ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)
ยุคนี้ ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี ที่ใครๆ ก็อยากปลูก แต่การปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครอยากเรียนรู้เทคนิคการปลูกดูแลทุเรียนแบบมืออาชีพ ที่ได้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ขอแนะนำให้แวะไปเรียนรู้กันที่ “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตร (ศพก.) เขาคิชฌกูฏ” ของ คุณเปี๊ยก หรือ คุณกิติภูมิ พรเจีย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 90/5 หมู่ที่ 5 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม “ศพก. เขาคิชฌกูฏ” จะได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตผลไม้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่ดำเนินงาน 6 ไร่ ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ เทคโนโลยีการผลิต 4.0 (เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศ) และการจัดการสิ่งแวดล้อม (การคัดแยกขยะการเกษตร) เรียกว่า มาสวนคุณลูกหมูแห่งเดียว มีโอกาสเรียนรู้ปลูกดูแลไม้ผลหลากหลายชนิด ทั้ง มังคุด ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับและเทคนิคบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย สถานีวัดสภาพอากาศอัต
นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 จังหวัดชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินงานของเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดลพบุรี ซึ่งนับเป็นตัวอย่างของ ศกอ. ที่ประสบความสำเร็จ คือ นายวินัย พรมสุภาพ เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดลพบุรี ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี และเป็นประธานกลุ่มปลูกพืชผักบ้านคลองกลุ่ม ได้รับรางวัลเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ดีเด่น ประจำปี 2566 นับเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตผักปลอดภัยมาตรฐาน GAP ส่งออกตลาดต่างประเทศ มุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้บริโภค จากการติดตามของ สศท.7 โดยสัมภาษณ์ นายวินัย พรมสุภาพ บอกเล่าว่า เกษตรกรแถบนี้มีรายได้จากการปลูกพืชไร่เพียงอย่างเดียว แต่ในปี 2554 ตนเองได้รวบรวมเกษตรกรมาปลูกผักหมุนเวียนเพื่อสร้างรายได้เสริมในระหว่างรอเก็บเกี่ยวพืชไร่ โดยมีเกษตรกรสมาชิก จำนวน 75 ราย เนื้อที่เพาะปลูก 1,500 ไร่ โดยผลิตผักปลอดภัยมาตรฐาน GAP จนประสบความสำเร็จ ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP และส่งออกไปขายยังประเทศอังกฤษและ
จังหวัดตรัง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยเกษตรกรมีการปลูกยางพาราเป็นพืชหลัก รองลงมาคือการปลูกปาล์มน้ำมัน ไม้ผล พืชผัก และพืชอื่นๆ แต่เกษตรกรมักประสบปัญหาความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรหรือราคาตกต่ำในช่วงเวลาที่สินค้าเกษตรทยอยออกสู่ตลาดปริมาณมาก อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตสูง จากปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมีที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ไม่มั่นคง นอกจากนี้ การที่เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวเป็นเวลานานอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดินถูกทำลาย ดินเสื่อมสภาพ กลายเป็นดินที่แข็งแน่นทึบ การระบายถ่ายเทอากาศและนํ้าลดลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของรากพืช การดูดกินน้ำ และธาตุอาหารจากดิน ถึงแม้จะมีธาตุอาหารอยู่ในดินเป็นจํานวนมาก รากพืชก็ดูดกินได้ไม่เต็มที่ เกิดการสูญเสียธาตุอาหารจากปุ๋ยที่ใส่ไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ โดยทั่วไปเกษตรกรไม่ทราบ จึงไม่ได้ให้ความสําคัญเต็มที่ในการปรับปรุงสภาพทางกายภาพและทางเคมีของดินร่วมไปกับการใช้ปุ๋ยเคมี จึงทําให้ผลที่ได้จากการใช้ปุ๋ยเคมีไม่ได้ผลเต็มที่อย่างที่เคยได้รับอีกต่อไป เสมือนว่าเมื่อใช้ปุ๋ยเคมีติดต่อกันนานปีเข้า ผลผลิตที่เพิ
คุณโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการคัดเลือก “เกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ” เป็นประจำทุกปี เพื่อค้นหาเกษตรกรที่มีผลงานทางการเกษตรดีเด่นและได้นำ “บัญชี” มาปรับเปลี่ยนชีวิตตนเองและชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจยกย่องเชิดชูประกาศเกียรติคุณของเกษตรกรดีเด่น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ ประจำปี 2564 ได้แก่ คุณสำรวย บางสร้อย เกษตรกรจากจังหวัดร้อยเอ็ด อายุ 53 ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 12 บ้านสวนปอ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด อาชีพทำไร่นาสวนผสม โดยประสบความสำเร็จจากการจดบันทึกบัญชีอย่างต่อเนื่องและนำข้อมูลทางบัญชี มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ จนสามารถสร้างรายได้และลดต้นทุน รวมถึงสามารถชดใช้หนี้สินให้น้อยลงและมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายคนทำบัญชีและการเกษตรในชุมชน เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการจดบันทึกบัญชีและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรในชุมชนนำไปปฏิบัต
เกษตรกรเครือข่าย ศพก. และแปลงใหญ่ได้เฮ กรมส่งเสริมการเกษตร คัดเลือกเรียบร้อย คณะกรรมการเครือข่าย ศพก. และแปลงใหญ่ ระดับประเทศ สมัยที่ 4 ศพก. สายชล จันทร์วิไร นั่งเป็นประธาน ส่วนประธานแปลงใหญ่ สมเกียรติ ทองพันธ์ ลั่นผนึกกำลังพัฒนาภาคเกษตรตามพันธกิจทั้งพึ่งพาตนเอง ศูนย์กลางบูรณาการ คิดค้นนวัตกรรม และสร้างทายาทเกษตรกร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้คัดเลือกคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ ระดับประเทศ สมัยที่ 4 โดยคณะกรรมการเครือข่าย ศพก. ประกอบด้วย นายสายชล จันทร์วิไร ประธานกรรมการฯ นายปัญญา แก้วทอง รองประธานฯ นายสุมาตร อินทรมณี รองประธานฯ นายประทิน อ่อนน้อย รองประธานฯ นายอธิภัทร ศรีวิเศษ รองประธานฯ นายสมชาติ วรรณคำ รองประธานฯ นายประมาณ สว่างญาติ เหรัญญิก นายเชิดชัย จิณะแสน เลขานุการฯ และนายสุชาติ เสน่หา ผู้ช่วยเลขานุการฯ ส่วนคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ ระดับประเทศ ประกอบด้วย นายสมเกียรติ ทองพันธ์ ประธานกรรมการฯ นายวุฒิไกร ไทยประยูร รองประธานฯ นายเกียรติศักดิ์ ก
ระยะนี้ เป็นช่วงฤดูของผลไม้อันเลื่องชื่อของภาคตะวันออก ทั้ง ทุเรียน มังคุด ลองกอง มีให้ชมและชิมกันอย่างจุใจ ในฉบับนี้ขออาสาพาไปชม “สวนคุณลูกหมู” ของ “คุณกิติภูมิ พรเจีย” เกษตรกรคนเก่ง ที่ปลูกไม้ผลนานาชนิดที่มีคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม มาตรฐานส่งออก ฟันกำไรได้ก้อนโต แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าชาวบ้าน หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับเทคนิคการบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย สวนคุณลูกหมู เดิมที สวนแห่งนี้ปลูกเงาะมาก่อน แต่เจอปัญหาผลผลิตล้นตลาด ขายเงาะกิโลกรัมละไม่ถึง 10 บาท คุณกิติภูมิ พรเจีย จึงตัดสินใจตัดต้นเงาะทิ้ง และหันมาปลูกทุเรียนหมอนทอง 600 ต้น ผสมผสานกับต้นมังคุดจนเต็มพื้นที่ 34 ไร่ คุณกิติภูมิ เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ใส่ใจนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาพัฒนาระบบการผลิต การตลาด การจัดการผลผลิต และส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อร่วมกันผสมปุ๋ยใช้เอง เพื่อลดต้นทุนการผลิตในปี 2540-2545 ตั้งกลุ่มปรับปรุงคุณภาพ มังคุด-ทุเรียน เพื่อการส่งออก เพื่อรวบรวมผลผลิตส่งขายตรงกับตลาดปลายทางเพื่อลดปัญหาพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้กลุ่มผลิตไม้ผลคุณภาพตำบลชากไทยเกี่ยวกับการผล
สสก.3 จ.ระยอง ปรับกลยุทธ์เสริมสร้างระบบงานส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ใช้ระบบออนไลน์ Zoom Meeting เชื่อมโยงองค์ความรู้ AIC สู่ ศพก. เปิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อการผลิตที่ดีมีคุณภาพไม่สะดุด นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับเขต (RW) ครั้งที่ 2/2564 ในระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมาผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นโครงการนำร่อง การเชื่อมโยงองค์ความรู้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จังหวัดชลบุรี พร้อมนำเสนอกิจกรรมเด่นและถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันในประเด็น Challenge ของแต่ละจังหวัดที่ได้นำไปขับเคลื่อนการทำงาน นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานโครงการต่างๆ และการบรรยายความรู้เรื่องการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) โดย อาจารย์อนุภาพ พันชำนาญ ซึ่งเป็นการต่อยอดความคิดออกแบบผลิตภัณฑ์และบริ
