อาหาร
เมื่อได้รับเทียบเชิญไปร่วมงานศิลปะที่ เมืองโซโล อินโดนีเซีย ฉันตกปากรับคำอย่างไม่ต้องลังเลและกังขาในข้อใด ด้วยว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ตรึงใจ เคยไปแล้วก็อยากไปอีกกี่ครั้งกี่หนก็ไม่หน่ายแหนง หลายปีก่อนหรืออาจจะถึง 10 ปีที่ผ่านมา ฉันเคยไปร่วมเทศกาลงานศิลปะนี้ที่โซโล ประทับใจทั้งคนจัดงาน ศิลปินร่วมงาน และชาวบ้านที่ได้พบเจอ ผ่านมาถึงครั้งนี้ เทศกาลจัดมาถึง 11 ครั้งแล้ว นับว่ายืนยงมั่นคงในหนทางของตัวเองทีเดียว ในแต่ละครั้งเขาจะมีหัวข้อหรือคอนเซ็ปต์ร่วมของงาน เพื่อให้ศิลปินตีโจทย์งานได้ง่ายขึ้น ปีนี้ว่าด้วยเรื่องอาหารการกิน เข้าทำนอง กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น กินอาหารขยะหรือฟาสต์ฟู้ดแค่ให้อิ่มๆ ไปวันๆ ก็หนีไม่พ้นสุขภาพจะยอบแยบลง ก็อย่างที่รู้กันว่าฟาสต์ฟู้ดจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเนื้อบดที่ใช้ยัดไส้ขนมปังนั้นเป็นเนื้อส่วนไหนหรือเนื้ออะไร เช่นเดียวกับบะหมี่สำเร็จรูปหลากยี่ห้อหลากรสชาติ ที่ดึงดูดเราไว้ด้วยผงชูรสและรสชาติจัดจ้านนั้น มีที่มาเยี่ยงไร วัตถุดิบที่ทำเส้นต่างๆ มาจากไหน แน่ละอาหารราคาถูกไม่กี่บาทไม่กี่สตางค์ หายากที่ผู้ผลิตจะใส่ใจเลือกวัตถุดิบดีๆ มาทำให้เรากิน สารอาหารต่
“ก๊าแก่ว” คนไทยเรียก “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” คนเวียดนามนิยมทำหม้อไฟ อาหารของแต่ละภาคนั้นล้วนแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นตัวกำหนดพืชพันธุ์ธัญญาหารและ ถิ่นอาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ ในประเทศเวียดนาม เมนูประจำถิ่นใต้ที่ขึ้นชื่อว่าโอชารสและยังเป็นของดีที่หาจากที่อื่นไม่ได้ นั่นคืออาหารที่ปรุงมาจากปลาชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาประหลาด ด้วยมีลำตัวทู่ยาวเรียว มีชื่อในภาษาเวียด ว่า “ก๊าแก่ว” (Cá kèo) เป็นปลาประจำถิ่นในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ส่วนชื่อในภาษาไทยคือ “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” หรือชาวจีนเรียกว่า “ปลาอั้งโกหลัน” ซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกับปลาตีน มีถิ่นที่อยู่บริเวณทะเลสาบสงขลา ชาวใต้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลาท่องเที่ยว” เพราะว่า ในช่วงฤดูน้ำหลากในราวเดือน 11 และ12 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนของทะเลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ปลาท่องเที่ยว จะย้ายถิ่นจากที่ขุดรูอยู่บนพื้นทะเลสาบที่เป็นโคลนไปยังที่อยู่ใหม่ตามปากแม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ชาวสงขลา จะจับไปต้มส้ม หรือทอดกิน พอเหลือรอดให้ได้ไปท่องเที่ยววางไข่ต่อไป ส่วนชาวเวียดนามนิยมนำมาทำเป็นหม้อไฟ เรียกว่า “เหลาก๊าแก่ว” (Lẩu cá kèo) โดยจะนำหอมแดงกับกระเทียมสับล
“เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ” เป็นคำขวัญที่เพียบพร้อมด้วยมนต์เสน่ห์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญคือ เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า เป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงามติดอันดับโลก อีกทั้งยังมีอาหารการกินที่มีชื่อเสียง ทั้งอาหารทะเลที่มีความสดใหม่และราคาถูก อาหารพื้นถิ่น เป็นอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ด้านอาหารที่สมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ จึงมีโครงการส่งเสริมมหกรรมอาหารเพื่อการท่องเที่ยวสู่ระดับนานาชาติ ณ ลานพรุเฉวง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โครงการดังกล่าว เป็นการรวมอาหารดี อาหารเด่น จากจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ รวมทั้งการนำเสนออาหารฮาลาล ทำการคัดเลือกสุดยอดอาหารฮาลาล ระดับเหรียญทองมานำเสนอ การแข่งขันการประกอบอาหาร และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี มี คุณฑิฆัมพร สุทธิอุดมรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ประสานงาน ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอเกาะสมุย เป็นประธานเปิดงาน คุณอวยชัย อินทร์นาค อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เกียรติร่วมงานครั้งนี้ อาหารพื้นถิ่นที
กล้วย พืชที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เป็นผลไม้ที่รู้จักและนิยมนำมากินได้ทั้งสุกและดิบ ไม่ว่าจะเป็น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหอมเขียว กล้วยหอมทอง กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหักมุก กล้วยหิน กล้วยตานี ฯลฯ ส่วนต่างๆ ของกล้วยนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง ดังนั้น กล้วยจึงนับได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และสรรพคุณทางยา อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย ประโยชน์ของต้นกล้วยก็มีมากมาย เช่น ใบกล้วย (ภาษาไทยเรียกว่า ตองกล้วย ใช้ห่ออาหารและทำงานฝีมือหลายชนิด) ลำต้น ใช้ทำเชือกกล้วย กระทง ดอกกล้วย (หัวปลี) ประกอบอาหารที่สามารถกินได้ดิบและสุก อีกทั้งยังใช้เป็นยารักษาโรค หยวกกล้วย (ปรุงอาหาร และเป็นอาหารใช้เลี้ยงหมู) ผลกล้วยสุก นำไปแปรรูปและถนอมอาหารได้หลายๆ ชนิด เช่น กล้วยแขก กล้วยบวชชี กล้วยปิ้ง กล้วยฉาบ กล้วยเชื่อม ข้าวเม่าทอด กล้วยทอด กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยตาก กล้วยกวน เป็นต้น สำหรับวิธีการนำมาปลูกหรือการขยายพันธุ์ทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การปลูกโดยการใช้หน่อ ใช้เมล็ด เป็นต้น เรื่องของ กล้วย มีความผูกพันในวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างช้านาน คนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากกล้วยได้อย่างมากมาย มีทั้งนำมาปรุงป
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รทช. เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวการจัดงาน งานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3 “กินเปลี่ยนวัย กินอย่างมั่นใจ ด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน” ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เตรียมจัดงานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3 “กินเปลี่ยนวัย กินอย่างมั่นใจ ด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน” ที่จะจัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 7-8 เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน และแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดนิทรรศการพัฒนาการของเกษตรกรรมยั่งยืนของประเทศไทย การนำเสนอโครงการเกษตรกรรมยั่งยืน ในพื้นที่ 28 จังหวัดนำร่อง การนำเสนอสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในด้านกฎหมาย โดยมีมุมกิจกรรมร่วมลงชื่อสนับสนุน พ.ร.บ.ฯ และยังมีคลินิกการทำเกษตรกรรมยั่งยืน ให้ความรู้ด้านการรักษาสุขภาพด้วยพืชผัก ผ
