หม่อน
ที่สวนแม่หม่อน ใช้วิธีการปลูกแบบแบ่งโซน มีการจัดกิ่งให้โน้มเข้าหากันคล้ายอุโมงค์ เพื่อง่ายต่อการดูแลเก็บเกี่ยวผลผลิต และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม เก็บผลสดถ่ายรูปได้ตลอดทั้งปี วิธีการไม่ยาก แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน ถ้าปลูกที่บ้าน ให้ปลูกแค่ 4 ต้น สมมุติว่า ที่สวนมี 400 ต้น ให้แบ่งปลูกเป็นโซน โซนละ 100 ต้น 100 ต้นแรก ให้ตัดแต่งกิ่งและยอด เอาใบออก แล้วจับกางออกให้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง แล้วนับตั้งแต่วันตัดแต่งกิ่ง 50 วัน จะเริ่มเก็บลูกได้ ระยะเวลาในการเก็บลูก 20 วัน ถึง 1 เดือน ลูกจะหมด เพราะฉะนั้น 100 ต้นแรก แต่ง วันที่ 1 ของเดือนมกราคม เว้นไว้ 1 เดือน วันที่ 1 ของเดือนกุมภาพันธ์ มาแต่งอีกโซน ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 4 โซน พอครบก็จะกลับมาโซนที่ 1 ใหม่ 1 ต้น 1 ปี จะตัดได้ 3 ครั้ง ด้วยวิธีนี้มัลเบอร์รี่ที่นี่จึงไม่ขาดลูกเลยตลอดทั้งปี ระยะห่างระหว่างแถว 4×4 เมตร ต้นโตดี ให้ผลผลิตดก “จากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้สอนให้เจ้าของรู้ เริ่มต้นเคยปลูกห่างกันแค่ 2 เมตร ผ่านมา 1 ปี ต้นโตชนกัน พอชนเรามาคิดละว่า ทำไงดี จึงใช้วิธีขุดล้อมยกทั้งเบ้าไปปลูกที่อื่น หลังจากนั้น จึงค้นพบว่า ระยะห่างที่เหมาะ
“หม่อนยูนนาน-มะนาวหอม” เป็นผลผลิตจาก สวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ เจ้าของสวนแห่งนี้คือ คุณน้อย หรือ คุณนิรันดร์ชัย เกษบึงกาฬ ได้ยืนยันว่า “หม่อนยูนนาน-มะนาวหอม” เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในวงกว้าง หลังจากได้เปิดขายในงานแสดงสินค้า และสื่อออนไลน์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับหม่อนยูนนาน ขายส่งในราคา กิ่งละ 80 บาท มีออเดอร์จากทั่วประเทศ เดือนละนับ 1,000 กิ่ง คุณน้อย หรือ คุณนิรันดร์ชัย เกษบึงกาฬ เจ้าของสวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ คุณน้อย เรียนจบสาขาพืชสวน จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชสวน หลังจากนั้นทำงานกับโบนันซ่า เขาใหญ่ และทำอาชีพรับจ้างจัดสวนอยู่หลายปี ก่อนจะหันมาทำอาชีพเกษตรกรรมอย่างเต็มตัว โดยใช้ชื่อสวนเกษตรแห่งนี้ว่า สวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ ตั้งอยู่ เลขที่ 10 หมู่ที่ 7 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130 คุณน้อยชื่นชอบการบริโภค “หม่อนกินผลสด หรือมัลเบอร์รี่” มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพสูง เขาจึงสะสมพันธุ์มัลเบอร์รี่สายพันธุ์ไทยและต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก “หม่อนยูนนาน” ให้ผลดกทั้งปี เมื่อ 3 ปีก่อน คุณน้อยได้ไปเที่ยว
กรมหม่อนไหม พัฒนาชาผลหม่อน ฟรุตทีของไทย ให้คุณประโยชน์สูง กรมหม่อนไหม พัฒนาผลิตภัณฑ์ชาชงจากใบหม่อนผสมผลหม่อน เพิ่มคุณประโยชน์ทั้งช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดได้ไม่ยาก นายอภัย สุทธิ์สังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ผลิตภัณฑ์จากชา เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพและบริโภคพืชสมุนไพรและผลไม้ที่มีประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเครื่องดื่มสมุนไพรจากใบหม่อนเป็นที่ยอมรับว่าช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ปรับลดความดันโลหิตให้อยู่ในสภาพสมดุล และยังมีแคลเซียมในโพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี1 และบี2 และวิตามินซีสูงกว่าในใบชาทั่วไป นอกจากนี้ ยังพบสารแกมมาอะมิโนบูติริคแอซิด (GABA) ซึ่งช่วยปรับระดับความดันโลหิตและลดการอักเสบในสมอง และพบสารดิออกซิโนจิริมัยซิน (DNJ) ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ทีมวิจัยจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีน
