สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
2 สมาคมเมล็ดพันธุ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมธุรกิจเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียและแปซิฟิค ระหว่าง 14 – 18 พ.ย.65 ที่กรุงเทพฯ หวังเปิดเวทีเจรจาธุรกิจแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ พร้อมโชว์ศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ของโลก เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ดร. บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA) และคุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ประธานสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค ( APSA )ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงคณะกรรมการการจัดการประชุมธุรกิจเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียและแปซิฟิค ครั้งที่ 26 โดยได้รับเกียรติจาก ดร. สมบัติ ตงเต๊า รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคุณวิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธิลงนามครั้งนี้ การลงนามความร่วมมือของ สมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (APSA) และ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (ThaSTA) เพื่อจัดเตรียมการประชุมธุรกิจเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียและแปซิฟิค ปี 2565 (2022 Asian Seed Congress – ASC) จัดเฉพาะส
(8 ธันวาคม 2564) ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์กรพันธมิตร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และพันธมิตรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนกว่า 150 หน่วยงาน จาก 7 เขตเศรษฐกิจ จัดงาน “มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ (BCG Health Tech Thailand 2021)” ระหว่างวันที่ 8 – 9 ธันวาคม 2564 ในรูปแบบไฮบริด อีเวนต์ (Hybrid Event) ขานรับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างทั่วถึง โดยได้รับเกียรติจาก ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงานพร้อมแสดงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ พร้อมกันนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้นำผลงานและนวัตกรรมทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขสำคัญเข้าร่วมแสดงภายในงานดังกล่าว จำ
ในปี 2563 ประเทศไทยสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีหลากหลายชนิด มูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้ใช้เพาะปลูกภายในประเทศ 4.3 พันล้านบาท และส่งออก 129 ประเทศ มูลค่า 7.4 พันล้านบาท ตลาดหลักสำคัญอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียแปซิฟิก คาดว่าในปี 2565 ไทยจะมีมูลค่าส่งออกเมล็ดพันธุ์ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกและจำนวนประเทศคู่ค้าที่สั่งซื้อเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านงานวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ มีศักยภาพการบริหารจัดการเชื้อพันธุกรรม การปรับปรุงพันธุ์พืช การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง และการเพิ่มมูลค่าเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากบริษัทเมล็ดพันธุ์ของไทยส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจในลักษณะรับจ้างผลิตเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์ส่วนนี้คือ การขายแรงงานและที่ดินของประเทศในราคาถูก บริษัทต่างชาติที่มาจ้างผลิตมีอำนาจต่อรองราคา มีโอกาสเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านในราคาค่าแรงที่ถูกกว่า ดังนั้น รัฐบาลไทยมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ ตามแผนพัฒนาโมเดล BCG Economy หรือ เศรษฐกิจ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี และเครือข่ายพันธมิตร พัฒนาพื้นที่ชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ชมความงามไม้ดอกได้ตลอดปี พร้อมเปิดตัว “ปทุมาห้วยสำราญ” ไม้ดอกหน้าฝนสายพันธุ์ใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตรของจังหวัดอุดรธานี สอดคล้องกับแผน นโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาของจังหวัดที่จะยกระดับความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัด สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ได้ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ตำบลหนองไฮ อำเภอเมืองอุดรธานี พัฒนาพื้นที่ของชุมชนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี และยังเป็นแหล
วันที่ 15 กันยายน 2564 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ส่งมอบ PETE (พีท) เปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 7 ชุด ให้แก่โรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์รับมือสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วย นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และทีมนักวิจัยเอ็มเทค เป็นผู้ส่งมอบฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และวิจัยพัฒนา ภายใต้ ศปก.ศบค. ได้มีการนำโจทย์จากประเด็นความสำคัญของประเทศมาดำเนินการผลักดันเพื่อให้เกิดผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่จะช่วยแแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยรับโจทย์จากสถานการณ์จริง รวมถึงการส่งเสริมให้กับนักวิจัยและนักวิชาการได้ร่วมกันพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มมีการระบาดจนถึงปัจจุบัน โดยระยะแรกที่อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์เริ่มมีการขาดแคลน วช. ไ
