สภาเกษตรกรแห่งชาติ
นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานคณะกรรมการด้านพืชไร่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัญหาโรคไวรัสใบด่างในมันสำปะหลังยังคงมีอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่แพร่ระบาด 28 จังหวัด การระบาดเพิ่มขึ้นคิดเป็นนัยยะเกินกว่า 200% พื้นที่เกินกว่า 4 แสนไร่ และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะสามารถควบคุมหรือป้องกันโรคได้อยู่หรือไม่ ส่งผลให้ปัญหาต่างๆ ตามมา ทั้งจากพื้นที่การแพร่ระบาด การเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ สายพันธุ์ต้านทาน ราคาตกต่ำ การขนส่ง การส่งออกต่างประเทศ โครงการช่วยเหลือเยียวยา ฯลฯ ปัญหาหลักประเด็นสำคัญหนึ่งคือกฎเกณฑ์ กติกาของระบบราชการที่เป็นเงื่อนไข อุปสรรค ซึ่งหากโรคไวรัสใบด่างยังคงระบาดเช่นนี้ เกรงว่าในปีการผลิต 2565 จะยังมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังได้อยู่หรือไม่ ด้านราคามันสำปะหลังสภาเกษตรกรแห่งชาติพยายามผลักดันเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เช่นล่าสุดได้จัดทำข้อเสนอแนวทางการบริหารจัดการราคาไปยัง 4 สมาคม เพื่อการกำหนดราคามันสำปะหลังภายในประเทศ ประกาศกำหนดราคาแนะนำ และแจ้งประกาศราคาแนะนำทุก 15 วัน รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการเพื่อป้องกันการขายตัดราคา ทั้งนี้ หากมองถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คณะกรรมก
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติในปี 2564 ว่า ได้ขอให้สภาเกษตรกรจังหวัดทั่วประเทศทบทวนการทำงานทั้งหมดตลอดรอบปีที่ผ่านมาว่าที่ปฏิบัติหน้าที่ไปนั้นได้ผลการดำเนินการเป็นอย่างไร มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรอยู่ และมีแนวทางในการขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร “ทบทวนอดีต เพื่อวางแผนเดินในอนาคต” ซึ่งเวทีสัมมนา / การประชุมของสภาเกษตรกรจังหวัดระดับภาค 4 จังหวัด ช่วงกลางเดือนกันยายน 2563 ถึงแม้ไม่ได้ลงไปร่วมงานทุกเวทีแต่รับทราบจากรายงานว่าผลการสัมมนา / การประชุมนั้นดีมาก หลายจังหวัดมีความกระตือรือร้น ด้วยอยากเห็นงานก้าวเดินของสภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัดบังเกิดผลกับเกษตรกรอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม และทราบว่าหลายจังหวัดได้นำเสนอผลงานที่เป็นประโยชน์มากซึ่งสามารถจะขยายผลได้เป็นอย่างดี ตามบทบาทภารกิจของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในการจัดทำข้อเสนอด้านภาคเกษตร ความร่วมมือและประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ การพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกร อาทิ “หัวบุกป่า” พืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งถูกทิ้งไปนานแล้ว กำลังให้ทีมงานศึกษาข้อมูลทั้งหมด หากตลาดเปิดกว้างสภาเกษตรกรฯ จะเร่งผล
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวด้วยความห่วงใยเกษตรกรถึงพายุที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยจากการประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ทราบจากการประกาศเตือนภัยว่าพายุลูกใหม่ “โนอึล” ที่บริเวณทะเลจีนใต้ เคลื่อนตัวมาจากแถบทะเลของประเทศฟิลิปปินส์จะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม ถือว่ามีความรุนแรงกว่าทุกลูกที่ผ่านมาในปีนี้ นั่นหมายความว่าจะส่งผลให้ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกมากขึ้น ปริมาณน้ำมากขึ้น ด้านหนึ่งถือเป็นด้านดีเพราะเราเผชิญภัยแล้งมาช้านาน น้ำในเขื่อนเหลือน้อยเต็มที ก็จะมีโอกาสหนึ่งที่จะเติมน้ำในเขื่อนให้มากขึ้น เพิ่มน้ำต้นทุนให้สูงขึ้น พี่น้องเกษตรกรที่เพาะปลูกอยู่ในพื้นที่น้ำฝนที่อยู่นอกเขตชลประทานก็จะเป็นหลักประกันได้ว่าพืชผลที่ปลูกไว้ก็จะมีน้ำฝนมาหล่อเลี้ยงทำให้ผลผลิตเจริญงอกงามและสามารถเก็บเกี่ยวได้เป็นลำดับต่อไป แต่อีกด้านหนึ่งคืออาจจะเกิดภัยธรรมชาติได้ เช่น พื้นที่เสี่ยงภัยอาจจะเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลาก อาจจะเกิดปัญหาดินถล่ม ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรในชุมชนพื้นที่ต่างๆ จึงขอแจ้งเตือนให้เกษตรกร ประชาชนทุกท่านหากอยู่ในพื้นที่เสี่
