สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
ครั้งแรกของประเทศไทยในการจัดประชุมวิชาการระดับโลกด้านเครื่องเร่งอนุภาค โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในนามประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IPAC’22 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 12-17 มิถุนายน 2565สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ในนามประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านเครื่องเร่งอนุภาค 13th International Particle Accelerator Conference หรือ IPAC’22 ระหว่างวันที่ 12-17 มิถุนายน 2565 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับโลกทางด้านเครื่องเร่งอนุภาคนี้ ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ ประธานคณะกรรมการบริหารการจัดงาน IPAC’22 กล่าวว่า “IPAC เป็นการประชุมวิชาการด้านเครื่องเร่งอนุภาคที่มีความสำคัญและใหญ่ที่สุดของโลก และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเวียนการเป็นเจ้าภาพใน 3 ทวีป คือ เอเชีย(รวมออสเตรเลีย) ยุโรป และอเมริกาเหนือ-อเมริกาใต้ สำหรับปีนี้เป็นวาระของทวีปเอเชีย และประเทศไทยโดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนแข่งขันและได้รับคั
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ส่งมอบห้องแยกโรคความดันลบสำหรับใช้งานในห้องผ่าตัดและห้องคลอด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงแก่บุคลากรทางการแพทย์ สั่งจ้างผลิตพิเศษจากโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา โดยขึงตึงแผ่นพีวีซีนิ่มสีใส (PVC Sheet) และแผ่นอะคริลิค (ACRYLIC) บนโครงอะลูมิเนียม แทนการเย็บตามแบบมาตรฐานเดิมนครราชสีมา – รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมด้วยทีมวิศวกร ช่างเทคนิค และตัวแทนส่วนพัฒนาธุรกิจ ส่งมอบและติดตั้งห้องแยกโรคความดันลบสำหรับใช้งานในห้องผ่าตัดและห้องคลอดจำนวน 2 ห้อง แก่โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา ซึ่งสั่งจ้างผลิตพิเศษเพื่อลดความเสี่ยงของบุคคลกรทางการแพทย์ที่อยู่ด่านหน้าในการรับมือโควิด-19 โดยเน้นออกแบบและผลิตให้มีจำเพาะสำหรับพื้นที่ห้องผ่าตัดและห้องทำคลอดของโรงพยาบาล และวิศวกรของสถาบันฯ ได้ลงพื้นที่ประเมินหน้างาน พร้อมสอบถามความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์ก่อนการออกแบบห้องแยกโรคความดันลบสำหรับห้องผ่าตัดและห้องคลอดที่สั่งจ้างโดยโรงพยาบาลเทพรัตน์ฯ นี้ มีโครงสร้างที่ต่างไปจากแบบมาตรฐานเดิม โ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย นำตัวอย่างทองคำโบราณจากปราสาทหินในภาคอีสานอายุเกือบพันปี มาวิเคราะห์หาองค์ประกอบ ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อปรับปรุงข้อมูลส่วนจัดแสดงนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์ และยังเป็นฐานข้อมูลเทียบกับฐานข้อมูลทางธรณีวิทยา และนำไปสู่การค้นหา “สายแร่ทองคำ” ที่เป็นแหล่งที่มาของทองคำ นางเบญจวรรณ พลประเสริฐ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา นำตัวอย่างทองคำโบราณจากปราสาทหินในภาคอีสานกว่า 20 รายการ มาวิเคราะห์ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โดยมี ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ ผู้จัดการระบบลำเลียงที่ 8 รับตัวอย่างมาวิเคราะห์ด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอน ซึ่งทองคำดังกล่าวเป็นทองคำในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งอยู่ในช่วงยุคอารยธรรมขอมกำลังรุ่งเรือง และแผ่อิทธิพลมายังอาณาจักรไทยในอดีต ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย กล่าวว่า “นำตัวอย่างทองคำโบราณโดยคัดเลือกมาเพียงบางส่วน เพื่อวิเคราะห์หาส่วนผสม องค์ประกอบต่างๆ ในทองคำ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อมูลเรื่องนี้ ข้อมูลจากงานการวิเคราะห์นี้จะนำไปสู่กา