ต.บ้านดอน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ชูจุดแข็งประความสำเร็จการทำเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ตามนโยบายของรัฐบาล จากการที่เกษตรกรสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่เข้าด้วยกันอย่างอย่างเข้มแข็ง ส่งผลให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรในทิศทางที่สามารถพึ่งพาตนเองได้มากยิ่งขึ้น จากการวางแผนการผลิต การใช้องค์ความรู้ที่เหมาะสม การนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ด้วยกันอย่างลงตัว นายสืบพงษ์ ออเพชร ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.บ้านดอน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า พื้นที่ ต.บ้านดอน อ.อู่ท่อง จ.สุพรรณบุรี ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีคลองส่งน้ำชลประทานตัดผ่าน จึงทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพการทำนาเป็นหลัก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมสำหรับปลูกข้าวเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องประสบกับภาวะต้นทุนการผลิตข้าวที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาข้าวตกต่ำ ดินเสื่อมโทรม ส่งผลให้การอาชีพการปลูกข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ค่อนข้างไม่มั่นคง จนกระทั่งในปี 2559 รัฐบาลมีนโยบายการทำเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ พร้อมกับมีการส่งเสริมให้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มปร
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู “สำรวย บางสร้อย” เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ ประจำปี 2564 ยกย่องเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการนำ“บัญชี”เป็นวัคซีนแก้ความจนลดต้นทุนลดรายจ่าย ลดหนี้สิน เพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพและสามารถนำความรู้ด้านบัญชีมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนในชุมชนให้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการคัดเลือก“เกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ” เป็นประจำทุกปีเพื่อค้นหาเกษตรกรที่มีผลงานทางการเกษตรดีเด่นและได้นำ“บัญชี” มาปรับเปลี่ยนชีวิตตนเองและชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนในการนำองค์ความรู้จากการบันทึกบัญชีมาใช้ลดรายจ่าย ลดหนี้สิน เพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพ ตลอดจนน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวปฏิบัติในครอบครัว ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจยกย่องเชิดชูประกาศเกียรติคุณของเกษตรกรดีเด่นให้ปรากฏและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานของบุคคลอื่น
คุณสุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จังหวัดสุโขทัย เลือกทำอาชีพเกษตรกรรม ตามรอยพ่อ แม่และญาติพี่น้องส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประกอบกับเขามีใจรัก อยากปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเอง แบ่งปันให้เพื่อนบ้าน เหลือก็แบ่งจำหน่าย คุณสุทินได้ศึกษากิจกรรมไร่นาสวนผสมด้วยตนเอง โดยในระยะแรกทำในพื้นที่ของครอบครัวเป็นหลัก หลังจากแต่งงาน คุณสุทินได้ลงมือทำเกษตรผสมผสานของตนเองอย่างเต็มที่ โดยนำความรู้จากการศึกษาด้วยตนเองและศึกษาดูงานสวนเกษตรที่ประสบผลสำเร็จเป็นต้นแบบ นำมาปรับใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง คุณสุทินเน้นการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกกิจกรรมมีการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ดี คุณสุทินได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในชีวิต เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน ด้วยการ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” เพื่อลดความเสี่ยงและอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ตื่นมาไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายนอกบ้าน แต่กลับกันทำให้เขามีรายได้ทุกวันจากผลผลิตที่ปลูกและเลี้ยงไว้ ทั้งผักสดปลอดสารพิษ กบ ปลา ไข่ไก่ ชาวบ้านสามารถมาเดินเก็บ หรือจับขึ้นมาชั่งกิ
