สวนเกษตรผสมผสาน
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณจันทร์ นาชัยดุลย์ เลขที่ 117 หมู่ที่ 7 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม 44130 โทรศัพท์ 086-237-2683, 082-836-8780 มีอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงเพราะใช้สารเคมี พร้อมทั้งได้ประกอบอาชีพเสริมเป็นช่างไม้ โดยรับเหมาก่อสร้างในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นผู้รับเหมาซึ่งต้องรับผิดชอบและดูแลลูกน้องทุกคน ทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บเพราะกำไรเล็กน้อย เงินที่ได้ก็ต้องนำมาลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทำให้ต้องกู้เงินและมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณจันทร์ได้รับชมข่าวสารจากโทรทัศน์ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งเข้ารับการอบรมกับทางอำเภอในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำให้เกิดแนวคิดการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เงินที่หาได้มาก็ใช้แต่ในสิ่งจำเป็น และเหลือเก็บเป็นเงินออม ทำให้ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดเพราะอยู่บ้านก็มีข้าวกิน ปัจจุบัน ไม่มีหนี้สิน มีเงินออม มีความสุขอยู่กับครอบครัว และได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ครูเกษตรชุมชนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ตามแนวทางปรั
ผู้เขียนลงพื้นที่บ้านเซี๊ยะ หมู่ที่ 4 ตำบลจุน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่อชิมอาหารและเสพบรรยากาศของ “ตูบนาคาเฟ่” ร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา แต่มีการจัดโซนของร้านได้งดงาม เสริมด้วยทัศนียภาพของทุ่งนาและขุนเขาเบื้องหลัง กับการบริการแบบบ้านๆ ในราคากันเอง โดยมีชาวบ้านทำเอง ขายเอง สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านเซี๊ยะ คุณนพดล อินต๊ะลาศ อายุ 30 ปี อดีตผู้จัดการบริษัทเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เนมแห่งหนึ่ง เจ้าของ “ตูบนาคาเฟ่” เปิดเผยว่า ในสมัยวัยรุ่นคิดว่า การทำงานดีๆ เงินเดือนเยอะๆ คือความสุข ความสำเร็จ จึงพยายามเรียนและทำงานจนได้เป็นถึงผู้จัดการ เงินเดือนกว่า 50,000 บาท ส่วนภรรยาก็ใช้รถบรรทุกดัดแปลงทำร้านชาชัก โรตีหม้อ ซึ่งก็สร้างรายได้ให้มากพอสมควร แต่ก็พบว่าไม่มีความสุข มันวุ่นวาย มันไม่สงบ ใจนึกถึงแต่บ้านเกิด นึกถึงทุ่งนา จึงตัดสินใจลาออก เพื่อที่จะมีเวลาดูแลพ่อ แม่ เมื่อมาเห็นที่นาของพ่อและญาติในแปลงติดกันมีสภาพเหมาะที่จะทำเป็นแปลงเกษตรสวนผสม เพราะมีสระปลา มีผักสดสารพัดที่ปลูกไว้ แว่บแรกคือการทำอะไรสักอย่างที่สร้างรายได้ให้ตนเอง และสร้างงานในชุมชน จึงคิดทำร้านอาหารเล็กๆ ที่เน้นขายอาหาร
สศท.2 ชู “สมุนไพร” สินค้า Future Crop สร้างรายได้ โอกาสโตช่วงโควิด-19 แนะเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้ความสำคัญคุณภาพและมาตรฐานสินค้า นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาแนวทางบริหารจัดการสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด (พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน) ภายใต้โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) ซึ่งพบว่า “สมุนไพร” เป็นสินค้าทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพืชที่มีอายุสั้น ใช้พื้นที่เพาะปลูกน้อย ประกอบกับมีแหล่งรับซื้อในพื้นที่ ตลาดมีความต้องการผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว และญี่ปุ่น จากผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเพาะปลูกสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจและสามารถสร้างกำไรให้เกษตรกร คือ ลูกยอ ดอกอัญชัน ตะไคร้ใบ และขมิ้นชัน โดยแหล่งผลิตกระจายอยู่ในพื้นท