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสงลุยดอยแม่ฮ่องสอนสำรวจแปลงปลูกกาแฟใต้ต้นอบเชย พร้อมวางแผนนำเมล็ดกาแฟไปพิสูจน์สมบัติที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน อีกทั้งเล็งพัฒนาเครื่องคั่วกาแฟเพื่อให้คงสารสำคัญ และร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟกับชุมชน แม่ฮ่องสอน – นางระวีวรรณ เลิศสุขสมบัติ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจองค์กร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมคณะนักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสงของสถาบัน เดินทางไปยังแปลงปลูกกาแฟบ้านดูลาเปอร์ ละอูบ ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2565 โดยมี นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (สาขาแม่ฮ่องสอน) กรมป่าไม้และคณะให้ข้อมูลการส่งเสริมการปลูกกาแฟภายใต้โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นางระวีวรรณ เลิศสุขสมบัติ กล่าวว่า “การปลูกกาแฟบ้านดูลาเปอร์ ละอูบ เป็นการปลูกกาแฟบนภูเขาที่ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล และปลูกอยู่ใต
คณะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและฟิสิกส์เครื่องเร่งอนุภาคของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว. ) นำทีมเยือนมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จัดอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน และการประยุกต์ใช้ พร้อมหารือการสร้างความร่วมมือการวิจัยระหว่างสาขาวิชาฟิสิกส์และสถาบันฯ เลย – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนจัดอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน และการประยุกต์ใช้ แก่อาจารย์ นักศึกษาฟิสิกส์ และนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์สาขาการจัดการและสาขาการผลิต ณ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ระหว่างวันที่ 17-19 มีนาคม 2565 โดยผสมผสานการอบรมรูปแบบออนไลน์และสถานที่จริง พร้อมกันนี้ยังมีการหารือสร้างความร่วมมือการวิจัยระหว่างสาขาวิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย กับสถาบันฯ ด้วย ดร.ธนะพงษ์ พิมพ์เสน นักฟิสิกส์เครื่องเร่งอนุภาค สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนสู่ภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อพัฒนาบุคลากรร
ทีมนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลุยสำรวจศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตรราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.คลองไผ่) เล็งใช้ความเชี่ยวชาญงานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูงส่งเสริมการดำเนินงานของศูนย์ เบื้องต้นวางแผนพิสูจน์เอกลักษณ์ของ “ขนุนไพศาลทักษิณ”สายพันธุ์จากพระบรมมหาราชวัง รวมถึงศึกษา “ต้นแจง” พืชที่ใกล้สูญพันธุ์ นครราชสีมา – ดร.กาญจนา ธรรมนู ผู้จัดการระบบลำเลียงแสงที่ 4.1 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ได้รับการประสานจากศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริฯ คลองไผ่ ซึ่งดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ ในการนำงานวิจัยที่ใช้แสงซินโครตรอน มาใช้ส่งเสริมพันธกิจของ อพ.สธ.คลองไผ่ ทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ จึงได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฯ และเก็บข้อมูลสำหรับกำหนดโจทย์วิจัย” ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริฯ คลองไผ่ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งใน “เควสตาการ์เด้น” (Cuesta Garden) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ทีมนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่วังน้ำเขียวนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ร่วมหารือผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ สู่ความร่วมมือวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณค่ากาแฟต่อไปในอนาคต นครราชสีมา –นางระวีวรรณ เลิศสุขสมบัติ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจองค์กร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมด้วยนักวิจัยของสถาบันฯ ลงพื้นที่เพื่อหารืองานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนสู่ชุมชน ณ วิสาหกิจชุมชนโรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนายปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ กรรมการผู้จัดการโรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว เกี่ยวกับการปลูกและกระบวนการผลิตกาแฟในวังน้ำเขียว และพื้นที่ใกล้เคียง สำหรับโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่ปลูกกาแฟ โดยเน้นการปลูกแบบอินทรีย์ และได้รับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร โดยสายพันธุ์กาแฟที่ปลูกในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และพื้นที่ใกล้เคียง คือ สายพันธุ์อาราบิก้า คาติมอร์ ซึ่งมี จุดเด่นคือ “หอม ฉุน ละมุนลิ้น” อีกทั้งวิสาหก