ผมจำได้ว่า แกงส้ม “ชะอมไข่” คือเอาชะอมทอดไข่หั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำใส่ชามแกง แล้วราดด้วยน้ำแกงส้มกุ้งข้นๆ ร้อนๆ ปรุงรสจัดๆ นั้น เพิ่งปรากฏตัวชัดๆ ตามร้านอาหารไทยก็เมื่อราว 30 กว่าปีมานี้เอง แล้วก็ฮิตติดเมนูเรื่อยมาจนปัจจุบัน คงเป็นเพราะกินง่าย ดูหรูหรา แถมมีความหอมนุ่มของไข่ทอดชะอมที่สุกในน้ำมัน ซึ่งถึงแม้แปลกลิ้น แต่มันก็อยู่ในวัฒนธรรมการกินแกงกินน้ำพริกที่คนไทยคุ้นชินมาแต่เดิม อย่างไรก็ดี แกงนี้คงมีชีวิตมายาวนานกว่าอายุผม เพราะ หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ผู้เคยอาศัยอยู่ในวังสวนสุนันทามาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 6 ท่านเคยเล่าไว้ว่า ชะอมนั้น ทางห้องเครื่องวังสวนสุนันทา “…เอาไปทอดชุบไข่ อร่อย…แล้วเอามาแกงส้ม ดูดน้ำเข้าไปในชะอม ชุ่ม ขบไปนี่น้ำฟอดออกมาเลย…”แกงส้มชะอมไข่ที่ขายกันตามร้านอาหารไทยเดี๋ยวนี้ เกือบทั้งหมดมักปรุงรสหวานนำ แถมไม่ได้นำน้อยๆ แต่หวานนำมากเอาการเลยแหละ ใครกินหวานย่อมไม่เดือดร้อน ส่วนคนกินไม่หวานแบบผม มีแต่ต้องทำเอง ถึงจะพอกินแนมปลาเค็มทอด ผัดผัก หรือผัดวุ้นเส้นอย่างรื่นรมย์ได้บ้างน่ะครับ จุดพลิกผันของบ้านผมคือ วันหนึ่งเราทดลองเอาเม็ดสะตอมาซอยละเอียด ทอดไข่กินกับน้ำพริกกะปิแบบเด
วันที่ 10 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจสินค้าและบริการทั่วไป อาทิ เสริมความงาม ฟิตเนส นำเที่ยว สายการบินฯ 18 เรื่อง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 22 เรื่องตามที่มีการร้องเรียนว่ามีการละเมิดผู้บริโภคทำให้ได้รับความเสียหาย นายสุวพันธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารและยา ซึ่งบูรณาการใน 3 มิติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยร่วมกับกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ระงับการโฆษณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยมีการเฝ้าระวังและตรวจสอบและระงับการเผยแพร่ ซึ่งจากเดิมใช้เวลา 45 วันได้ปรับเหลือ2-3วัน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกัน ตรวจสอบและระงับการกระจายสินค้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ
กับข้าวไทยภาคกลางสำรับหนึ่งที่มีนามอันเป็นปริศนา ทว่าทำง่าย เก็บไว้กินได้นาน ทั้งยังพลิกแพลงได้หลายสูตร กินแกล้มผักแกล้มของทอดของต้มได้อร่อย ก็คือ “ผัดพริกขิง” ครับ ปริศนาของมันคือชื่อ ทำไมถึงชื่อผัดพริก “ขิง” ทั้งที่เกือบทั้งหมดของสูตรที่ทำกินกัน แทบไม่มีขิงเป็นส่วนประกอบเลย (แน่นอนว่าสูตรที่เขาใส่กันก็มีนะครับ) แม้ในตำราเก่าๆ ก็ไม่ปรากฏ แถมแม่ครัวมีชื่อสมัยเกือบร้อยปีที่แล้ว อย่าง ม.ร.ว.หญิงเตื้อง สนิทวงศ์ เคยแสดงความสงสัยไว้ในหนังสือตำรับสายเยาวภา (พ.ศ. 2478) ว่า “..ยังเครื่องปรุงอีกชนิดหนึ่งซึ่งเรียกกันว่าพริกขิงผัด แต่ไม่มีขิงเลย ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกกันเช่นนี้ และไม่ทราบจะไปค้นที่ไหนได้ ข้าพเจ้าได้เรียนถามท่านผู้หลักผู้ใหญ่ท่านก็ว่าไม่ทราบเหมือนกัน..” ก็น่างงอยู่นะครับว่า แล้ว “ขิง” มันหายไปไหน ถ้าเราพิจารณาพริกแกงแบบไทย ว่าแท้ที่จริงแล้วมันก็เป็นเครื่องปรุงร่วมวัฒนธรรมอุษาคเนย์ ที่ต่างล้วนแต่รับอิทธิพลมาจากเครื่องแกงมุสลิมเปอร์เซียและอินเดียใต้ ผมก็อยากเดาล้วนๆ ว่า แต่ก่อน ซึ่งต้องนานมากกว่าหนึ่งศตวรรษ คือก่อนจะมีการบันทึกสูตรอาหารไทยกันไว้เป็นตำรา เครื่องผัดพริกขิงไทยก็ค
