สงขลา
ที่จ.สงขลา มีขนมโบราณชนิดหนึ่ง ที่ใช่ว่าจะหารับประทานได้ง่ายๆ และขนมเช่นนี้ก็สืบทอดกันในครอบครัวมาตั้งแต่บรรพบุรุษมาปัจจุบันนี้ก็เป็นรุ่นที่ 9 แล้ว ขนมที่ว่านี้คือ ขนมบอก ซึ่งคุณกัลญา อินเจริญ ทายาทรุ่นที่ 9 เล่าความเป็นมาให้ฟังว่า ขนมชนิดนี้มีมาก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 วัตถุดิบที่นำมาประกอบเป็นขนมบอก มาจากของที่มีอยู่บริเวณบ้าน ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าว ข้าวเหนียว น้ำตาลโตนด เป็นขนมที่ทำกันในครอบครัว จวบจนปัจจุบันที่นำมาสู่รายได้ ให้กับครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ คุณกัลญา เผยว่า สูตรขนมบอก ได้มาจากแม่ของตนเอง เพราะช่วยแม่ทำตั้งแต่อยู่ชั้นประถมปีที่ 3 จนปัจจุบันนี้อายุกว่า 40 ปีแล้ว มีความคลุกคลีกับขนมบอกมาตลอด เพราะแม่ทำขาย แต่ปัจจุบันมาทำขายเอง แต่ยังใช้สูตรดั้งเดิมของแม่ไม่เปลี่ยน โดยใช้แป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม น้ำผึ้งเหลว 1 ลิตร ผสมกันนวดแล้วหมักทิ้งไว้ 1 คืน สูตรนี้สามารถทำขนมได้ 200 ชิ้น แต่เป็นสมัยโบราณจะใช้ข้าวเจ้าและข้าวเหนียว มาแช่ค้างคืน ก่อนทีจะโม่ ปัจจุบันรวดเร็วขึ้น ใช้แป้งข้าวเจ้าที่มีขายตามท้องตลาด คนโม่แป้งคนรุ่นเก่าล้มตายกันหมด จึงต้องหันมาใช้แป้งสำเร็จรู
นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า อบจ. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน สมาคมส่งเสริมผู้ค้ารายย่อยไทย จัดกิจกรรม “ส่งเสริมตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจตลาดโคกไร่” อ.เมือง จ.สงขลา และร่วมกันบริหารจัดการและขับเคลื่อนให้ตลาดโคกไร่ เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและมีความคุ้มค่ามากที่สุด นายนิพนธ์ กล่าวว่า ตลาดประชารัฐโคกไร่ เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ ม. 8 ต.พะวง อ.เมืองสงขลา ใช้งบประมาณปี 2560 ประมาณ 20 ล้านบาท ปรับปรุงตลาด เพื่อให้มีความพร้อมอยู่ในสภาพที่มีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ของพ่อค้าแม่ค้า เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ประมง อาหารท้องถิ่นสินค้าแปรรูปและผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ส่งเสริมการประกอบอาชีพ และสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรชาวประมงผู้ผลิตสินค้าชุมชน และประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรม ทางด้าน นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างโอกาสให้ทุกคนในสังคมเข้าถึงทรัพยากรแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมตลาดประชารัฐ ตลาดชุมชน เพื่อให้เกษตรกรผู้มีราย
วันที่ 14 มีนาคม รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาแจ้งว่า การดำเนินการโครงการเติมทรายให้ชายหาด หาดชลาทัศน์และหาดสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นโครงการของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม มูลค่าโครงการ 269 ล้านบาท ระยะทางชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร เป็นโครงการเติมทรายให้ชายหาดโครงการแรกของประเทศ ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง หลังจากต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวในช่วงฤดูมรสุม ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดผู้รับเหมาโครงการได้จัดเตรียมนำอุปกรณ์ เครื่องจักร เข้ามาประจำการ เพื่อเตรียมดำเนินการโครงการอีกครั้ง แต่ต้องประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเทศบาลนครสงขลาได้ปักธงแดงเตือนภัยบริเวณชายหาด ห้ามลงเล่นน้ำทะเลอย่างเด็ดขาด ในขณะที่โครงการต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง โดยต้องถอนเครื่องจักรออกไปชั่วคราว และต้องรอให้คลื่นลมสงบลง จึงจะสามารถดำเนินการเติมทรายให้ชายหาดได้อีกครั้ง โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เครือข่ายภาคประชาชนมีความกังวลว่า การดำเนินการโครงการนี้อาจจะไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่วางเอาไว้ คือเดือนมิถุนายนปีนี้ นายสัญญา วัชรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาความคิดเพื่อชีวิตและสังคม กล่าว