2 นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้ารับชนงาน “วันนักประดิษฐ์” วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ไบเทค บางนา จากผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาแบตเตอรี่รูปแบบใหม่จากแก้วหน้าที่พิเศษ และรางวัลวิทยานิพนธ์เพื่อพัฒนาวัสดุสำหรับเซนเซอร์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กรุงเทพมหานคร – นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้แก่ ดร.พินิจ กิจขุนทด ผู้จัดการระบบลำเลียงแสง ผู้ได้รับรางวัลผลงานวิจัย ระดับดี ประจำปี 2564 และ 2565 และ ดร.สุทธิพงษ์ วรรณไพบูลย์ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง ผู้ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี ประจำปี 2564 จากวิทยานิพนธ์ เข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ภายในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. ร่วมมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ทั้งนี้ ดร.พินิ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์เป็นตู้คัดกรอง 4 ตู้ และห้องแยกโรคความดันลบอีก 1 ห้อง เพื่อให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เตรียมความพร้อมสถานกักตัว เพื่อรับมือโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่กำลังระบาด นครราชสีมา – รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และผู้บริหารสถาบันฯ ให้การต้อนรับ พญ.เพิ่มศิริ เลอมานุวรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และคณะ ในการนำเยี่ยมชมสถาบันฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 พร้อมทั้งนำชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อใช้รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) โอกาสนี้ทางสถาบันฯ จะให้การสนับสนุนตู้คัดกรองโรคความดันบวก-ความดันลบจำนวน 4 ตู้ และห้องแยกโรคความดันลบจำนวน 1 ห้อง พญ.เพิ่มศิริ เลอมานุวรรัตน์ กล่าวว่า “กำลังเตรียมรับมือการระบาดของสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน โดยมีแนวคิดการนำ Home Isolation, Community Isolation มาใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถดู
ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจากไต้หวันเชิญสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมโครงการสร้าง “แผนที่สามมิติของสมองมนุษย์” หลังเห็นความพร้อมด้านเทคนิคสร้างภาพถ่ายสามมิติด้วยแสงซินโครตรอนของไทย พร้อมช่วยไทยเพิ่มศักยภาพเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าสร้างแผนที่เส้นทางเชื่อมต่อให้แล้วเสร็จในปี 2024 เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการศึกษาเชิงลึกต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภกร รักใหม่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิชาการ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนกล่าวว่า “ศาสตราจารย์ยูกัง วู ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพทางชีวการแพทย์ จากสถาบันฟิสิกส์ (Institute of Physics) สภาวิทยาศาสตร์ (Academia Sinica) ซึ่งเป็นตัวแทนคณะกรรมการนานาชาติของโครงการ Synchrotron for Neuroscience – an Asia-Pacific Strategic Enterprise (SYNAPSE) ได้เดินทางมาเยือนสถาบันฯ ที่ จ.นครราชสีมา เพื่อหารือความร่วมมือวิจัยโครงการสร้างแผนที่สมองสามมิติด้วยเทคนิค Synchrotron X-ray Microtomography โดยแผนที่ดังกล่าวมีความละเอียดมากกว่าภาพถ่าย MRI และให้รายละเอียดเส้นทางเชื่อมต่อภายในสมอง ทั้งนี้ โครงการ SYNAPS
