สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ปัจจุบันการผลิตกล้าไม้ของเกษตรกรทั่วไปมักปลูกหรือชำกล้าไม้ในถุงหรือกระถางที่ทำจากพลาสติก เมื่อกล้าไม้ที่เพาะชำในกระถางเจริญเติบโตเต็มที่ เกษตรกรจะนำเอากล้าไม้ออกจากถุงเพาะชำ เพื่อนำกล้าไม้นั้นไปฝังลงในดิน โดยการฉีกถุงพลาสติก ส่วนถุงเพาะชำพลาสติกหรือกระถางพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วก็กลายเป็นขยะ มักถูกทำลายโดยการเผาหรือการฝังในดิน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นักศึกษาวิทยาลัยพณิชยการเชตุพน ประกอบด้วย น.ส.กชณัช นาคสัมปุรณะ น.ส.วธิศรา รุ่งแสง น.ส.สุชาดา เชื้อมั่น น.ส.จิณภัค ถมของ และ นายณัฐภัทร หิ่มเก่า จึงเกิดแนวคิดออกแบบพัฒนา “กระถางปุ๋ยเพาะกล้าไม้ชีวภาพเสริมธาตุอาหารในดินด้วยจุลินทรีย์ Bacillus megaterium” ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขึ้นมา เพื่อเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งทางการเกษตรตามหลักการ BCG ต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ผลงานกระถางปุ๋ยเพาะกล้าไม้ชีวภาพ ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางธรรมชาติที่มีธาตุ N P K เมื่อนำไปใช้งาน สามารถย่อยสลายธาตุอาหารในดินออกมาใช้ประโยชน์ ทำให้พืชสามารถจับสารอาหารในดินที่ต้องการได้มากขึ้นและมีฤทธิ์ในการเป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราแล้ว ย
วันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี กำหนดให้เป็น “วันอาหารโลก” เพื่อสร้างความตระหนักถึงการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจาก องค์การสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่า ประชากรโลกจะเพิ่มจำนวนจาก 8.5 พันล้านคน ในปี 2030 เป็น 11.2 พันล้านคนในปี 2100 จำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น เสี่ยงเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหารได้ ทุกประเทศจึงมุ่งสร้าง “นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต” ได้แก่ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) โปรตีนทางเลือก (Alternative proteins) และอาหารอินทรีย์ (Organic Food) ที่สามารถเพิ่มผลผลิตได้เร็วและเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สำหรับกลุ่มอาหารโปรตีนทางเลือก ที่จะทวีความสำคัญในอนาคต ได้แก่ 1. โปรตีนที่ทำมาจากพืช (Plant-based protein) 2. โปรตีนจากแมลง (Insect-based protein) 3. เนื้อที่พัฒนาขึ้นจากเซลล์ของสัตว์ (Lab-grown meat) 4. โปรตีนจากเชื้อราหรือจุลินทรีย์ (Mycoprotein) และ 5. โปรตีนจากสาหร่าย (Algae-based protein) โปรตีนทางเลือกจากข้าว ผลงาน มหาวิทยาลัยรังสิต รศ.ยุพกนิษฐ์ พ่วงวีระกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการ คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า “ไข่พืช” เป็นโปรตีนพื
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) จัดกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ภาคใต้และภาคตะวันตก โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกิจกรรมติดดาว และมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม ณ โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์ พลาซ่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. และ สอศ. มีความเชื่อมั่นว่าผลงานที่นำเสนอในกิจกรรมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาไปสู่การใช้งานจริง อันจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานพร้อมให้การสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง โดยกิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากสถาบันอาชีวศึกษาจากภาคใต้และภาคตะวันตก แสดงให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นของผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา ในการพัฒนาผลงานที่มีประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้
เกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ และประมง แต่อาชีพเหล่านี้มีความผันผวนทางรายได้เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น ฤดูกาล ราคาตลาด ปริมาณผลผลิต ทำให้เกษตรกรขาดรายได้บางช่วง ขณะที่ราคาไก่พื้นเมืองมีชีวิตมีความผันผวนต่ำ โดยราคาไก่พื้นเมืองน้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ประมาณ 70-120 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายไก่เนื้อประมาณ 35-40 บาทต่อกิโลกรัม “ไก่” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย มีแนวโน้มอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปริมาณความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ “ไก่พื้นเมือง” หรือ “ไก่พื้นบ้าน” จึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญ ที่สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ชุมชนและท้องถิ่นมาโดยตลอด โดยครัวเรือนส่วนใหญ่จะเลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้เนื่องจากใช้เงินทุนน้อย ดูแลจัดการง่าย ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและทนต่อการเป็นโรคได้ดี ซึ่งการเลี้ยงไก่ไว้ทำให้ครัวเรือนมีความคล่องตัวในการขายหรือนำมาประกอบอาหารตามจังหวะโอกาสที่เหมาะสม ดังนั้น หากส่งเสริมให้มีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จะช่วยให้เกษตรกรภาคใต้มีรายได้ตลอดปี เพราะไก่พื้นเมือ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดพิธีปิดกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมและนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ครั้งที่ 1ประจำปี 2568 ภาคกลางและภาคตะวันออกและพิธีมอบเกียรติบัตรรางวัลติดดาวผลงานเด่นอาชีวศึกษา จำนวน 16 ผลงาน โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมฯ และมอบรางวัลฯ ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า วช. ได้ร่วมมือกับ สอศ. ในการมุ่งเน้นเพิ่มสมรรถนะให้แก่นักเรียนระดับอาชีวศึกษา โดยกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ได้เสริมสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะและเทคนิค ด้านการประดิษฐ์คิดค้นตลอดจนการเขียนข้อเสนอโครงงานสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้นักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาได้เข้าใจและเห็นประโยชน์ของการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นเพื่อสร้างสรรค์ผลงานในเ