รื้อใหญ่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เปลี่ยนรูปแบบ ไม่เน้นทำแค่เป็นนิคม พร้อมโฟกัสรูปแบบแต่ละพื้นที่ชัดเจน ตามความต้องการของพื้นที่ ด้าน กนอ.ระบุ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษฯล่าช้า คาดประกาศใช้ได้ ปี’61 นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะอนุกรรมการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ที่มีนายอุตตม สาวนายนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสากหกรรมเป็นประธาน อยู่ในระหว่างจัดทำแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์สำหรับพื้นที่เป้าหมาย 10 จังหวัดใหม่ทั้งหมดใน 2 ประเด็นหลักคือ ไม่จำกัดวงเฉพาะเพื่อดำเนินการเป็นนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น และให้คำนึงถึงความต้องการและประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับ โดยในประเด็นแรกนั้นได้กำหนดเป้าหมายของแต่ละพื้นที่ไว้เบื้องต้นคือ 1. เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก ให้จัดตั้งเป็นศูนย์โลจิสติกส์ 2. เขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา จังหวัดสงขลา จัดตั้งเป็นศูนย์กระจายสินค้า 3. เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ให้จัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม และ 4. เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดตราด ให้จัดตั้งเป็นเมืองใหม่เพื่อการท่องเที่ยว ส่
สงขลา – นางสาววไลรัตน์ ตันติเศรณี รองนายกเทศมนตรีนครสงขลากล่าวว่า สมิหลาเป็นหนึ่งใน 22 แห่ง ที่ห้ามนักท่องเที่ยวสูบบุหรี่ ทางเทศบาลนครสงขลาจะจัดสถานที่สูบบุหรี่ไว้บริการ เพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินสูบบุหรี่บริเวณชายหาดและทิ้งก้นบุหรี่เอาไว้ และมีเจ้าหน้าที่ออกตรวจชายหาด ระยะแรกนักท่องเที่ยวบางส่วนอาจจะไม่ทราบว่าการจัดระเบียบสูบบุหรี่บนชายหาดต้องประชุมร่วมกับสมาคมโรงแรม สมาคมมัคคุเทศก์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วถึงก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมาย ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จากการสุ่มตรวจก้นบุหรี่ของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พบว่าหาดสมิหลามีก้นบุหรี่มากที่สุดทั้ง 22 แห่ง คาดว่ามาจากชายหาดสมิหลามีความยาวและมีนักท่องเที่ยวทั้งชายต่างชาติและชาวไทยมาใช้บริการมาก ก่อให้เกิดขยะและสารเคมีที่เป็นพิษ ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
ต้องยอมรับว่าที่ผ่านรายได้จากภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลานั้นส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ที่ “หาดใหญ่” เป็นหลัก โดยจากสถิติของสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา พบว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา “สงขลา” มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 52,928.67 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.38% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนทั้งหมดรวม 6.684 ล้านคน ทั้งนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลานั้น อันดับ 1 ยังคงเป็น มาเลเซีย รองลงมาคือ สิงคโปร์ และกลุ่มคนไทยเที่ยวไทย จากปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ทำให้สงขลาหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้ทั่วถึงทั้งจังหวัด รวมทั้งเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เข้าไปเยือนจังหวัดสงขลาเพิ่มมากขึ้น โดยได้เริ่มด้วยการปลุกกระแสการท่องเที่ยวของจังหวัดภายใต้ธีมหลัก “สงขลามหาสนุก” เมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา “ทรงพล สวาสดิ์ธรรม” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดสงขลายังคงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้ธีมหลัก “สงขลามหาสนุก สุขทั้งปีที่สงขลา” ต่อเนื่องตลอดปีนี้ โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนา
แม้จะเป็นโรงเรียนในสังกัดกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภายใต้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน แต่ก็สร้างสถิติของการสอนได้อย่างมีคุณภาพ เทียบเท่าและไม่แตกต่างจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในระดับโรงเรียนสังกัดเดียวกัน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งสบายใจ หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จัดว่าเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพด้านวิชาการอันดับต้นของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาทั้งหมด 4 โรง บุคลากรครู 6 คน เด็กนักเรียน 135 คน มีการเรียนการสอนในระดับอนุบาล และประถมศึกษา ร.ต.ท. ประพันธ์ รัตนอุดม ครูใหญ่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งสบายใจ เล่าให้ฟังว่า โรงเรียนมีเด็กนักเรียนจากหมู่บ้าน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 6 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 8 รัศมีการเดินทางจากบ้านมาโรงเรียน ในระยะ 5-6 กิโลเมตร ในทุกวันเด็กนักเรียนจะมาถึงโรงเรียนก่อนเวลา 07.00 น. เพื่อรับประทานอาหารเช้าร่วมกันในเวลา 07.00 น. โดยโรงเรียนจัดหาไว้ให้ รวมถึงมื้อกลางวันที่โรงเรียนก็จัดหาไว้ให้นักเรียนด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะได้รับงบประมาณสำหรับอาหารกลางวันจากภาครัฐ แต่โรงเรียนเห