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน ขึ้นต้นมาก็หวานจ๋อยท้าลมร้อนกันเลยเชียว มิใช่อะไรหรอกครับ วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ วันหยุดสบายๆ ที่ได้หยุดสักวัน เพราะปกติในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผมจะเดินทางไปเยี่ยมชมสวนของพี่น้องเกษตรกร หรือไม่งั้นก็ถ่ายรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกร ในวันสบายๆ เช่นนี้ ผมอยากพาท่านผู้อ่านลัดเลาะไปกินไปเที่ยวกับผม ในรูปแบบอิ่มพุง ตุงสมอง (ได้ความรู้) นัดกับ พี่สมชาย กลิ่นมะพร้าว (เคยลงในตอน สวนผสมของพี่สมชาย ฉบับเดือนธันวาคม 2560) ไว้ที่สวนคลองแปด ถนนรังสิต-นครนายก ภาพอันชินตาสำหรับการขับรถไปในพื้นที่นี้ก็คือสวนส้ม สวนกล้วย และนาหญ้า ปัจจุบัน สวนส้มเริ่มทิ้งร้าง เกษตรกรก็ต้องปรับตัว จึงมีสวนผลไม้อื่นๆ ผุดขึ้นอีกมากมาย ฝรั่ง มะม่วง มะนาว กล้วยหอม บางสวนก็เป็นสวนเกษตรผสมผสาน บางสวนก็ผลิตกล้าไม้จำหน่าย เรียกว่าปรับตัวตามกระแสไปด้วย อะไรที่ดี ที่ขายได้ ที่มีคนสนใจก็ต้องผลิตออกมาสู่ท้องตลาดกัน และก็ไม่นานเช่นกันทุกอย่างก็ล้นตลาด ราคาตก ตัดทิ้งปลูกชนิดใหม่ วนเวียนกันอยู่เป็นวงจรเช่นนี้ อุตส่าห์เกริ่นว่าเป็นวันสบายๆ ก็ขอเล่าแบบสบายๆ ดีกว่าครับ ไม่มีอะไรมา
ประชาชนชาวจังหวัดพะเยาต่างได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 จนไม่สามารถประกอบกิจการและทำงานอะไรนอกพื้นที่บ้านได้ ทำให้ชาวบ้านหันมาทำการเกษตร แบบเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่ พอกิน พอขาย สร้างรายได้ให้กับครอบครัว แทนการออกไปทำงานนอกบ้าน โดยทำสวน สร้างงาน สร้างเงิน แบบพอเพียง ไร้ปัญหาเรื่องผลกระทบการว่างงานจากโรคโควิด-19 ด้วย โดย คุณสราวุฒิ พิกุล อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 14 บ้านสันขะเจ๊าะ ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านสันขะเจ๊าะ ได้ทำการเกษตรพอเพียงแบบผสมผสานโดยการใช้พื้นที่ของตนเองจำนวน 3 ไร่ ทำเป็นสวนพิกุล ปลูกบ้านหลังเล็กๆ ไว้อาศัยพักผ่อน และทำการเกษตรพอเพียงแบบผสมผสาน ปลูกกล้วยตามริมรั้ว มะละกอ ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงเป็ด ห่าน ไก่งวง ไก่พันธุ์พื้นเมือง และทำปุ๋ยน้ำหมักไว้ใช้เอง ทำบัญชีครัวเรือน ควบคุมรายรับ-รายจ่ายทุกๆ เดือน อยู่อย่างมีความสุขบนพื้นฐานความพอเพียง โดยจะนำผลผลิตทั้งผักทั้งไข่ไปขายในตลาดชุมชนของหมู่บ้านทั้งตอนเช้าและตอนเย็น สร้างรายได้ให้กับครอบครัวทุกวัน วันละ 300-400 บาท คุณสราวุฒิ กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 บ้านสันขะเจ๊าะ ตำบลท่าวังท
