สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
“อโรคยา ปรมาลาภา … ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ยิ่งในยุคโควิด สุขภาพดีต้องมาก่อน “ดร. โชติมา ชุบชูวงศ์” แห่งไร่โชตวัน Organic Farm ในพื้นที่อำเภอปากช่อง ตั้งใจผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพดี ป้อนเข้าสู่ตลาด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า ก้าวสู่อาชีพเกษตรกร ดร. โชติมา ชุบชูวงศ์ เป็นนักการตลาดผู้ปั้นแบรนด์สินค้าในองค์กรเอกชนมานานกว่า 10 ปี ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อกลับไปฟื้นฟูสวนเกษตรในพื้นที่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ดินทำกินของครอบครัวมานานกว่า 100 ปี เป็นแปลงปลูกพืชไร่ประเภทอ้อย มันสำปะหลัง รวมทั้งพืชผัก ผลไม้นานาชนิด เช่น น้อยหน่าพันธุ์พื้นเมือง กระท้อน เงาะ ทุเรียน ลำไย ฯลฯ ดร. โช ได้เปลี่ยนแปลงไร่แห่งนี้ให้กลายเป็นสวนเกษตรผสมผสาน ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ โดยเข้าร่วมกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ SDGsPGS ปัจจุบันไร่แห่งนี้ ปลูกทั้งพืชผักไม้ผลนานาชนิด เช่น อะโวกาโด มัลเบอร์รี่ แก้วมังกรเหลืองอิสราเอล หมากเม่า ตะลิงปลิง เสาวรส ฯลฯ “ระหว่างทำดุษฎีนิพนธ์ ช่วงศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธจิตวิทยา ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ชูผลสำเร็จงานวิจัยและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิวจากสาหร่ายพันธุ์ไทย”ระบุอุดมด้วยสารที่มีคุณประโยชน์ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งหวังให้เป็นต้นแบบในการนำสาหร่ายไปใช้ประโยชน์ให้หลากหลาย สร้างความแข็งแกร่งแก่เศรษฐกิจประเทศจากความหลากหลายทางชีวภาพ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.กล่าวว่า วว. นับเป็นหน่วยงานแห่งเดียวในประเทศที่มีการดำเนินงานด้านสาหร่ายอย่างครบวงจร ตั้งแต่การมีคลังเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่าย เพื่อรวบรวมและเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่ายน้ำจืดและน้ำเค็มขนาดเล็กจากแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศพร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูล กว่า 1,000 สายพันธุ์ มีห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยง วิเคราะห์ และทดสอบ ที่สำคัญและโดดเด่น คือ วว. มีระบบการเพาะเลี้ยงสาหร่ายกลางแจ้งระดับการเพาะเลี้ยงต่อเนื่องและครบวงจร ปริมาตรรวม 400,000 ลิตร ผ่านการดำเนินงานโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย วว. (TISTR Algal Excellent Center, TISTR ALEC) ในสังกัด ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยสถานีวิจัยลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ประสบความสำเร็จพัฒนาระบบการปลูกผักกูดในพื้นที่ร้อน/แล้ง แนะหากจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตสามารถปลูกได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย โชว์เคสตัวอย่างเกษตรกรสามารถปลูกผักกูดในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สร้างรายได้ ช่วยลดผลกระทบ สู้วิกฤตโควิด-19 นายมนตรี แก้วดวง ผู้อำนวยการสถานีวิจัยลำตะคอง วว. เปิดเผยความสำเร็จในการพัฒนาระบบการปลูกผักกูดของสถานีวิจัยลำตะคอง วว. ว่า ผักกูด [Diplazium esculentum (Retz.) Swartz] เป็นพืชตระกูลเดียวกับเฟิร์น ลักษณะของต้นผักกูดจะขึ้นเป็นกอ สูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร รากแตกฝอยเป็นกระจุกใหญ่ ก้านใบแตกจากเหง้าใต้ดิน ใบยาว 50-100 เซนติเมตร ส่วนของยอดอ่อนปลายยอดม้วนงอแบบก้อนหอยและมีขน การขยายพันธุ์โดยใช้สปอร์ที่สร้างขึ้นบริเวณด้านหลังใบ เมื่อสปอร์ปลิวไปตกบริเวณที่มีความชื้นก็จะแตกเป็นต้นใหม่ และขยายพันธุ์โดยใช้ต้นใหม่ที่เกิดจากส่วนเหง้าหรือรากฝอยของต้นแม่ เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่เป็นดินร่วนปนทราย ในสภาพมีความชื้นสูง แสงแดดไม่ร้อนจัดเกินไป คนส่วนใหญ่มักเ
วศ. จับมือ วว. และ สวทช. เปิดเวทีเสวนาวิชาการ“ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด” มองภาพอนาคตตอบโจทย์ประเทศ วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานเสวนา เรื่อง “ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด” จัดโดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านระบบ ZOOM Online และ Facebook Live เพื่อสอดคล้องกับนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้าฯ สป.อว. ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าวว่า การจัดงานเสวนาในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือหลายหน่วยงานในสังกัด อว. อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ชาติไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรป รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พิศภูมิวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดล มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เรื่อง “เรียนร
ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับ นางศิริญา เทพเจริญ กรรมการบริษัท ณุศา ซีเอสอาร์ จำกัด และ นายวิษณุ เทพเจริญ กรรมการ บริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรม ในลักษณะของ “คลัสเตอร์การวิจัยและพัฒนากัญชาและกัญชง” เพื่อผลักดันให้เกิดเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย พร้อมร่วมส่งเสริมนวัตกรรมศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดทางการแพทย์ให้กับประเทศไทย สนับสนุนส่งเสริมความมั่นคงทางด้านกัญชา กัญชง ทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของประเทศโดยรวม สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศด้วย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก รวมถึงการวิจัยพัฒนาและต่อยอดด้านโพรไบโอติกและสเต็มเซลล์ เพื่อให้เป็นผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีโพรไบโอติก สเต็มเซลล์ ในระดับสากล เป็นธนาคารรับฝากและจัดเก็บสเต็มเซลล์