โรคหัวใจ เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตทั่วโลก จำนวนผู้เสียชีวิตและป่วยโรคหัวใจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สำหรับในประเทศไทย ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555-2559 ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจกว่า 54,530 คน เฉลี่ยวันละ 150 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน อีกทั้งยังเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการป่วยและเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับที่สองรองจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เพราะโรคหัวใจเป็นผลมาจากโรคอื่นๆ ที่เกิดจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด และความอ้วน นายแพทย์วิวัฒน์ แสงเลิศศิลปชัย จากศูนย์หัวใจโรงพยาบาล บีเอ็นเอช กล่าวว่า การที่อวัยวะทุกส่วนของร่างกายจะทำหน้าที่ได้ดีนั้น หัวใจต้องสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอโดยไม่สะดุด ดังนั้น หากหัวใจไม่แข็งแรง การทำงานของระบบอื่นๆ ในร่างกายก็จะสะดุดตามไปด้วย เรียกได้ว่าหัวใจเป็นศูนย์กลางของระบบอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายทั้งหมด นายแพทย์วิวัฒน์ ให้ข้อมูลว่า หนึ่งในสาเหตุการเกิดโรคหัวใจคือ การรับประทานอาหาร การรู้จักเลือกรับประทานอาหารเป็นเรื่องสำคัญม
มูลค่าตลาดร้านอาหารในเมืองไทย 400,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตทุก ๆ ปีจากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเพิ่มขึ้น “ณัฐ วงศ์พานิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ (CRG) ผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย (food chain industry) ทั้ง 11 แบรนด์ เช่น เคเอฟซี มิสเตอร์โดนัท เปปเปอร์ลันช์ เป็นต้น กล่าวว่า ปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหารในไทยมีการแข่งขันสูง มีรายเก่ารายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 4 แสนล้านบาท โตเฉลี่ย 3-5% ทุกปี ทั้งนี้หากแบ่งย่อยแต่ละกลุ่มร้านอาหารจะพบว่า ร้านกาแฟ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ด้วยจำนวนสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมีมูลค่าตลาดสูงสุดหรือประมาณ 20,000 ล้านบาท ร้านอาหารประเภทฮอตพอต 19,000 ล้านบาท ร้านอาหารจานด่วนประเภทไก่ 18,700 ล้านบาท อาหารญี่ปุ่น 18,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดร้านอาหารประเภทส้มตำก็มีมูลค่าสูงถึง 16,000 ล้านบาท ถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่ดี ต่อด้วยเบอร์เกอร์ 9,000 ล้านบาท อาหารตะวันตก 9,000 ล้านบาท พิซซ่า 8,200 ล้านบาท เบเกอรี่ 8,100 ล้านบาท อาหารไทย 8,000 ล้านบาท ไอศกรีม 7,700 ล้านบาท ปิ้งย่าง
