สวนเกษตรผสมผสาน
ข้อดีของการปลูกผักสวนครัวแบบผสม คือไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก จะเลือกปลูกที่ไหนก็ได้ขอเพียงแต่มีดินและน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ขณะที่ผักแต่ละชนิดมีอายุเก็บเกี่ยวสั้น ผู้ปลูกจึงต้องอาศัยทักษะบริหารจัดการวิธีปลูกแบบหมุนเวียนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ก็สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี คุณสำรวย แตงขาว บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 3 ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ความจริงแล้วชายผู้นี้เป็นคนทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แหล่งปลูกมะพร้าวแห่งใหญ่ แต่กลับมายึดอาชีพปลูกผักขาย ด้วยการตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีแหล่งดินและน้ำอุดมสมบูรณ์ มีถนนสะดวกต่อการสัญจร มีแหล่งความเจริญที่มีผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันมากเพื่อหาทำเลปักหลักปลูกผักขาย กระทั่งล่าสุดตอนนี้กลับมาปักหลักยังพื้นที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ที่มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ซึ่งเคยปลูกผักขายมาแล้วเป็นเวลานานกว่า 7 ปีได้เงินทุนเป็นล้าน ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี ปรับพื้นที่ยกแปลงปลูกเป็นร่อง ผักที่ปลูก ได้แก่ คะน้า ขึ้นฉ่าย ผักชี พริก มะระจีน ซึ่งผักเหล่านี้ล้วนได้รับความสนใจจากตลาดผู้บริโภค ลักษณะการปลูกแบบยกร่องสวน โดยจะปรับพื้
“ทุเรียนปราจีนบุรี” ติดหนึ่งในทำเนียบทุเรียนพันธุ์ดีของไทย เพราะขึ้นชื่อลือชาในเรื่องรสชาติความอร่อย แต่หากินยากเพราะมีพื้นที่ปลูกไม่มาก ผลผลิตมีจำนวนจำกัด เกษตรกรจึงขายผลผลิตได้ราคาสูง 150-200 บาท ต่อกิโลกรัม ปัจจุบัน ทุเรียนปราจีนบุรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้า ได้แก่ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และมีกลุ่มทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กบชายน้ำ ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้กับทุเรียนปราจีนบุรี ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอนาดีเท่านั้น เนื่องจากทำเลดังกล่าวมีสภาพดินเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกทุเรียน เพราะสภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นหินผุและศิลาแลง ทำให้การระบายน้ำสะดวก น้ำไม่ขังในเนื้อดิน การกระจายตัวของธาตุอาหารทั่วถึง ลักษณะภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝน ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์เหมาะสมพอดีกัน เกษตรกรชาวสวนทุเรียนแต่ละรายในจังหวัดป
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางลดความเหลื่อมล้ำ เกิดการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ด้วยแนวคิดดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตรจึงดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในทุกจังหวัด โดยชูจุดขาย “ท่องเที่ยวธรรมชาติ วิถีชีวิตเกษตร เสน่ห์แห่งภูมิปัญญา” ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่น หวังก่อให้เกิดการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสร้างชุมชนที่เข้มแข็งโดยลูกหลานไม่ต้องลำบากออกไปหางานนอกบ้าน ช่วยเพิ่มโอกาสขายสินค้าได้ภายในชุมชน ทำให้สังคมชนบทของไทยมีโอกาสเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล ท่องเที่ยววิถีคลอง วิถีเกษตรเมืองราชบุรี ท่องเที่ยว “วิถีคลอง วิถีไทยตามรอยเสด็จคลองดำเนิน” หนึ่งในเส้นทางการท่องเที่ยวการเกษตรที่กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี อยากชักชวนคนไทยลองหาเวลาว่างไปเที่ยวชมกัน โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีคลอง วิถีเกษตร และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้นั่งเรือ ล่องไปตามคลอง ชมบรรยากาศริมคลองอันร่มรื่น ชิลล์ลมไปตามสายน้ำ ตื่นตาตื่นใจกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เรียนรู้การทำเกษตร