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการบริหารทุน วว. และ กรรมการ ปณท. เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่าง ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) มุ่งศึกษา วิจัย พัฒนา นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าทุกรูปแบบ ผ่านช่องทางของไปรษณีย์ไทย ให้มีความแข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน ป้องกันความเสียหายของสินค้า ช่วยลดต้นทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับสินค้า พร้อมรองรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งเป็นการเสริมแกร่ง เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย / ขนส่งสินค้า ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP วิสาหกิจชุมชน SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 อย่างเข้มแข็ง ด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี โอกาสนี้ ดร.พัชรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว. และ ดร.อาภากร สุปัญญา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. ร่วมเป็นเกียรติด้วย ในวันที่ 18 สิงหา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดตั้ง ธนาคารเมล็ดพันธุ์ชุมชน (Community Seed Bank) มีศักยภาพอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พืชในระยะสั้น ปานกลาง ระยะยาว 20-50 ปี เก็บรักษาตัวอย่างเมล็ดพืชสูงสุด 10,000 ตัวอย่าง ณ สถานีวิจัยลำตะคอง จ.นครราชสีมา ภายใต้การดำเนิน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ผ่านการขับเคลื่อนใน 3 มิติ คือ สำรวจ-อนุรักษ์ วิจัย-นำไปใช้ประโยชน์ และให้บริการชุมชน มุ่งหวังสร้างความยั่งยืนให้ภาคการเกษตรของประเทศ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ในส่วนของ สถานีวิจัยลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าร่วมสนองพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) เพื่อดำเนินการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ ภายใต้การดำเนินงานดังกล่าว วว. จึงได้จัดตั้ง ธนาคารเมล็ดพันธุ์ชุมชน (Community Seed Bank) ขึ้น ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งสำหรับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชแบบนอกถิ่นที่อยู่อาศัย (Ex situ Conservation) โดยการสร้าง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ขับเคลื่อน BCG Model สร้างต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการ PPE ใช้แล้วที่ผ่านการฆ่าเชื้อจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และขยะปลอดเชื้ออื่นๆ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชันสามขั้นตอน โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ระบุระบบมีประสิทธิภาพสูง เกิดมลพิษต่ำกว่าการเผาไหม้ทั่วไป มีศักยภาพรองรับวัตถุดิบ 10 ตันต่อวัน เผยในอนาคตมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่ผู้สนใจ ใช้เป็นต้นแบบสำหรับโรงไฟฟ้าขยะชุมชน เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านสุขอนามัยชุมชน สิ่งแวดล้อมโดยรวมอย่างยั่งยืน ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.กล่าวว่า ผลกระทบสำคัญอันหนึ่งที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 คือ การจัดการขยะที่เกิดจากการป้องกันและรักษาโรค ได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม ถุงหุ้มรองเท้า รวมไปถึงชุดป้องกันร่างกายที่ใช
ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร วว. มอบผลงานวิจัยพัฒนา “น้ำอิเล็กทรอไลต์สำหรับพ่นกำจัดเชื้อโรค” ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา โดยไม่มีสารตกค้าง ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ASTM E 2315-16 จำนวน 1,000 ลิตร ให้แก่ ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เนื่องในวันแม่แห่งชาติ “12 สิงหาคม” สนับสนุนภารกิจ ศูนย์ดูแลโควิดชุมชน อพวช. เทคโนธานี (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ซึ่งอยู่ระหว่างการรอส่งต่อโรงพยาบาล และใช้เป็นสถานที่สำหรับดูแลกลุ่มคนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษระหว่างรอเตียง เพื่อลดปัญหาแพร่ระบาดการติดเชื้อของคนภายในครอบครัวและชุมชน โอกาสนี้ นายนุกูล เกาะโพธิ์ รองนายก อบต. คลองห้า คณะผู้บริหาร อพวช. ร่วมรับมอบด้วย ทั้งนี้ วว. พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน ในวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ณ อาคารเรือนพักนักวิทย์
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนา “วัสดุดูดซับจากยางพารานาโนเทคโนโลยีสำหรับการขจัดน้ำมันปนเปื้อน” โดยใช้น้ำยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปแบบโฟมยาง 2 แบบ มีประสิทธิภาพสามารถดูดซับน้ำมันได้ 5-18 เท่าของน้ำหนักโฟมยาง ใช้ซ้ำได้อย่างน้อย 5 ครั้งด้วยการบีบอัดทางกล มีน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขจัดน้ำมันปนเปื้อนบนผิวน้ำ เช่น ทะเล แม่น้ำ โรงงานอุตสาหกรรม ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ปัญหาน้ำมันรั่วไหลทางทะเลเป็นปัญหามลภาวะที่สำคัญเนื่องจากเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างเฉียบพลันและระยะยาวต่อสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบนิเวศ การพัฒนาวัสดุดูดซับน้ำมันที่มีราคาถูกและเหมาะสำหรับการดูดซับน้ำมันเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาวัสดุดูดซับจากยางพาราสำหรับการขจัดน้ำมันปนเปื้อน (Develo