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติกล่าวในการเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การสำรวจความคิดเห็นด้านการเกษตร” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย. 2563 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 อาคารวชิรานุสรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ว่า สภาเกษตรกรเป็นองค์กรใหญ่ มีสมาชิกจำนวนมาก มีตัวแทนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล ครอบคลุมทั้งประเทศ ความเป็นตัวแทนของเกษตรกรทำให้ต้องมีข้อมูลความเห็นจากเกษตรกรเพื่อเสนอต่อรัฐบาลตามบทบาทภารกิจ ซึ่งการทำโพลเป็นรูปแบบที่ต้องการทำมานาน เนื่องจากเมื่อรับรู้ผลการสำรวจที่ผ่านมาหลายครั้งรู้สึกได้ว่าไม่ตรงตามความเห็นของเกษตรกร การสำรวจความคิดเห็นด้านการเกษตรหรือการจัดทำโพลของสภาเกษตรกรฯจึงจะได้ข้อมูลความเห็นจากเกษตรกรจริง ซึ่งการสำรวจความคิดเห็นจากเกษตรกรถึงปัญหาต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลมีน้ำหนัก, น่าเชื่อถือและสะท้อนปัญหา/ความเป็นจริงจากล่างสุดสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บริหาร/จัดการปัญหารวมทั้งความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด โดยมีประเด็นและทำการประเมินให้เป็นแนวทางในการทำงานและแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ และควรจะมีการสำรวจตามระยะเวลา เช่น การสำรวจภาวะเศร
ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำสู่ประเทศผู้ผลิตภาคเกษตรมุ่งเรื่องการผลิตอาหารปลอดภัย การทำเกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลการเกษตร นำมาวิเคราะห์ จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาการผลิตอาหารปลอดภัยด้วยเครือข่ายของชุมชนเอง เป้าหมายกระจายพื้นที่ 4 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดได้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พัทลุง ไปแล้ว และล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ที่จังหวัดสุโขทัยได้จัดทำโครงการ “ขับเคลื่อนสุโขทัยเมืองเกษตรคุณธรรม” เพื่อให้เกษตรกรจังหวัดสุโขทัยมีจิตสำนึกในการผลิตอาหารปลอดภัยในระบบการจัดการเกษตรเพื่อสุขภาวะชุมชน นำมาซึ่งผู้ผลิตปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย และเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมชุมชนท้องถิ่น เป้าหมายต่อไปคือจังหวัดลพบุรี และเตรียมขยายพื้นที่เพิ่มเติมไปยังจังหวัดเชียงใหม่ กาฬสินธุ์ ตรัง และราชบุรี เพื่อขับเคลื่อนเรื่องของอาหารปลอดภัยจากผู้ผลิตส่งต่อยังผู้บริโภคด้วยองค์ความรู้
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับพืชสมุนไพร และพืชเสพติดเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์” กับสำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด โดย นางชนิญญา ชัยสุวรรณ อธิบดีอัยการ ณ ห้องรวงข้าว 204 ชั้น 2 คณะเกษตร อาคารวชิรานุสรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดย นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมเป็นพยานและกล่าวว่า อัยการคือทนายแผ่นดิน เกษตรกรเป็นประชาชนที่อยู่ฐานรากของสังคมไทย ซึ่งปกติเวลาเกษตรกรในชนบทมีคดีความส่วนใหญ่จะแพ้คดีเพราะไม่มีทนายที่ดีมาสู้คดีให้ได้ หากว่าเกษตรกรได้ทนายของแผ่นดินมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงก็เชื่อมั่นได้ว่าสามารถที่จะสร้างให้มีความสมดุลในสังคมมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดเกษตรกรเองก็มีที่พึ่งที่ปรึกษา การบันทึกความร่วมมือครั้งนี้เกษตรกรทั่วประเทศทุกคนจะได้ทราบว่าทนายแผ่นดินพร้อมจะเป็นที่พึ่งให้กับเกษตรกรในเรื่องคดีและเรื่องการพัฒนาอาชีพพร้อมกันไปด้วย ด้าน ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล
เกษตรฯ Kick Off โครงการ แพะ-แกะ ล้านนา ประเดิม จ. ลำปาง ดันเกษตรกรสู่ความเข้มแข็ง พัฒนาแพะให้ตรงตามความต้องการตลาด ส่งเสริมอาชีพหลังน้ำลด วันที่15 กันยายน 62 นายประภัตร โพธสุธน รมช. เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิด “โครงการสร้างการรับรู้แก่เกษตรกร เพื่อขับเคลื่อนโครงการ แพะ-แกะ ล้านนา ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงแพะ” พร้อมกับมอบป้ายอนุมัติเงินกู้ยืมกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร แก่ตัวแทนกลุ่มเกษตรจังหวัดลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อ-ขาย แพะ ระหว่างเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงแพะ-แกะ ตามโครงการฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัด กับ บริษัท เอ วาย เค มัทเทิน จำกัด โดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง จ.ลำปาง ทั้งนี้ นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวเป็นองค์กรเกษตรกรที่เข้ม
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดโครงการให้ความรู้กับเกษตรกรเรื่องไผ่ เศรษฐกิจของไผ่ที่จังหวัดภาคใต้หลายจังหวัดและมีผู้นำกลุ่มเกษตรกรได้เดินทางไปดูงานที่ภาคเหนือ โดยเมื่อ 3 ปีที่แล้วเกษตรกรจากภาคใต้ได้นำกล้าไผ่ซางหม่นไปลองปลูกที่จังหวัดยะลา ปรากฏว่าปีต่อปีไผ่เจริญเติบโตและแตกกอเร็วมากกว่าที่ภาคเหนือ อาจด้วยสภาพดินและน้ำน่าจะดีกว่า เกษตรกรที่ภาคใต้จึงสนใจว่าจะพัฒนาเศรษฐกิจไผ่ได้อย่างไร จึงเสนอเรื่องโมเดลการทำหัตถกรรมการทำประโยชน์จากไผ่อย่างง่าย เช่น เรื่องการแปรรูปไผ่เป็นตะเกียบ ไม้บาร์บีคิว ไม้จิ้มฟัน หรืออื่นๆ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจกันมาก ต่อมาทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอบต.) แจ้งว่า มีบริษัทด้านพลังงานมาจากประเทศเกาหลีทราบว่าที่จังหวัดยะลาเกษตรกรให้ความสนใจปลูกไผ่จึงได้เดินทางไปเจรจานำมาสู่ภารกิจ ศอบต.ร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ส่งเสริมปลูกไผ่เพื่อนำไปทำเป็นพลังงานชีวมวลส่งออกไปประเทศเกาหลี นำมาซึ่งการบันทึกความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสาน
ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า สภาเกษตรกรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตรด้วยความเหมาะสมพอเพียง อย่างมีแบบแผน โดยมีแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดขึ้น ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้ของเกษตรกรรุ่นใหม่ด้วยการเรียนรู้ออนไลน์ ซึ่งสภาเกษตรกรฯ มีกลุ่มเป้าหมายอยู่อำเภอละอย่างน้อย 1 คน , การสร้างและใช้แอปพลิเคชั่นในกระบวนการผลิต รับรองผลผลิต การแปรรูปและการตลาดด้วยการพัฒนาความสามารถของบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ บุคลากรภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารให้เข้าถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการผลิต แปรรูปและการตลาดตลอดทั้งห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทานซึ่งจะเริ่มต้นจากการจัดทำแอปพลิเคชั่นการเลี้ยงกุ้ง การปลูกผักเพื่อการส่งออก เป็นต้น การเข้าถึงบริการข้อมูลเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยทราบว่
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมหารือร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งตัวแทนจากโรงพยาบาลทั้ง 4 ภูมิภาค จนนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงกับทางกรมการแพทย์แผนไทย โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติจะปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์เท่านั้นส่งให้กับกรมการแพทย์แผนไทย เพราะทำอาหารต้องปลอดภัยมาก ทำเป็นยายิ่งต้องปลอดภัยมากยิ่งกว่า จึงเสนอการปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์แบบลงทุนให้ฟรีเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง นำร่อง 4 จังหวัด คือ ลำปาง บุรีรัมย์ กาญจนบุรี และสุราษฎร์ธานี ด้วยพื้นที่ 2×2 เมตร 400 ต้น/ไร่ จังหวัดละ 5 ไร่ ปลูกทั้งแบบในโรงเรือนและนอกโรงเรือนซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบ วิเคราะห์ทุกขั้นตอน เหตุที่เลือก 4 จังหวัดนำร่องดังที่กล่าวไปเพราะมีตัวแทนเกษตรกรที่อาสาสมัครเข้ามาและมีความพร้อม พร้อมทั้งในแง่ของหัวใจ ทุนทรัพย์ ด้วยการปลูกนำร่องนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดให้เลย ทุกคนต้องลงทุนควักกระเป๋าเอง อย่างน้อยที่สุดคนละ 1 ล้านบาท ลงทุนฟรีให้กับราชการจะได้เงินหรือไม่ได้เงินคืนมาไม่