สถานการณ์ของการทำอาชีพเกษตรกรรมมักเกิดการเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัยได้ตลอดเวลา ฉะนั้น การเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดของชาวบ้านด้วยการปรับอาชีพเกษตรกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความเป็นอยู่ในแต่ละท้องถิ่นมักต้องทำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำเกษตรกรรมเดิมที่ทำอยู่ พื้นที่จำนวน 5 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 27/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ของ คุณยิ่งมณี โยะหมาน ได้จัดทำเป็นแปลงปลูกพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านแบบอินทรีย์ จำนวนกว่า 10 ชนิด เพื่อนำไปขายทุกวันที่ตลาดสดในอำเภอหาดใหญ่ ทำให้มีรายได้ทุกวันโดยไม่สนใจกับรายได้จากพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น คุณยิ่งมณี ปลูกพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านมา 2 ปีแล้ว โดยมองว่าพืชผักเหล่านี้มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น บางชนิดตัดยอดขายทำให้มีรายได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพียงอาศัยความใส่ใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่เท่านั้น พืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านที่คุณยิ่งมณีปลูกไว้มีจำนวนหลายชนิด โดยจะปลูกสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามความเหมาะสม ซึ่งในแต่ละครั้งจะปลูกจำนวนกว่าพันต้น ลักษณะแปลงปลูกเป็นแถว/แนว วางผังการปลูกให้เหมาะสมอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ พืช/ผักชนิดหลักที่ปลูกตา
ปัจจุบัน รัฐบาลมีนโยบายเร่งขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคการเกษตร โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา ภายใต้การนำของ คุณขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการ กศน. ยะลา จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพและต่อยอดหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” นำวิถียั่งยืนสู่ชุมชน เพื่อให้เกษตรกรและนักศึกษา กศน. ได้เรียนรู้และเข้าใจหลักเกษตรทฤษฎีใหม่และนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพได้ หลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่ดีสำหรับนำไปใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน หลายคนที่หันมาใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ล้วนมีความสุข เพราะทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นว่า เหมาะสมกับการดำเนินอาชีพอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร และมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น ส่งผลให้ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ปัจจุบัน จังหวัดยะลา มีปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นคนไทยพุทธและคนไทยมุสลิมหลายท่านที่ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยกตัวอย่าง เช่น คุณประสิทธิ์ ทองใส ปราชญ์ประจำจังหวัดยะลา
จบ ป.โท สานต่อเกษตรครอบครัว ใช้พื้นที่ 25 ไร่ ปลูกมะนาว ทำสวนผักกางมุ้ง เปิดฟาร์มเลี้ยงไส้เดือน ผลิตปุ๋ยใช้เองในสวนช่วยลดต้นทุน ทั้งสามารถขายได้ มีพื้นที่น้อยก็ทำได้ กำไรงาม กระแสคนรุ่นใหม่หันมาสนใจเกษตรกันเพิ่มมากขึ้น หลายคนหันกลับไปสานต่อพื้นที่เกษตรของครอบครัว ต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เกิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน แปรรูปและหาวิธีที่จะช่วยลดต้นทุนในการผลิต และเห็นความสำคัญในเรื่องของสุขภาพทั้งเกษตรกรผู้ทำเองและผู้บริโภคด้วย จะเห็นไอเดียการทำสวนผักกลางกรุง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ สวนผักดาดฟ้า สวนผักบนคอนโดฯ ต่างๆ หรืออีกหลากหลายไอเดียของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่มีความต้องการใช้พื้นที่ที่มีอย่างสร้างสรรค์และคุ้มค่า รู้จักเกษตร ตั้งแต่จำความได้ ทำเกษตรอินทรีย์ หัวใจหลัก “ครบวงจร” คุณศศิธร จุ้ยนาม วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์มลุงเครา รุ่นที่ 2 เล่าในฟังว่า “รู้จักอาชีพเกษตรกรรม มาตั้งแต่จำความได้ คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมการทำเกษตรมาตลอด เนื่องจากครอบครัวยึดอาชีพเกษตรกรรม เริ่มทำเกษตรกันตั้งแต่ประมาณปี 2520 ซึ่งตอนนั้นพื้นที่ตรงนี้ยังเป็นป่าอยู่เลย บนพื้นที่ 25 ไร่ ของฟาร์มลุงเครา ผ่านการพัฒนาและปลูกพืชผลทาง
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบกันผ่านคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย ช่วงนี้คนไทยทุกคนทุกสาขาอาชีพต่างก็ต้องอดทนฝ่าฟันวิกฤติโรคระบาดไปพร้อมๆ กัน ธุรกิจบางอย่างบางอาชีพอาจจะถึงขั้นสิ้นเนื้อสิ้นตัว หากยังไม่มีวัคซีนมาเอาชนะเจ้าไวรัสร้ายตัวนี้ ในส่วนของมนุษย์เงินเดือน หลายคนอาจจะนอนร้อนๆ หนาวๆ ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นมนุษย์เงินหมดจากการถูกเลิกจ้างกันหรือไม่ ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องคนไทยทุกคนผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกัน ดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้วยความมีสติและอดทน มาเข้าเรื่องของเราครับ คิดใหญ่แบบรายย่อยฉบับนี้ ผมจะพาท่านไปพบกับเกษตรกรคนเก่งที่ขยันขันแข็งในงานการเกษตร ปลูกนี่ปลูกนั่นมากมายหลายชนิดประสบความสำเร็จแบบที่หลายคนอิจฉา ลิ้นจี่ ก็เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เขาทำได้ดีจนมีตลาดแน่นอนมารอรับผลผลิตทุกปี ตามผมไปชมกันครับ สวนลิ้นจี่ ในหุบเขา พาท่านมาพบกับ คุณอังคณา และ คุณเกียรติชัย โชสนับ 2 แม่ลูกเกษตรกรคนเก่ง ที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 5 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คุณอังคณา ทำสวนผสมผสานแบบเกษตรอินทรีย์ที่ปลูกพืชผักหลายชนิดและเลี้ยงสัตว์เอาไว้ร
วันนี้ได้รับการชวนจาก ดร.ชูพงศ์ คำจวง เจ้าของโครงการ “นอนบ้านมั่งคั่ง นอนนาแก้จน” จาก ดร. มาเป็นเกษตรกร ทำเอง ทำจริงเป็นตัวอย่าง หรือที่เรียกว่า “แหล่งเรียนรู้” จะไปศึกษาดูงานเรื่องที่ดินกับหมอดินอาสา ที่บ้านอีกุด อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ได้รับเกียรติจาก ดร.ชูพงศ์ เป็นสารถีให้นั่งรถ มุ่งหน้าจากตัวจังหวัดสกลนครไปตามถนนสายสกลนคร-นครพนม เลาะเลียบชมความเขียวขจี ท้องทุ่งริมหนองหารยามนี้ ข้าวกล้ากำลังงาม ภาพเขียวขจีมองผ่านต้นไม้ มองเห็นเทือกเขาภูพาน ตระหง่านด้วยสีน้ำเงินเข้ม ยามท้องฟ้าโปร่งใสไร้เมฆหมอก ขับมาไม่นาน ผ่านอุทยาน “หนองหารน้อย” หรือที่เรียกกันว่า “สวนบัว” เข้าสู่ “บ้านท่าแร่” ที่เอ่ยชื่อแล้วหลายคนรู้จักเป็นอย่างดี และใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็เข้าสู่ตัวอำเภอกุสุมาลย์ ดินแดนที่ว่า “ดินแดนดอกกระเจียว เขียวงามผักหวาน ยอดอาหารไข่มดแดง แมงแคงจั๊ักจั่น ลือลั่นวัฒนธรรมไทโส้” อยู่ห่างจากตัวจังหวัดสกลนคร 45 กิโลเมตร พอเข้าเขตเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ มีแยกตรงหน้าโรงเรียนบ้านกุสุมาลย์เลี้ยวซ้ายเข้าไป ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านอีกุด ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร เป็นบ้านของ คุณ
