สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมทักษะผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนในการประยุกต์ใช้แสงฯ ด้วย 4 เทคนิค ได้แก่ เทคนิค micro-FTIR, เทคนิค micro-XRF imaging, เทคนิค SAXS และเทคนิค WAXS โดยผู้เข้าอบรมได้รับข้อมูลหลักการพื้นฐานทางเทคนิค การประยุกต์เทคนิคในการวิเคราะห์ทดสอบวัสดุด้านต่างๆ รวมถึงการทดลองปฏิบัติจริงที่ระบบลำเลียงแสง ทั้งการเตรียมตัวอย่าง การทำการทดลอง รวมถึงการวิเคราะห์และแปลผลข้อมูล อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางด้านวิชาการและงานวิจัยระหว่างหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ นครราชสีมา – ดร.แพร จิรวัฒน์กุล หัวหน้าฝ่ายระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สถาบันฯ ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการใช้แสงซินโครตรอนด้วยเทคนิคต่างๆ ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23-24 ธันวาคม 2567 ได้แก่ การอบรมการใช้เทคนิค micro-XRF imaging และเทคนิค micro-FTIR ซึ่งมีอาจารย์ นักวิจัยและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ กว่า 50 คนเข้าร่วมการอบรม และก
นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับนักวิจัยจากหลายหน่วยงานค้นพบการออกฤทธิ์ยาต้านเชื้อมาลาเรียจากฐานข้อมูลยาต้านมะเร็ง โดยใช้เทคนิคแสงซินโครตรอนย่านอินฟราเรดตรวจวิเคราะห์ พบว่าตัวยาต้านมะเร็งดังกล่าวสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อมาลาเรียได้จริง สามารถพัฒนาเป็นยาต้านมาลาเรียได้ นครราชสีมา – ดร.บัวบาล กัวประเสริฐ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “เชื้อโปรโตซัวในกลุ่มพลาสโมเดียมที่อยู่ในยุงก้นปล่องคือตัวการของโรคมาลาเรีย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจหาการติดเชื้อมาลาเรีย หรือทดสอบประสิทธิภาพยารักษามาลาเรียได้จากการตรวจหาผลึกฮีโมโซอิน ที่เชื้อโปรโตซัวสร้างขึ้นเพื่อให้อยู่รอดในเม็ดเลือดแดงได้ แต่กระบวนการตรวจสอบที่ผ่านมามีความยุ่งยากและซับซ้อน จึงมีการพัฒนากระบวนการตรวจด้วยแสงซินโครตรอน ที่สามารถตรวจได้รวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งสามารถตรวจพบการติดเชื้อได้แม้มีตกผลึกเพียงผลึกเดียว โดยวัดการดูดกลืนแสงย่านอินฟราเรดของผลึกฮีโมโซอินในช่วงความยาวคลื่น 1,210 – 1,220 cm-1” ทั
คณะผู้บริหาร และนักวิจัยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เยี่ยมชมสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมศึกษาดูงานการวิเคราะห์คุณสมบัติของพืชสมุนไพร พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิดการวิจัย ภายใต้เป้าหมายยกระดับเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรและวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเครื่องสำอางฮาลาลสู่ตะวันออกกลาง คาดหวังเทคโนโลยีซินโครตรอนจะมีส่วนช่วยพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ นครราชสีมา – รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัย ได้เดินทางมาเยี่ยมชมสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 เพื่อศึกษาดูงานการดำเนินงานของสถาบันฯ ในเรื่องการวิเคราะห์คุณสมบัติพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการยกระดับเกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพรและวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเครื่องสำอางฮาลาลสู่ตลาดใหม่มุสลิมตะวันออกกลาง และการวิเคราะห์วิธีอื่นๆ ด้วยแสงซินโครตรอน พร้อมทั้งเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการแสงสยาม และห้องปฏิบัติการด้านอาหารและการเกษตร ณ อุทยา
