อาหาร
“โครงการปฐมเชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค” ขับเคลื่อนโดย Patom Organic Living หนึ่งในโครงการภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำทีมเจ้าหน้าที่ตะลุย โรงเรียนบ้านดงเกตุ อ.สามพราน จ.นครปฐม จัดกิจกรรมชวนวัยซนกินผัก และผลไม้ให้ได้ 400 กรัมต่อวัน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เพื่อลดความเสี่ยงภาวะเจ็บป่วยด้วยโรคเอ็นซีดี หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างเบาหวาน ความดัน โรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง เป็นต้น นายอนัฆ นวราช ผู้บริหารร้าน Patom Organic Living หัวหน้าโครงการฯ เล่าว่า หลายโรงเรียนในเขต อ.สามพราน รวมถึง โรงเรียนบ้านดงเกตุ เป็นโรงเรียนที่สามพรานโมเดลเข้ามาส่งเสริมเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว ทางโครงการปฐมฯ ซึ่งทำงานร่วมกับมูลนิธิสังคมสุขใจได้เข้ามาต่อยอด ช่วยเติมเต็มความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการตามเป้าหมายของโครงการ ที่ต้องการให้เด็กๆ บริโภคผัก และผลไม้ ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง “เราทำกิจกรรมกับโรงเรียนปีละ 3 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนใส่ใจสุขภาพของตัวเอง รู้จักเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ และปลอดภัย ซึ่งป
นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สถาบันฯ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารไทยปี 2561 คาดจะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตรา 8.7% มูลค่าส่งออก 1.12 ล้านล้านบาท มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อาเซียน สัดส่วนส่งออกประมาณ 30% ญี่ปุ่น 14% สหรัฐ 10% จีนและแอฟริกามีสัดส่วนเท่ากันที่ 9% เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ประเมินอัตราขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2561 ว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3.7% จาก 3.6% ในปี 2560 ประกอบกับผลผลิตสินค้าเกษตรไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน กุ้ง ไก่ ส่วนผลผลิตมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มลดลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ จะส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของไทย โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญ 3 รายการ ได้แก่ ข้าวโพด กากถั่วเหลือง และปลาป่น ประกอบกับราคาสินค้าส
ต้นชะคราม เป็นพืชล้มลุกและเป็นวัชพืชที่ขึ้นแถวดินที่มีความเค็ม หาได้ง่ายแถวสมุทรสงครามและสมุทรสาคร ใบชะครามจะดูดความเค็มมาไว้ที่ใบ เวลาจะรับประทานจึงต้องนำมาลวกเอาความเค็มออก ใบชะครามนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่างนอกเหนือจากยำ ทำแกงคั่วใบชะครามใส่ปู ลวกทานกับน้ำพริก นำมาชุบไข่ทอดรับประทานกับน้ำพริก ทำห่อหมกและแกงส้มได้ นอกจากนั้น บางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า ใบชะครามมีคุณค่าทางยา รากเป็นยาบำรุงกระดูกแล้ว กำลังศึกษาว่ามีสารอนุมูลอิสระสามารถป้องกันมะเร็งได้ วิธีการยำในวันนี้จะทำแบบยำถั่วพู ใส่มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งคั่วนำไปบด ใส่หมู กุ้ง ปลาหมึกลวก หอมเจียว กระเทียมเจียว ราดกะทิ รับประทานเคียงกับไข่ต้ม ส่วนผสม น้ำยำ พริกขี้หนู กระเทียม มะนาว หอมแดงซอยเจียว กระเทียมซอยเจียว มะพร้าวขูดสำหรับคั้นกะทิ นำกากมะพร้าวมาคั่ว กุ้งแห้งคั่วป่น ถั่วลิสงคั่วป่น พริกแห้งคั่ว ใบชะคราม ไข่ต้มยางมะตูม มะนาว น้ำตาล น้ำปลา น้ำพริกเผา ไข่ต้ม ใบมะกรูดซอย พริกขี้หนูทุบ การทำน้ำยำ โขลก พริก กระเทียม ให้เข้ากัน เติมน้ำมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน พักไว้ การทำมะพร้าวคั่ว เอามะพร้าวขูดมาคั้นน้ำกะทิ มะพร้าวที่คั้นแล้วมาเลือกชิ้นให
คุณสังวร น้อยมี เจ้าของสูตรแกงเป็ดกะลา เล่าว่า แกงเผ็ดกะลา รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย นิยมรับประทานกันทั่วๆ ไปในหมู่บ้านตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี และพื้นที่ตำบลใกล้เคียง สูตรแกงกะลาทำสืบทอดกันมาถึงรุ่นพ่อแม่ และตนเองอยู่รุ่นลูก เป็นอาหารพื้นบ้าน ส่วนใหญ่แกงกับเป็ด หรือหมูป่า เป็นแกงป่าแห้งๆ กะลาอ่อนเหมือนกับเป็นผักชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับแกงที่ใส่กล้วยดิบ ทำให้มีรสชาติ มัน กรุบ กรอบ เข้ากันดีกับรสชาติแกงเผ็ดไม่ทำให้เผ็ดมาก ขั้นตอนการทำ แกงเป็ดกะลา เลือกมะพร้าวกะลาอ่อนๆ ที่เกือบจะมีเนื้อมะพร้าวอ่อน ต้องใช้คนที่มีความชำนาญจริงๆ สังเกตจากสีผิวเป็นสีเขียวๆ อายุประมาณ 30-40 วัน กะลาจะต้องอ่อนพอดี เนื้อกะลามีความกรอบ (ถ้ามะพร้าวอ่อนเกินไปเนื้อกะลาจะไม่กรอบ หรือแก่เกินไปเนื้อกะลาแข็งใช้ไม่ได้) นำมาผ่า 4 ส่วน ใช้ช้อนตักกะลาออกอย่าให้ติดเปลือก และไม่ตักส่วนหัวกะลาที่มีรสฝาดมาใช้ นำไปแช่น้ำประมาณ 15-20 นาที ไม่ให้เปลือกดำ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นๆ พอคำ ตั้งน้ำให้เดือด เอากะลาลงไปต้มให้สุกประมาณ 3 นาที ตักขึ้นแช่น้ำที่ใส่น้ำแข็งที่เย็นจัดประมาณ 5 นาที เพื่อให้กะลามะพร้าวกรอบ จากนั้นเก็บไว้ในตู้เย็น
เชสเตอร์ฟู้ด จัดแคมเปญฉลองในโอกาส ร้านเชสเตอร์ ให้บริการครบ 30 ปี เสิร์ฟโปรโมชั่นพิเศษแทนคำขอบคุณจากใจสำหรับลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเชสเตอร์อย่างต่อเนื่อง โปรโมชั่นแรกชวนอิ่มอร่อยกับไก่ย่างเชสเตอร์ในราคาพิเศษสุด ชิ้นละ 9 บาทในวันที่ 9 เดือน 9 ที่เชสเตอร์ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อย และอิ่มใจในราคาสุดคุ้มจนถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ผู้นำร้านอาหารฟาสฟู้ดส์สไตล์ไทย เชิญลูกค้าร่วมฉลองในโอกาสที่ร้านเชสเตอร์เปิดให้บริการคนไทยครบเป็นเวลา 30 ปี ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560 นี้ เชสเตอร์ขอขอบคุณจากใจ ภายใต้ แคมเปญ “30th Anniversary เชสเตอร์ขอบคุณจากใจแก่ความผูกพันดีดีตลอด 30 ปีและตลอดไป” จัดโปรโมชั่นพิเศษที่ร้านเชสเตอร์ทุกสาขาทั่วประเทศ ให้ทุกคนอิ่มอร่อยกับไก่ย่างเชสเตอร์ในราคาเพียงชิ้นละ 9 บาทตลอดทั้งวันเสาร์ ที่ 9 กันยายนนี้ นอกจากนี้ ตลอดทั้งเดือนกันยายนเมื่อซื้อชุดคอมโบยังสามารถแลกซื้อไก่ย่าง ฮอทดอก และไก่โอชิคในราคา 29 บาท และได้เต็มอิ่มกับ “ข้าวอบไก่ย่าง” เมนูครองใจลูกค้าในราคาพิเศษ 69 บาทจนถึง