วศ. จับมือ วว. และ สวทช. เปิดเวทีเสวนาวิชาการ“ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด” มองภาพอนาคตตอบโจทย์ประเทศ วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานเสวนา เรื่อง “ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด” จัดโดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านระบบ ZOOM Online และ Facebook Live เพื่อสอดคล้องกับนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้าฯ สป.อว. ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าวว่า การจัดงานเสวนาในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือหลายหน่วยงานในสังกัด อว. อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ชาติไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรป รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พิศภูมิวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดล มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เรื่อง “เรียนร
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร เดินหน้าโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” ส่งมอบอาหารพร้อมรับประทาน สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤต ล่าสุด ดร.ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส พร้อมด้วยชาวซีพีเอฟจิตอาสา เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมส่งมอบอาหารพร้อมทานเมนูบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง ให้แก่ โรงพยาบาลสนาม บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ เพื่อเป็นกำลังใจและแทนคำขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ ดูคนพิการที่ติดเชื้อโควิด โดยมี นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รับมอบ นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ เดิมทีเป็นอาคารที่พักสำหรับเด็กและเยาวชนที่มาเข้าค่ายอบรมด้านวิทยาศาสตร์ แต่จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ขยายวงกว้าง สถาบันฯ จึงปรับให้เป็นที่รองรับผู้ป่วยโควิดสำหรับคนพิการ ซึ่งเ
ข่าวดีต้อนรับวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (22 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา) นักวิชาการไทยค้นพบพืชวงศ์ขิง 8 ชนิดใหม่ของโลก อาทิ “กระเจียวจรัญ”, “กระเจียวรังสิมา”, “ขมิ้นน้อย”, “ขมิ้นพวงเพ็ญ” ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เชี่ยวชาญพืชวงศ์ขิงและนักพฤกษศาสตร์ของไทย นอกจากนี้ ยังพบพืชวงศ์ขิงที่มีการรายงานใหม่ในประเทศไทยอีก 1 ชนิด เตรียมศึกษาอนุรักษ์ระยะยาว รศ.ดร.สุรพล แสนสุข นักวิจัยสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช และ ผศ.ดร.ปิยะพร แสนสุข นักวิจัยภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อดำเนินโครงการองค์ความรู้พื้นฐานโครโมโซมของพืชวงศ์ขิงในประเทศไทย โดยในช่วง ปี 2563 ที่ผ่านมา ได้สำรวจและเก็บข้อมูลพืชวงศ์ขิงในประเทศไทย เพื่อนำตัวอย่างพืชมาศึกษาโครโมโซม และได้ตรวจสอบลักษณะพืชเพื่อจำแนกพืชให้ได้ชื่อวิทยาศาสตร์พืชแต่ละชนิด แบ่งเป็นสกุลขมิ้นหรือสกุลกระเจียว (Curcuma) 6 ชนิด และสกุลเปราะ (Kaempferia) 2 ชนิด มีลักษณะพืชที่แตกต่างและไม่ตรงกับพืชชนิดอื่นๆ ถือพ
สองหน่วยงานสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผนึกกำลัง เปิด 2 เวที ประลองความสามารถเยาวชนในการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และการเขียนโปรแกรม พร้อมชู 2 อดีตเยาวชนที่เคยผ่านการแข่งขันทั้งสองเวที ซึ่งเติบโตเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่และโปรแกรมเมอร์ดาวรุ่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวความร่วมมือในการเปิดเวที “การประกวดผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ณ โถงอาคาร สวทช. (โยธี) ถ.พระรามที่ 6 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งสองหน่วยงาน ที่ร่วมเปิดเวทีการประกวดเยาวชนคนเก่ง สำหรับการประกวดผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ประกอบด้วยโครงการการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Young Scientist Competition : YSC) และโครงการการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย (The
เมื่อเร็วๆ นี้ ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเวทีนำเสนอนโยบาย “คลังปัญญาผู้สูงอายุ เพื่อรวมพลังภาคีและสร้างชุมชนสุขภาวะ” โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาระบบคลังปัญญาผู้สูงอายุ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ส่งเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการความรู้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการสื่อสาร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญา เพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมสุขภาวะ การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ใช้นโยบาย กศน. Wow ด้านที่ 4 คือ การเสริมสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่าย Good Partnership ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (มสพช.) การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือ นำเอาศักยภาพของบุคลากรและจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกัน จะดำเนินการร่วมกับเครือข่ายโรงเรียน ชุมชน ผู้สูงอายุ และศูนย์เรียนรู้ที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อสนับสนุนให้ศูนย์เรียนรู
