สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
สองหน่วยงานสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผนึกกำลัง เปิด 2 เวที ประลองความสามารถเยาวชนในการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และการเขียนโปรแกรม พร้อมชู 2 อดีตเยาวชนที่เคยผ่านการแข่งขันทั้งสองเวที ซึ่งเติบโตเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่และโปรแกรมเมอร์ดาวรุ่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวความร่วมมือในการเปิดเวที “การประกวดผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ณ โถงอาคาร สวทช. (โยธี) ถ.พระรามที่ 6 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งสองหน่วยงาน ที่ร่วมเปิดเวทีการประกวดเยาวชนคนเก่ง สำหรับการประกวดผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ประกอบด้วยโครงการการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Young Scientist Competition : YSC) และโครงการการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย (The
เมื่อเร็วๆ นี้ ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเวทีนำเสนอนโยบาย “คลังปัญญาผู้สูงอายุ เพื่อรวมพลังภาคีและสร้างชุมชนสุขภาวะ” โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาระบบคลังปัญญาผู้สูงอายุ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ส่งเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการความรู้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการสื่อสาร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญา เพื่อขับเคลื่อนสู่สังคมสุขภาวะ การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ใช้นโยบาย กศน. Wow ด้านที่ 4 คือ การเสริมสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่าย Good Partnership ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (มสพช.) การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือ นำเอาศักยภาพของบุคลากรและจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกัน จะดำเนินการร่วมกับเครือข่ายโรงเรียน ชุมชน ผู้สูงอายุ และศูนย์เรียนรู้ที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อสนับสนุนให้ศูนย์เรียนรู
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และพันธมิตร พัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียว “หอมนาคา” ขยายผลสู่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพการผลิตข้าวคุณภาพตรงตามพันธุ์ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. โดย ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ได้มีการทำงานร่วมกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศ โดยเน้นด้านการพัฒนาพันธุ์พืชและการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันไบโอเทค สวทช. เป็นเลิศทางด้านนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์แนวอณูวิธี (molecular breeding) กับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าว ซึ่งเน้นพ
กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) มุ่งสู่การเป็นองค์กรชั้นนำในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับการคิดค้นวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น เพิ่มโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของคนไทยที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นการลดการซื้อและนำเข้าสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 วศ. พัฒนานวัตกรรมต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง และได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1.รถพยาบาลเคลือบสารต้านจุลชีพ รถตู้มาตรฐานที่ได้รับการปรับปรุงภายในห้องโดยสารให้เหมาะสำหรับ รถพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และผู้ปฏิบัติงาน ลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ 2.รถพยาบาลโครงสร้างปลอดภัยเคลือบสารต้านจุลชีพ รถกระบะมาตรฐาน ที่ได้รับการดัดแปลงโครงสร้างห้องโดยสารพยาบาล เน้นคุณสมบัติความปลอดภัย 3.พื้นสังเคราะห์อเนกประส
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาระบบตรวจสอบสภาพบ่อเพาะเลี้ยงทั้งทางกายภาพ เคมี และชีวภาพด้วยเทคโนโลยี IoT ในพื้นที่ภาคตะวันออก (Aqua-IoT ภาคตะวันออก) นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ขยายผลใช้งานจริง พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ณ พื้นที่ภาคตะวันออก (จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสัตว์น้ำ นำร่องกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า ในปี 2553 ประเทศไทย เกิดวิกฤตสภาวะตายด่วนของกุ้งทะเล (Shrimp Early Mortality Syndrome: EMS) ทำให้ไทยตกอันดับจากที่ 1 ของการส่งออกกุ้งและร่วงหล่นลงมาต่อเนื่องหลายปี ทำให้อัตราการเจริญเติบโต GDP ของภาคการประมงและอัตราการเจริญเติบโตมูลค่าธุรกิจของสหกรณ์ประมงมีอัตราการหดตัว โดยเฉพาะในช่วงปี 2557 มีอัตราการหดต่ำสุด เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ปัญหาจากโรคตายด่วน (EMS) ในกุ้งทะเล จนกระทั่งปี 2558 แม้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่ผลผลิตยังไม่ถึงเป้าหมา