นครราชสีมา – ดร.นิชาดา เจียรนัยกูร นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)กล่าวว่า “เราได้นำเทคนิควิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนมาประยุกต์ใช้ในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของสารกาแฟ (เมล็ดกาแฟดิบที่ยังไม่ผ่านการคั่ว) จากเมล็ดกาแฟอะราบิกาที่ผ่านกระบวนการทำแห้งที่ต่างกัน ได้แก่ สารกาแฟจากวิธีตากแห้งตามธรรมชาติ สารกาแฟจากวิธีล้างด้วยน้ำ สารกาแฟจากวิธีกึ่งแห้งกึ่งเปียก และสารกาแฟจากวิธีตากแห้งที่อุณหภูมิและความชื้นต่ำ ซึ่งพัฒนาโดยโรงคั่วกาแฟปรีดา จ.ลำปาง” จากการใช้แสงซินโครตรอนร่วมกับเทคนิคฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโกปี สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบทางชีวเคมีหลักๆ ที่อยู่ในเมล็ดของสารกาแฟ เช่น คาเฟอีน เอสเตอร์ของไขมัน กรดคลอโรจีนิค และองค์ประกอบที่เป็นคาร์โบไฮเดรต เป็นต้น ซึ่งสารดังกล่าวภายในเมล็ดกาแฟจะถูกพัฒนาเป็นสารให้กลิ่นและรสเมื่อนำไปคั่ว จากผลการตรวจสอบโดยเปรียบเทียบตัวอย่างสารกาแฟจากกระบวนการทำแห้งที่ต่างกันดังกล่าว พบว่า สารกาแฟที่เตรียมด้วยวิธีตากแห้งตามธรรมชาติจะมีองค์ประกอบของเอสเตอร์
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น Short course on synchrotron Radiation สำหรับนักเรียนโรงเรียนราชสีมาวิทยาในโครงการห้องเรียนผู้มีความสามารถพิเศษ พวค. และโครงการ วมว. เปิดโลกซินโครตรอนให้เยาวชนได้สัมผัสห้องปฏิบัติการทางด้านวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ พร้อมรับฟังบรรยายพิเศษจากนักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสงและนักฟิสิกส์เครื่องเร่งอนุภาคผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญ ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Science show ที่ปูพื้นฐานความเข้าเรื่องคลื่นตั้งแต่ระดับพื้นฐาน สู่ความเข้าใจพฤติกรรมแสงซินโครตรอน นครราชสีมา – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรระยะสั้น Short course on synchrotron radiation สำหรับนักเรียน ม.5 – ม.6 ของโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยในโครงการห้องเรียนผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (พวค.) วันที่ 12 กันยายน 2567 และนักเรียน ม.4 ในโครงการห้องวิทยาศาสตร์ (วมว.) ศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คู่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยวันที่ 17 กันยายน 2567 ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ดร.ศรายุทธ ตั้นมี หัวหน
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) รับรางวัล Gold Award จากนายกรัฐมนตรี ภายในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2567 (Research Expo 2024) จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช .) จากผลงาน “ทุเรียนแช่เยือกแข็ง” ชูเทคโนโลยีเก็บรักษาทุเรียนสดใหม่ได้นาน 12 เดือน ตอบโจทย์การส่งออกตามแนวทางเศรษฐกิจใหม่ พร้อมส่งเสริมชุมชนเกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทุเรียน กรุงเทพมหานคร – นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มอบรางวัล Gold Award จากนายกรัฐมนตรี ให้แก่ ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ นักวิจัยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และคณะ จากผลงาน “แสงซินโครตรอนยกระดับทุเรียนแช่เยือกแข็งเพื่อการส่งออกมุ่งเน้นเศรษฐกิจใหม่” ซึ่งส่งประกวดและจัดแสดงภายในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2567 ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม 2567 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ กล่าวว่า “สถาบันฯ ได้พัฒนากระบวนการแช่เยือกแข็ง ร่วมกับสารละลาย
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่งผลงานทุเรียนแช่เยือกแข็งเพื่อการส่งออก เข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” ชูจุดเด่นของผลงานช่วยคงความสดใหม่ให้ทุเรียนได้นาน 12 เดือน ตอบโจทย์การส่งออกตามแนวทางเศรษฐกิจใหม่ กรุงเทพมหานคร – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยภายในงาน “มหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2567” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม 2567 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยนิทรรศการของสถาบันฯ จัดแสดงที่บูธ CL3 และหนึ่งในผลงานเด่นที่สถาบันฯ จัดแสดงคือผลงาน “แสงซินโครตรอนยกระดับทุเรียนแช่เยือกแข็งเพื่อการส่งออกมุ่งเน้นเศรษฐกิจใหม่” ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง หัวหน้าส่วนวิจัยด้านอาหารและการเกษตร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เจ้าของผลงานทุเรียนแช่เยือกแข็ง กล่าวว่า “เราได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน เพื่อการรักษาคุณภาพทุเรียนแช่เยือกแข็ง โดยได้พัฒนากระบวนการแช่เยือกแข็ง (Cryogenic Freezing) ร่วมกับสารละลายไครโอโพรเทกแทนต์ (Cryoprotectant)
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชวนสัมผัสผลงานวิจัยด้วยแสงซินโครตรอนที่อยู่รอบตัวในนิทรรศการ “ซินโครตรอนในชีวิตประจำวัน – Synchrotron in Your Daily Life” พบกับผลิตภัณฑ์สำหรับอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน อาทิ ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ แป้ง โลชั่น กาแฟ ข้าว หมู ไก่ กุ้ง พร้อมกิจกรรมสนุกๆ เสริมพัฒนาการ Play & Learn เล่นตัวต่อแม่เหล็กยักษ์ ประดิษฐ์กล้องสลับลาย ทำเข็มกลัดสวยๆ และตื่นตาไปกับกล้องสลับลายยักษ์ที่บูธซินโครตรอนแลนด์ ภายในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ” ระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคม 2567 นนทบุรี – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ร่วมจัดนิทรรศการ “ซินโครตรอนในชีวิตประจำวัน – Synchrotron in Your Daily Life” ภายในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ” ที่จัดขึ้นโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคม 2567 ณ อาคาร 9-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และแสดงผลงานที่ผ่านวิจัยด้วยแสงซินโครตรอน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ชวนปลดล็อกขีดจำกัดงานวิจัย แสดงศักยภาพคนไทยด้วยเทคโนโลยีซินโครตรอน ภายในงาน “อว. แฟร์” ระหว่างวันที่ 22-28 ก.ค. 67 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชูผลงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของภาคอุตสาหกรรมและ SMEs และชวนเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากงานวิจัยขึ้นหิ้งสู่การใช้ประโยชน์ได้ พร้อมยกทัพทีมนักวิจัยร่วมตอบโจทย์อุตสาหกรรมในการอบรม SATI16 สำหรับภาคอุตสาหกรรม พลาดไม่ได้กับผลงานต้นแบบแม่เหล็กไฟฟ้าฝีมือคนไทยสำหรับเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ระดับพลังงาน 3 GeV เครื่องเร่งอนุภาคโปรตอนสำหรับรักษามะเร็ง และเครื่องเคลือบฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชรสำหรับชิ้นส่วนทางวิศวกรรมของการสำรวจปิโตรเลียม … แล้วพบกันที่โซน F กรุงเทพมหานคร – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน “อว. แฟร์ : Science Power for Future Thailand” ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้ร่วมจัดนิทรรศการภายในงานดังกล่าว ภายใต้ธีม “Synchrotron: Science, Wisdo
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.) ร่วมมือกับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) นำเทคโนโลยีฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร (Diamond-Like Carbon) หรือฟิล์ม DLC ซึ่งวิจัยและพัฒนาโดย สซ. มาประยุกต์ใช้กับชิ้นส่วนวิศวกรรมที่ใช้งานในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดย สซ. ได้จัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เจ้าหน้าที่ ปตท.สผ. เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้งานได้จริง นครราชสีมา – ดร.ศรายุทธ ตั้นมี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร สซ. กล่าวว่า “สถาบันฯ จัดการอบรม Workshop on Diamond-Like Carbon (DLC) Technology for Petroleum Industry ให้แก่ทีมวิศวกรและนักวิจัยของ ปตท.สผ. ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของสถาบันฯ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชน โดยมีนักวิจัยและวิศวกรของสถาบันฯ เป็นวิทยากรทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรภายนอก ผศ.ดร.พิษณุ พูลเจริญศิลป์ และ ผศ.ดร.อาทิตย์ ฉิ่งสูงเนิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเคลือบฟิล์มบางจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ร่วมบรรยายให้