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมและนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ครั้งที่ 1 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “TVET Smart Idea2Innovation : บ่มเพาะ เสริมแกร่ง พัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา สู่นวัตกรรมพร้อมใช้” พร้อมด้วย ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง “ปลดล็อกศักยภาพ สร้างชาติด้วยนวัตกรรม : บทบาทของอาชีวศึกษาในการขับเคลื่อน TVET Smart Idea2Innovation” ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้ร่วมมือกับ สอศ. ในการมุ่งเน้นเพิ่มสมรรถนะให้แก่นักเรียนระดับอาชีวศึกษา โดยกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ได้เสริมสร้างและถ่ายทอดองค์
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าว NRCT Talk Phase 2 ครั้งที่ 3 หัวข้อ “นวัตกรรมอาหารอนาคต – จากงานวิจัยสู่ธุรกิจเพื่อสุขภาพ (NRCT Talk: Future Food Innovations – From Research to Market for Health & Wellness)” ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาคาร วช. 8 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช.จัดเวทีเสวนา NRCT Talk ในครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ “นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต” ที่ได้รับความสนใจในระดับโลก การพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้จำกัดเพียงแค่คุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยทางอาหาร แต่เชื่อมโยงกับแนวคิดด้าน ความยั่งยืน (Sustainability), นวัตกรรม (Innovation) และ มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้ วช. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่ง
นกพิราบ เป็นพาหะนำโรคร้ายมาสู่มนุษย์ เพราะมูลของนกพิราบมีทั้งเชื้อราและสปอร์ของคริปโตคอคคัสที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หากได้สัมผัสและสูดดมเอาเชื้อราดังกล่าวเข้าสู่ปอด อาจทำให้ปอดอักเสบและทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้! ปัจจุบันนกพิราบมักสร้างรังตามหลังคาบ้านเรือน มักถ่ายมูลทำให้เกิดความสกปรกแล้ว ยังพบว่า นกพิราบยังเป็นสัตว์พาหะนำโรคต่างๆ สู่มนุษย์อีกด้วย ก่อนหน้านี้ในสหรัฐอเมริกา พบว่านกพิราบเป็นพาหะได้รับเชื้อไวรัสเข้าไป จากนั้นยุงกัดนก แล้วไปกัดคนต่อ ส่งผลต่อทำให้คนได้รับเชื้อ และป่วยได้ ในภาคการเกษตร นกพิราบยังสร้างความเสียหายให้กับพืชผักผลไม้รวมทั้งแปลงนาข้าวโดยนกพิราบลงไปกินเมล็ดข้าวที่หว่านในท้องนา ทำให้เกิดความเสียหายจนต้องหว่านเมล็ดข้าวใหม่ ที่มาและแนวคิดของสิ่งประดิษฐ ดช.พิภู เนติวรรธนะ ดช.ณัฐพัฆน์ ผลพฤกษ์ ด.ช. วิทย์ ฉัตรสุวรรณ นักเรียนระดับประถมโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เล็งเห็นปัญหาของนกพิราบ จึงมีแนวคิดที่อยากจะสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถไล่นก ภายใต้การสนับสนุนของ “ กฤษติชัย ดียิ่ง
นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” จากผลงานการพัฒนาต้นแบบเครื่องเคลือบฟิล์มคาร์บอนคล้ายเพชรสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2568 ประเภทรางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการกัดกร่อนและการสึกหร่อของชิ้นส่วนทางวิศวกรรมในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมได้ กรุงเทพมหานคร – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานเกียรติบัตร โดย รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้รับเชิญในการเข้าร่วมงานด้วย งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2568 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงกา
กรุงเทพฯ – ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตร สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙ ผลงานวิจัยเด่นที่คว้ารางวัล NRCT AWARD ฉลองครบรอบ ๖๕ ปี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่จัดแสดงในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี ๒๕๖๘” เพื่อยกย่องนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ผลงานวิจัย “สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙” – งานวิจัยเด่นจากมหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท และทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ – ๒๕๖๓ ภายใต้โครงการ “การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รีเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานิน” ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มูลนิธิโครงการหลวง และมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง “๓๒๙” (ต้นพ่อจากอิสราเอล) และ “พระราชทาน ๘๐” (ต้นแม่ของไทย) จนได้พันธุ์ที่มีคุณลักษณะโดดเด่น ได้แก่ ขนาดผลใหญ่