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP โดยอาจารย์จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) แก่ บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ที่แตกไลน์ธุรกิจ นำเทคโนโลยีระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory มาใช้กับการปลูกพืชออร์แกนิกในห้องพักอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมืองของบริษัท ทำให้ได้ต้นแบบห้องที่ปลูกผักและผลไม้ออร์แกนิกชนิดต่างๆ เช่น สตรอเบอรี่ Kale และสมุนไพรเมืองหนาว อาทิ พาสเลย์และดอกไม้กินได้ สำหรับไว้ปั่นกินได้ทุกฤดูกาล พร้อมเป็นสถานที่ดูงานของลูกค้าบริษัทที่สนใจจะทำระบบฟาร์มเกษตรในอาคารได้เห็นต้นแบบของธุรกิจประเภทนี้ เพราะผักและผลไม้ออร์แกนิกที่ปลูกเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงในตลาด ราคาแพง และการลงทุนของเทคโนโลยีนี้เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถจะพอลงทุนได้ด้วยกำลังของตัวเอง คุณชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า โครงการยกระดับผักและผลไม้ไทย : โอกาสสำหรับพัฒนาเกษตรกรรมสู่ควา
ลอรีอัล มอบทุนพิเศษเพื่องานวิจัยโควิด-19 เผยผลงาน 3 นักวิจัยสตรีไทย ผู้ได้รับทุนพิเศษจากโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” กิจกรรมภายใต้โครงการ L’Oréal Thailand COVID-19 Solidarity ส่วนสนับสนุนสายงานวิทยาศาสตร์ กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2563 – บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรายชื่อ 3 นักวิจัยสตรีผู้ได้รับทุนพิเศษ เพื่องานวิจัยโควิด-19 จากโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ที่มีผลงานสร้างประโยชน์อย่างโดดเด่นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในหลากหลายด้าน ตอกย้ำความมุ่งมั่นโครงการ L’Oréal Thailand COVID-19 Solidarity ในการปันน้ำใจและให้การสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมช่วยเหลือในช่วงวิกฤติโควิด-19 นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ลอรีอัลเชื่อมั่นมาตลอดว่า โลกต้องการวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ต้องการผู้หญิงเพื่อร่วมเป็นแนวหน้าในสร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์การระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เป็นความหวังสำคัญในการคิดค้นวิ
ชีวิตติดล็อกดาวน์กว่า 3 เดือน จากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งต้นเหตุสำคัญของการติดเชื้อไวรัสได้มากนั้น คือการสัมผัสเชื้อด้วยมือและนำเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจากการเผลอใช้มือสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก และดวงตา ทว่าเราทุกคนต่างได้เห็นภาพคนไทยใส่ใจดูแลตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเอง จนเป็นที่กล่าวขานในทางชื่นชมไปทั่วโลก สอดคล้องกับผลสำรวจของ บริษัท YouGov จากประเทศอังกฤษ จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 12,999 ราย ที่เผยว่า คนไทยมีพฤติกรรมการใส่หน้ากากอนามัยและการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ป้องกันโรคโควิด-19 สูงที่สุดในอาเซียน (เทียบกับ 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย) ดังนั้น โลกหลังยุคโควิด-19 จากนี้ไป ‘หน้ากากอนามัย’ ไม่เพียงเป็นของใช้จำเป็นที่ทุกคนต้องมีติดตัวไปทุกที่ แต่วิถีการใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทก็กระตุ้นให้เกิด ‘นวัตกรรม’ ใหม่ๆ ดังเช่น นวัตกรรมปุ่มกด ‘ลิฟต์ไร้สัมผัส’ หรือ MagikTuch จากศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อให้ทุกคนเลี่ยงเชื้อโรคจากการไร้สัมผั
ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดำเนินโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2562 หรือ SUCCESS 2019 ที่มีผู้ประกอบการเทคโนโลยี และ Startup เข้าร่วมโครงการจำนวน 41 บริษัท เพื่อสร้างรากฐานความแข็งแรงให้องค์กรธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้และกระบวนการบ่มเพาะต่าง ๆ เพื่อทำธุรกิจให้ยั่งยืน พร้อมโอกาสขยายตลาด ล่าสุดกับหนึ่งในผู้ประกอบการในโครงการ ‘แพลตฟอร์มทองหล่อ’ ที่ให้บริการตัดผมและเสริมความงามแบบครบวงจรนอกสถานที่ โดยช่าง Partners มืออาชีพ เข้าตานักลงทุน Angel Fund จำนวน 10 ล้าน เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโต และเข้าถึงใจของผู้ใช้บริการให้มากยิ่งขึ้น พร้อมระบุช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ยอดใช้งานเติบโตสูงขึ้น นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) สวทช. กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินโครงการบ่มเพาะ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ University of Kent พัฒนาวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการใช้สาหร่ายเซลล์เดียว (microalgal-based platform) เพื่อการป้องกันโรคในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย International Collaboration Awards 2019 จาก The Royal Society ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Challenges Research Fund (GCRF) สหราชอาณาจักร เป็นจำนวน 9 ล้านบาท ตั้งเป้านำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในการป้องกันการเกิดโรคตัวแดงดวงขาว และโรคหัวเหลืองได้ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาคอาเซียน ในปี พ.ศ. 2562 รายงานจากสมาคมกุ้งไทยแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งเลี้ยงประมาณ 290,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากจากการระบาดของโรคต่าง ๆ สร้า
