภัณฑ์ที่ผลิตจากจุลินทรีย์ เป็นทางเลือกหนึ่งของเก
เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พุทธศักราช 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำ “โครงการรวมพลังสร้างมูลค่าจากไร่นาสู่สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสสำคัญนี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ในไร่นาและชุมชน ลดการเผาวัสดุเหลือใช้ และส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นปัจจัยการผลิตและพลังงานชีวมวล ซึ่งจากสถานการณ์ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาวิกฤตหมอกควันปกคลุม และเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ การเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งการเผาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง กล่าวคือ การเผาในพื้นที่กา
ผู้คนส่วนใหญ่ รู้จัก “จังหวัดสงขลา” ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางการค้าสำคัญของภาคใต้ ความจริงจังหวัดสงขลาเป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร มีพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน นาข้าว พืชผักผลไม้และสินค้าประมง สร้างอาชีพและทำรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรจำนวนมากมาอย่างยาวนาน หากใครอยากรู้ทิศทางสินค้าเกษตรของจังหวัดสงขลาปรับตัวไปในทิศทางไหน ต้องลองฟังคำตอบจากบทสัมภาษณ์ของ “คุณประสงค์ พีรธรากุล” เกษตรจังหวัดสงขลา ได้ในฉบับนี้ ภาพรวม “การเกษตร” จังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ทั้งหมด 4.6 ล้านไร่ มีเกษตรกรกว่า 139,000 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตร 2.6 ล้านไร่ พืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ สวนยางพารา 1.97 ล้านไร่ เกษตรกร 87,525 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกข้าว 210,104 ไร่ เกษตรกร 20,000 ครัวเรือน สวนปาล์มน้ำมัน 66,503 ไร่ เกษตรกร 6,253 ครัวเรือน ไม้ผลไม้ยืนต้น 206,138 ไร่ พืชผัก 26,540 ไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และศูนย์เครือข่าย เป็นแหล่งให้บริการทางการเกษตรและแหล่งถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในพ
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไยเพื่อให้ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ โดยใช้ปุ๋ยหมักจากเศษกิ่งไม้และใบลำไยหลังการตัดแต่ง เป็นการลดต้นทุนที่เห็นผล เกษตรกรสามารถทำได้เหมือนกับ คุณดำรงค์ จินะกาศ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทากาศเหนือ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และเกษตรกรต้นแบบเจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ (ศพก.) การผลิตลำไยคุณภาพ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน รวมทั้งเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต ปี 2558 คุณดำรงค์กล่าวว่า การทำปุ๋ยหมักใต้ต้นลำไยจากกิ่งและใบลำไยนี้ ไม่ต้องลงทุนสูงและประหยัดแรงงาน ไม่ต้องขนย้าย อีกทั้งประหยัดการให้น้ำ ประมาณร้อยละ 50 ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลง ประมาณร้อยละ 30 เก็บความชุ่มชื้นไว้ในดินได้นาน รวมทั้งลดปัญหาหมอกควันจากการเผากิ่งและใบลำไย เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ได้ดี โดยสังเกตได้จากมีไส้เดือนดินเพิ่มปริมาณมากขึ้น ดินร่วนซุย รากฝอยแตกใหม่มาก สามารถดูดกินธาตุอาหารได้ดี ทำให้ต้นลำไยสมบูรณ์แข็งแรง ในกรณีที่เกษตรกรจะทำลำไยนอกฤดู การราดสารจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด วิธีการทำปุ๋ยหมักใต้ต้นลำไย หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย ให้เกษ
ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง เป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการผลิตลำไยนอกฤดู ทำให้สามารถกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดได้ทั้งปี และขายผลผลิตได้ราคาที่ดี ศพก. ตำบลน้ำดิบ ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเรียนรู้เคล็ดลับการทำสวนลำไยนอกฤดู ของ “คุณมงคล หมื่นอภัย” เจ้าของสวนลำไยปิยะมงคล โทร. 089-851-4730, 085-870-3882 และ 053-529-111 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตลำไยนอกฤดูแปลงใหญ่ตำบลน้ำดิบ คุณมงคล สะสมประสบการณ์การทำสวนลำไยมานานกว่า 20 ปี และทำธุรกิจลำไยแบบครบวงจร ปัจจุบัน คุณมงคลได้ร่วมมือกับสำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน เปิดสวนลำไยปิยะมงคล ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลน้ำดิบ (ศพก. ตำบลน้ำดิบ) เพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากปัญหาของชุมชน และสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ ศพก. ต
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเที่ยวงานเกษตรสร้างชาติ ในวาระครบรอบ 50 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร วันนี้ ( 2 กันยายน 2561) เป็นวันสุดท้าย เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ สร้างสินค้าดี เกษตรกรมีรายได้ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การสร้างอนาคตประเทศไทย เราจำเป็นต้องสร้างรากฐานที่แข็งแรงของภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ จนถึงวันนี้ทุกอย่าง ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติมากขึ้น มี Start up ภาคการเกษตร มี Young Smart Farmer ที่เปรียบเสมือนเป็นอนาคตที่สำคัญในภาคการเกษตร มีสินค้าเกษตรส่งออกมากขึ้น ประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมุ่งเสริมสร้างให้เกิดรากฐานที่ดี เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคการเกษตรเปรียบเสมือนรากฐานที่สำคัญของประเทศ ถ้ารากต้นไม้แข็งแรง ต้นไม้จะเติบโตแผ่กิ่งก้านใบออกดอกติดผลได้ แต่ภาคการเกษตรจะเข้มแข็งไม่ได้ หากไม่มีกระบวนการสร้างและพัฒนาเกษตรกรให้พึ่งพาตนเอง ปัจจุบันเรามีกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง ได้แก่ Smart Farmer 1,056,026 ราย มีเกษตรก
