สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
(27 มิถุนายน 2562/ วว.เทคโนธานี) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ยุทธพงศ์ พุทธรักษา ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่วมกันพัฒนาความรู้/งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า การลงนามระหว่าง วว. และ มน. ในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งห้องปฏิบัติการในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นบูรณาการการทำงานและลดข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังคน ภายใต้กรอบแนวทางของความเข้าใจร่วมกัน จึงเกิดเป็นความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาของ วว. กับ มน. ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพและการพัฒนางานบริการอุตสาหกรรม และร่วมกันสนับสนุนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยหรือผลิตภัณฑ์จากงานว
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ซีพี ออลล์ ลงนามความร่วมมือ การวิจัยและพัฒนาการเตรียมสารสกัดจากส่วนคัดทิ้งของกะเพรา (ดอก กิ่ง ก้าน และลำต้น) จากโรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทานและการศึกษาฤทธิ์ลดไขมัน ปกป้องเซลล์ตับ ฆ่าเซลล์มะเร็ง สานต่อปณิธานอันมุ่งมั่นของซีพี ออลล์ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ที่จะร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงนโยบายขององค์กรและวัตถุประสงค์ความร่วมมือว่า วว. มุ่งดำเนินงานด้านวิจัย พัฒนา วิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมนวัตกรรม และขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อนำไปใช้ในการสนับสนุน ส่งเสริม และร่วมดำเนินการ กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเชิงบูรณาการ ตลอดจนมีการพัฒนาเครือข่ายในการพัฒนางานวิท
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศีกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เซรั่มจากสารสกัด ถั่วมะแฮะ “Helios face serum” ผลงานวิจัยพัฒนาของ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการประกวด AGRI PLUS AWARD 2019 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากสินค้าเกษตรที่ไม่ใช่อาหารที่วางจำหน่ายแล้ว ซึ่งจัดโดยสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตร นวัตกรรม กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ วว. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เซรั่มจากสารสกัดถั่วมะแฮะ “Helios face serum” ให้กับบริษัท ซุปเปอร์เซโย จำกัด เพื่อการผลิตจำหน่ายสู่เชิงพาณิชย์ นับเป็นความสำเร็จของ วว. ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เข้าไปเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จ ((partner for your success) ให้กับผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เซรั่มจากสารสกัดถั่วมะแฮะ เป็นผลสำเร็จของ วว. ในการวิจัยสกัดสารเพปไทด์จากถั่ว มะแฮะ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยสารสกัดที่ได้มีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในเซลล์ h
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญร่วมงาน Green Service by TISTR ฟรี!!! ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.00-19.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ชั้น 1 โซน A ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การเสวนา ในหัวข้อ “Green Service for Global Business จากผู้เชี่ยวชาญธุรกิจสีเขียว ระดับประเทศ ได้แก่ ดร. ศีลพงศ์ ใบเงิน Division manager R&D Bio-based products บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (มหาชน) คุณสวัสดิ์ แก้วขุนม้า ผู้จัดการโรงงาน บริษัท มีดี สตรอว์ จำกัด ดร. ฉัตรตรี ภูรัต ผู้จัดการโครงการฉลากเขียว สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ดร. อัญชนา พัฒนสุพงษ์ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการทดสอบการสลายตัวทางชีวภาพของวัสดุ ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ (ศพว.) วว. คุณเอก เอื้อตระการวิวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการกองประเมินและรับรองผลิตภัณฑ์ สำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.) วว. นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด Green Service เช่น การทดสอบ (Testing) ฉลากเขียว (Green Lebel) บรรจุภัณฑ์สีเขียว (Packaging) การรับรองผลิตภัณฑ์ส
(10 เมษายน 2562) นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เป็นประธานเปิดงานจุดบริการพักรถช่วงสงกรานต์ Flora Tale @ วว.ลำตะคอง ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2562 บริการจุดพักรถ 24 ชั่วโมง เชิญชวนช็อปผลิตภัณฑ์งานวิจัย วว.เพื่อทดลองตลาด บริการนวดฟรี บริการสุขาเพื่อประชาชน จำหน่ายอาหาร สินค้าโอท็อปกว่า 30 ร้าน พร้อมจุดเช็คอินถ่ายภาพทุ่งปอเทือง…ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ โอกาสนี้ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานในจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเป็นเกียรติ ณ สถานีวิจัยลำตะคอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ชี้แจงว่า ปัจจุบันบทบาทของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยุคใหม่ มุ่งเน้นสร้างผลงาน และทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน นอกจากนี้ กระทรวงวิทยา
มังคุด หนึ่งในราชินีผลไม้ที่ขึ้นชื่อของไทย เป็นทั้งผลไม้และพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การบริโภคมังคุด มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง “กากใยจากเนื้อมังคุด” ช่วยในการขับถ่ายและให้วิตามิน เกลือแร่มากมาย ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ประโยชน์ของมังคุดมิได้มีอยู่แค่เนื้อในของมังคุดที่เราใช้เป็นอาหารเท่านั้น เมื่อได้ลิ้มรสความอร่อยของเนื้อมังคุดแล้ว อย่าทิ้งเปลือกมังคุดให้เปล่าประโยชน์เพราะเปลือกมังคุดมีสรรพคุณทางยามากมาย เปลือกมังคุด มีสารให้รสฝาด คือ แทนนิน แซนโทน (โดยเฉพาะแมงโกสติน) แทนนิน มีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว แมงโกสตินช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้ ตำราแพทย์แผนไทยระบุว่า เปลือกมังคุดมีสรรพคุณในการสมานแผล ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น คนไทยตั้งแต่สมัยโบราณจะใช้เปลือกมังคุดฝนกับน้ำปูนใสทาบริเวณแผลและน้ำต้มเปลือกมังคุดแห้งล้างแผลแทนการใช้ด่างทับทิม แล้วยังช่วยรักษาบาดแผลผุพอง แผลเน่าเปื่อย ชาวบ้านในชนบทนิยมใช้เปลือกมังคุดเป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน โดยนำเปลือกมังคุดสดหรือแห้งหากนำมาต้นน้ำดื่ม เพื่อรักษาอาการท้องเสีย ท้องร่วงเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นมูกเ
ปัจจุบัน กระแสความนิยมบริโภค เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สมุนไพรไทยเป็นวัตถุดิบในการผลิต ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณในทางยา ช่วยบำรุงร่างกาย เพื่อเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. จึงได้พัฒนา “น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่ม” เครื่องดื่มเสริมสุขภาพที่มีว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบหลัก และเสริมรสชาติผลิตภัณฑ์ด้วยน้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เช่น ส้ม ฝรั่ง สับปะรด โดยผลิตภัณฑ์ยังคงคุณค่าของว่านหางจระเข้อย่างครบครัน ช่วยบำรุงร่างกายเนื่องจากการอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบอีกด้วย วว. ได้ศึกษาวิจัย พบว่า ว่านหางจระเข้ พันธุ์อะโล บาร์บาเดนซีส (Aloe barbadensis) เป็นพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับนำมาแปรรูป เนื่องจากมีโปรตีน ไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ เมื่อคัดเล