หม่อนหิมาลายัน มีถิ่นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่มีระดับสูงกว่าน้ำทะเล 2,300 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ขนาดเล็ก ที่สูงถึง 15 เมตร ชื่อวิทยาศาสตร์ โมรัสเซอราต้า อยู่ในสปีชีส์ มัลเบอรี่ มีสองสี สีขาว และแดงอมม่วง ขนาดผลยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร มีรสหวาน หม่อนหิมาลายัน เป็นพืชที่พัฒนาพันธุ์ และขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด โดยใช้ต้นตอพันธุ์พื้นเมืองบ้านเรา หม่อนหิมาลายัน มีสองสี คือ ไวท์หิมาลายัน มัลเบอรี่ และ เรดหิมาลายัน มัลเบอรี่ แต่การพัฒนาพันธุ์ทำให้ปลูกได้ในเขตร้อน เช่น ประเทศไทยเรา ผู้เขียนได้สอบถามเกษตรกรผู้ที่ปลูกหม่อนหิมาลายัน คือ อาจารย์วิเชียร บุญเกิด แห่งสวนสุวรรณีปรางทอง กำแพงเพชร “ผมปลูกมาหลายปีแล้วครับ เหมาะสำหรับปลูกไว้ดูเล่นเป็นไม้ประดับได้ และสร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้าน เพราะหม่อนหิมาลายันนี้มีลักษณะผลยาว 3-4 นิ้ว และรสชาติหวาน ไม่มีเปรี้ยวผสมเลยครับ” อาจารย์บอก จากข้อมูลประสบการณ์ตรงที่สวนอาจารย์วิเชียร หม่อนหิมาลายัน ถือว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้คลายเครียดได้ เพราะจะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี สีสันสวยงาม อยู่ที่การดูแลและตัดแต่งกิ่ง อาจารย์วิเชียร ได้บอกกับผ
ฉบับนี้ มีโอกาสเดินทางไปดูการปลูกหม่อนที่โรงเรียนขยายโอกาสการศึกษา ที่บ้านหนองไผ่ ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร คุณยุธยา เทอำรุง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร เคยเอ่ยปากชักชวนผู้เขียนไปชมการปลูกหม่อน ขายผลสด สร้างรายได้ในโรงเรียน ในช่วงที่พบกันระหว่างการประชุมของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ครั้งนี้มีโอกาสจังหวะเหมาะสมดี ที่ คุณยุธยา เทอำรุง ผอ. โรงเรียนบ้านหนองไผ่ ขับรถมารับที่หน้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร เพื่อเป็นการประหยัดและจะได้ทักทายกัน ขับออกจากตัวเมืองสกลนคร จากจุดนัดพบ รถมุ่งหน้าไปตามถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ผ่านแยกบายพาส มองเห็นเทือกเขาภูพานนอนเป็นแนวทอดขวางกั้น สีเขียวปนคราม เมฆหมอกยามสายยังไม่จางหายไป ลอยอ้อยอิ่งอยู่ด้านหน้า บ่งบอกอากาศในช่วงเช้า มีอุณภูมิที่ค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ 10-11 องศาเซลเซียส ของเดือนธันวาคมปลายปีที่ผ่านมา รถวิ่งมาได้ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงทางสามแยกที่เรียกว่า บ้านศรีวิชา พบป้ายบอกไปอำเภอเต่างอย ซึ่งเป็นอำเภอที่มีสัญลักษณ์เป็น “พญาเต่า” มีผู้คนเดินทางมาไหว้และเที่ยวชม มีชื่อเสียงในทางขอโชคลาภ จนโด่งดัง หากเอ่ยชื่อแล้วเป็นที่รู้จักทั่วไป เล
เคยนำเสนอเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อขายตัวไหมสุกไปแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าบริษัทที่รับซื้ออยู่ที่ไหน ดำเนินการกันอย่างไร และเขานำไปทำอะไรต่อ วันนี้จะได้เล่าในรายละเอียด บริษัทเอกชนที่จังหวัดพะเยาจับมือศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ น่าน ส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไหมขายตัวเป็นๆ โดยรับซื้อไปเดินเส้นไหมเองส่งออกไปขายที่ประเทศเกาหลี ซึ่งความต้องการของตลาดยังมีอีกมาก คุณสุมิตร ฮาวบุญมี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท NTGS จำกัด ตั้งโรงงานอยู่ที่ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา กล่าวว่า บริษัทจัดตั้งได้ยังไม่นานนัก ก่อนหน้านี้เป็นวิสาหกิจชุมชนเล็กๆ ทำงานเกี่ยวกับแผ่นใยไหม มีการไปแสดงสินค้าตามงานต่างๆ มีลูกค้าชาวต่างประเทศเข้ามาติดต่อโดยเฉพาะลูกค้าชาวเกาหลี เห็นว่าธุรกิจตัวนี้มีช่องทางที่จะเป็นไปได้ จึงมาศึกษาพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในจังหวัดพะเยาและเชียงราย ซึ่งเกษตรกรทำเป็นอาชีพดั้งเดิมอยู่ก่อนนี้แล้วมากพอสมควร ประกอบกับประสานข้อมูลกับศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน จะเป็นผู้สนับสนุนทางวิชาการและผลิตไข่ไหมป้อนให้กับเกษตรกรในระยะแรก เห็นว่าสามาร
หลายคนมีความฝันถึงอนาคตว่าต้องการมีชีวิตแบบบ้านไร่ ทำสวน ปลูกต้นไม้ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยึดอาชีพเป็นเกษตรกร สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ สร้างรายได้ยั่งยืนและมีความสุข บนพื้นที่ของตัวเอง คุณสายสุนีย์ สุวรรณดี หรือป้าน้อย เจ้าของฟาร์มสายทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนสด ปลอดสารเคมี พร้อมการแปรรูปครบวงจร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำตามความฝันจนประสบความสำเร็จ ป้าน้อย เล่าว่า เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตร อยู่กรุงเทพฯ ก็ทำอาศัยเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจค้าขาย แต่ความฝันของป้าน้อยคืออยากเป็นคาวเกิร์ล เพราะชอบดูหนังคาวบอยของตะวันตก เมื่อ 30 ปีก่อน จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน แถวจังหวัดสระบุรี ก่อนจะย้ายมาทำเกษตรในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาปลูกมัลเบอร์รี่ ปลอดสารเคมีแบบนี้ พื้นที่นี้ก็เคยผ่านการปลูกกระถิ่น การเลี้ยงโคนม มาก่อน แต่การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่เหนื่อยมากซึ่งก็ทำมาหลายปีกว่าจะหยุดลง แล้วหันมาปลูกมัลเบอร์รี่แทน โดยเริ่มจากมีต้นแม่พันธุ์อยู่แค่เพียง 2 ต้นเท่านั้น ซึ่งลูกสาวซื้อมาให้จากเชียงใหม่ เอามาปล
“ผลหม่อน” นอกจากกินสดแล้ว ยังนำไปแปรรูปได้อีก สวนหม่อนที่ผมจะนำมาเสนอท่านผู้อ่าน นอกจากผลิตหม่อนขายผลสดแล้ว ยังนำมาแปรรูปเป็นน้ำหม่อนพร้อมดื่ม แยมผลหม่อน โยเกิร์ต เยลลี่ เค้ก ใช้น้ำหม่อนเป็นส่วนผสมของขนมปังโฮลวีท ของใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งน้ำยาล้างจานจากหม่อน แชมพูสระผมจากหม่อน สบู่จากหม่อน ทั้งชนิดก้อนและเหลว เกษตรกรท่านนี้เป็นเกษตรกรผู้ประกอบกิจการผลิตผลสด แปรรูปเอง ทำการตลาดเพื่อขายเอง ต่อมาก็เปิดสวนหม่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตร (Mulberry farm) และให้บริการเป็นที่พักแบบฟาร์มสเตย์ (Farm stay) สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เจ้าของสวนหม่อนที่จะกล่าวในรายละเอียดต่อไปนี้คือ คุณจารุวรรณ เอกบัว ชื่อเล่นว่า คุณเล็ก อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 6 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ (098) 446-6932 คุณเล็ก บอกเล่าถึงชีวิตก่อนหักเหมาเป็นเกษตรกรว่า เป็นคนจังหวัดขอนแก่น พ่อแม่มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แต่ตนเองหันมาประกอบอาชีพรับจ้างเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่สาขาจังหวัดแพร่ ตำแหน่งสุดท้าย ผู้จัดการฝ่าย “
คุณเมจิรา สงวนชม เจ้าของสวนชนาภัทร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 16 ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้นำต้นหม่อนมาปลูกเพื่อเป็นไม้ขุดล้อม ต่อมาเมื่อไม้สามารถให้ผลผลิตได้ จึงนำมาแปรรูปให้มีความหลากหลาย จึงเกิดเป็นสินค้าติดตลาดสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณเมจิรา เล่าให้ฟังว่า การทำสวนเป็นอาชีพที่ทำมานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ของเธอ แต่ในสมัยนั้นเรื่องเหล่านี้ยังไม่ได้อยู่ในสายตาของเธอเลยก็ว่าได้ เพราะมองว่าเป็นงานที่หนักและไม่น่าจะมีความสุขในสายงานนี้ จึงทำให้ไปหางานทำทางด้านอื่นเพื่อเป็นอาชีพให้กับตนเอง แต่ก็ยังไม่เกิดความสุขในงานบริษัทที่ได้ไปสัมผัส จึงได้ตัดสินใจกลับมาบ้านและลองทำสวนอย่างจริงจังในเวลาต่อมา “ช่วงแรกที่จะกลับมาทำ คนเขาก็มองว่าเราจะทำได้เหรอ เพราะสมัยก่อนทำงานบริษัทมันน่าจะสบายกว่าการที่มาทำสวน เสร็จแล้วเราก็ลองมาทดลองทำดู เพราะมองว่าของแบบนี้มันก็เหมือนอยู่ในสายเลือด เพราะช่วงที่เรายังเด็กก็จะเห็นแม่เขาปลูกเงาะ มังคุด ทุเรียน ซึ่งของพวกนี้ปีหนึ่งผลผลิตมันก็จะได้ครั้งเดียว เราก็มามองว่ามันน่าจะมีอย่างอื่น ที่ทำแล้วให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปีมาปลูก ช่ว
เดิมที หม่อนไหม เป็นเรื่องของการนำเอาเส้นใยมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม อาชีพนี้ยอดฮิตอยู่บนแดนดินถิ่นที่ราบสูง มีหลายครอบครัวปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีโอกาสหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านการศึกษา ภาคอื่นก็พบเห็นเช่นกัน ระยะหลังๆ เริ่มปลูกหม่อนกินผล รวมทั้งการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งพบว่า มีผู้ประสบความสำเร็จในเรื่องของการผลิตและแปรรูปจำหน่าย หม่อนกินผล ต่างจากหม่อนไหมเส้นใย ตรงที่นำผลมาบริโภค ดังนั้น การผลิตต้องคำนึงถึงสุขอนามัย ด้วยเหตุนี้ จึงมีการผลิตหม่อนกินผลอินทรีย์ขึ้น ที่จังหวัดสกลนคร ถือเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตหม่อนกินผลอินทรีย์ หน่วยงานของรัฐได้เข้าไปส่งเสริมหม่อนกินผลอินทรีย์ โดยการรับรองแบบมีส่วนร่วม คุณเพชรี บุญทวี นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 2 จังหวัดอุดรธานี ที่ร่วมรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสกลนคร บอกว่า หากมีการผลิตหม่อนกินผลอินทรีย์ โดยมีองค์กรรับรอง จะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น เกษตรกรผู้ผลิตก็จะสามารถลดต้นทุนการผลิต มีความปลอดภัย จำหน่ายได้ในราคาที่เป็นธรรม เกษตรอินทรีย์ การรับรองแบบมีส่วนร่วม การส่งเสริมผลิ