“ธำรงศักดิ์ ชุมนุมมณี” หรือ “โอ๊ค” หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เขาสำนึกรักบ้านเกิด ได้พลิกผันชีวิตตัวเองมาช่วยคุณพ่อ “จรัส ชุมนุมมณี” ทำสวนทุเรียน 12 ไร่ ที่บ้านเกิดในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา โอ๊คช่วยครอบครัวดูแลสวนทุเรียนด้วยความตั้งใจ เขาดูแลตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย บำรุงต้นทุเรียนให้สมบูรณ์ ตัดทุเรียนที่มีความสุก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ออกขายเพื่อให้ผู้ซื้อได้บริโภคทุเรียนคุณภาพดี เปลือกบาง เนื้อเยอะ เม็ดลีบ และรสชาติหวานมัน ซึ่งเป็นสเปคที่ตลาดต้องการ ทุเรียนตกเกรด ถูกคัดออกเพื่อนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะทุเรียนกวน ทุเรียนเชื่อม ทุเรียนทอด โอ๊คนำความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างช่องทางการขายทุเรียนสุกและทุเรียนแปรรูปผ่านระบบออนไลน์ (เฟซบุ๊ค) ทำให้สินค้าจากสวนของเขาขายดีเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วประเทศ โกยรายได้นับล้านบาท โอ๊คต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านเกษตร จึงได้สมัครเข้าร่วมกลุ่ม Young Smart Farmer อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เขาเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในท้องถิ่นจัดตั้งกลุ่มแปรรูปผลผลิตทุเรียน เพื่อยกระดับสินค้า และพัฒ
การเชื่อมโยงการดำเนินงานเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับเขต ปี 2561 เป็นแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพการผลิตภาคเกษตร มีกิจกรรมการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายฯ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรม เกิดการเชื่อมโยงการทำงานเครือข่ายด้านการผลิต การตลาด และพัฒนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ด้านต่างๆ ในระดับเขต นายธาร นวลนึก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การดำเนินงานเชื่อมโยงเครือข่ายแปลงใหญ่ และ ศพก. ของ สสก.8 ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ระดับเขต แบบสัญจร จำนวน 6 ครั้ง ครั้งละ 2 วัน มีผู้เข้าร่วมประชุมรวม ประกอบด้วย คณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และเครือข่าย ศพก. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแปลงใหญ่และ ศพก. ระดับจังหวัด ไปแล้ว จำนวน 3 ครั้ง ณ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 8 จังหวัด สุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง และจังหวัดภูเก็ต และครั้งที่ 4 กำหนดจัดประชุม ในวันที่ 11-12 มิถุนายน 2561 ณ ศพก. อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ผลการดำเนินงานจากการขับเ
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) จังหวัดศรีสะเกษ ปี 2561 พร้อมด้วย นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมงาน ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สร้างกลไกการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ สู่เกษตรกรผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ศพก.” โดยหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ร่วมกันนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีการปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสินค้าหลัก และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ เพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกร ให้เกิดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการประกอบอาชีพ โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ระดับ คือ การทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงข้อมูลที่ต้องการเผยแพร่ และการทำให้กลุ่มเป้าหมาย นำข้อมูลไปใช้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติก
กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งขับเคลื่อน ศพก.ประชุมเครือข่ายระดับประเทศ ชี้แจงระเบียบบริหาร ศพก. เพื่อการดำเนินงานอย่างมั่นคง พร้อมเสริมทัพด้วยโครงการ 9101 กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยใช้ ศพก.เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ศพก.ได้ดำเนินงานมาอย่างเป็นระบบและมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ไปสู่การเติบโตในภาคเกษตรอย่างเห็นได้ชัด จากจีดีพีภาคเกษตรที่เคยติดลบก็กลับมาเป็นบวก ตรงนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้มีความยั่งยืนได้ต่อไป สำหรับการประชุมเครือข่าย ศพก.ระดับประเทศในครั้งนี้เป็นการจัดประชุมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยมีตัวแทนของแต่ละเขตทั้ง 9 เขต เข้าร่วมประชุม พร้อมกับชี้แจงผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อนำความก้าวหน้าและปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นมาตกผลึกและหาแนวทางการแก้ไขร่วมกัน รวมถึงแนวทางการพัฒนา ศพก.ในก้าวต่อ
