สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
เมื่อเร็วๆ นี้ รองศาสตราจารย์นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรประกาศเกียรติคุณนักวิจัยและเยาวชนไทยที่นำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยร่วมประกวดในเวทีสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คว้ารางวัลมาครองได้มากถึง 225 รางวัลทีเดียว ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ภารกิจของ วช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยนำผลงานเข้าจัดแสดงและประกวดผลงานในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมของคนไทยในเวทีระดับโลก รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ เปิดโลกทรรศน์นักวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลที่มุ่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “ประเทศไทย 4.0” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในอนาคต ที่ผ่านมา วช. ได้นำนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลเกียรติยศจาก 2 เวที ได้แก่ 1. เวที “The 47
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีนโยบายรณรงค์ให้มีการค้นคว้า วิจัย รวมทั้งมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม และมีการสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนต่างๆ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น จนเป็นวาระแห่งชาติ เพราะพลังงานทดแทนมีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าจึงมีความสำคัญและถือเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชน อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานทดแทนในปัจจุบันยังคงมีปัญหาต่างๆ อีกมาก วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม ตามการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานทดแทน จึงได้ให้ทุนกิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ ปีงบประมาณ 2559 ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองนโยบายรัฐบาล กลุ่มเรื่องพลังงานทดแทน (โครงการท้าทายไทย) กิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ในชุมชนสีเขียว” แก่ศาสตราจารย์ ดร.ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะ เพื่อศึกษาวิจั
กองทัพบก และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมพัฒนาความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างกองทัพบก และ วช. : พอเพียงเพิ่มพลังชุมชน มั่นคงด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดย พล.ท.สุเชษฐ์ ตันยะเวช ผู้อำนวยการศูนย์ประสานความมั่นคง กอ.รมน.ภาค3 และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมเปิดกิจกรรมการขยายผล ครั้งที่ 10 ในวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมมีขึ้นระหว่าง วันที่ 17-18 มิถุนายน 2562 กิจกรรมครั้งนี้ได้จัดองค์ความรู้ตามความต้องการของพื้นที่ ได้แก่ เรื่อง “เกษตรปลอดภัย : การแปรรูปพริกแห้ง” โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก และ “การสร้างยุ้งฉางเก็บข้าวด้วยมูลกระบือและการผลิตปุ๋ยชีวภาพ” จากมหาวิทยาลัยนครพนม เป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายใต้แผนงานการจัดการความรู้การวิจัยและนวัตกรรม กองทัพบกและ วช. ร่วมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนโดยใช้องค์ความรู้จากงานวิ
ปัจจุบัน อาหารเสริมเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก ซึ่ง กระเทียม เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่ได้รับความนิยมสูง เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นส่วนประกอบของตำรายาไทย เนื่องจากกระเทียมมีฤทธิ์ช่วยต้านจุลชีพ ต้านไวรัส ต้านมะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือด ลดระดับไขมัน ลดการอักเสบ ฯลฯ ดังนั้น ศาสตราจารย์ ดร. นงนุช เหมืองสิน ดร. อุฬาริกา ลือสกุล และ ดร. ศักดิ์ชัย หลักสี แห่งคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีแนวคิดที่จะสกัดและถนอมปริมาณสารสำคัญในกระเทียม เพื่อนำมาเป็นอาหารเสริม เรียกว่า “การ์ลิคอัพ” ที่มีลักษณะเด่นคือ กระเทียมไร้กลิ่น ที่มีปริมาณอัลลิอินสูง กรณีกระเทียมมีกลิ่นลดลงจากการยับยั้งการทำงานเอนไซม์อัลลิอิน ด้วยกระบวนการทรีตเม้นท์และได้ปริมาณสารอัลลิอินที่มีปริมาณสูง พบว่ามีปริมาณอัลลิอินเท่ากับ 8-10 mg/g ประโยชน์ของสารอัลลิอินในกระเทียมจะให้ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดี รวมถึงยังมีฤทธิ์ลดไขมัน ลดความดันโลหิตสูงอีกด้วย นอกจากนี้ อัลลิอิน ยังถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่าอัลลิซินที่มักพบในผลิตภัณฑ์กระเทียมตามท้องตลาด หลังจากอัลลิอินถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดและไปออกฤทธิ์แล้ว อัลลิ
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร ประกาศเกียรติคุณและแสดงความขอบคุณนักวิจัย ในงานแถลงข่าว “การนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมไทยร่วมประกวดและจัดแสดงในเวทีนานาชาติ” ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก กรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า วช. มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการนำผลงานที่มีคุณภาพและมีศักยภาพด้านการวิจัยและด้านการประดิษฐ์คิดค้น เข้าร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงานในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของคนไทย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลงาน รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ อันจะนำไปสู่ผลงานที่ได้มาตราฐานเ
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับเชิญให้บรรยายในการประชุมเสวนาอารยธรรมเอเชีย (Conference on Dialogue of Asian Civilizations: CDAC) ในหัวข้อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้อารยธรรมเอเชีย และประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน ระหว่างวันที่ 15 – 16พฤษภาคม 2562 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวสุนทรพจน์ มีประมุข ผู้นำประเทศ และนักวิชาการ จาก 47 ประเทศทั่วโลก รวมถึงผู้บริหารองค์กรหลายพันคนจากประเทศต่าง ๆ องค์การยูเนสโก และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วม เป็นการประชุมใหญ่เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอารยธรรมของมนุษย์ และมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกัน รวมถึงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความเข้าใจร่วมกัน เพื่อปกป้องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ฯ กล่าวในเวทีเสวนาดังกล่าวว่า วัฒนธรรมและอารยธรรมจากอินเดียและจีนมีบทบาทสำคัญและได้แลกเปลี่ยนกับภูมิภาคเอเชียมานานนับพันปีแล้ว สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะประเทศไท
ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย “สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ” ได้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ” เป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเป็นกลไกการบูรณาการการวิจัยและนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยได้จัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมขึ้น โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผลให้ วช. ได้ปรับเป็น “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ” วช.มีหน้าที่ใน 7 ภารกิจที่สำคัญในระดับประเทศ เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ จัดทำฐานข้อมูลและดัชนีวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ, ริเริ่ม ขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ, จัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย, ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เ
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2562 ว่า เป็นเวทีระดับชาติที่รวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญจากทุกหน่วยงานในระบบวิจัยของประเทศ โดยเฉพาะผลงานที่สามารถใช้ประโยชน์อย่างบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนำไปสู่ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งรัฐบาลได้มุ่งเน้นความสำคัญของการวิจัยและนวัตกรรม ผ่านแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 23 แผนแม่บท สำหรับแผนแม่บทประเด็นที่ 23 ประเด็น การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ได้กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยมีอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของประเทศเพิ่มสูงขึ้น เป็นประเทศชั้นนำของโลก สัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนต่อภาครัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าแผนแม่บท ประเด็นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อการพัฒนาต่อยอดและการสร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้ปฏิรูประบบวิจั