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ฟู้ดอินกรีเดียนท์เอเชีย 2017 หรือ Fi Asia 2017” โดยมี นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานในการแถลงข่าว โอกาสนี้ ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ วว. ร่วมแถลงข่าวด้วย ในวันที่ 5 กันยายน 2560 ณ ห้องอินฟินิตี้ 2 โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพ ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว.ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการจัดงาน FI Asia 2017 ซึ่งถือเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2560 ณ ไบเทค บางนา ทั้งนี้เนื่องจาก วว. ตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการทั่วเอเชียในอุตสาหกรรมอาหาร และต้องการผลักดันส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกลุ่มผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เชื่อมั่นว่างาน Fi Asia จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ผลักดันผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการทั่วเอเชีย ให้พัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มด้ว
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร บินเวียดนาม ร่วมเวทีการประชุม ในสัปดาห์ความมั่นคงอาหารเอเปค ชูบทบาทการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่สมัยใหม่ประชารัฐ ด้วยเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ เผย มูลค่าการไทยกับกลุ่มเอเปค ช่วง 7 เดือนแรก ไทยส่งออกสินค้าเกษตร 5.29 แสนล้านบาท ได้ดุลการค้า 3.64 แสนล้านบาท นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) รวม 21 ประเทศ ซึ่ง สศก. โดยรองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (นางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ) และคณะ ได้ร่วมเข้าร่วมประชุมเชิงวิชาการใน “สัปดาห์ความมั่นคงอาหารเอเปค (Food Security Week)” (ระหว่าง 18-25 สิงหาคม 2560) ณ เมืองเกิ่นเทอ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยร่วมการประชุมระดับสูงว่าด้วยการส่งเสริมความมั่นคงอาหารและเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการนี้ สศก. ได้แถลงต่อที่ประชุมให้ทราบถึงการดำเนินการของไทย ในหัวข้อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยยกตัวอย่างการนำโครงการประชารัฐ มาส่งเสริมเป็นโครงการเกษตรแปลงใหญ่สมัยใหม่ประชารัฐขอ
ทีมวิจัยจากสหรัฐอเมริกา นำโดย มาร์ค เบลนเนอร์ รองศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเคมีและชีวะโมเลกุล จากมหาวิทยาลัย เคลมสัน ในเมืองเคลมสัน รัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการใช้กรรมวิธีตัดต่อพันธุกรรม เปลี่ยนยีสต์สายพันธุ์หนึ่งให้กลายเป็นยีสต์ที่สามารถเปลี่ยนปัสสาวะให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพของนักบินอวกาศได้ ทั้งยังสามารถใช้วิธีเดียวกันผลิตเม็ดพลาดสติกในอวกาศได้อีกด้วย ที่สำคัญก็คือสามารถใช้วิธีการเดียวกันแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารบนโลกได้เช่นกัน ยีสต์สายพันธุ์ดังกล่าวคือ “ยาร์โรเวีย ไลโปลิติกา” (Yarrowia lipolytica) ซึ่งบริโภคยูเรีย สารประกอบที่มีอยู่ในปัสสาวะเป็นอาหาร นอกจากนั้นยังพบได้ในชีส และพบว่ายังสามารถเติบโตบนคราบน้ำมันดิบที่รั่วไหลออกมาอีกด้วย รองศาสตราจารย์เบลนเนอร์ระบุว่า การสร้างเครื่องมือเพื่อผลิตอาหารจากของเสียในระหว่างการดำเนินภารกิจในห้วงอวกาศ ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าการกักตุนอาหารและเสบียงต่างๆ ขึ้นกลับไปกับยานอวกาศด้วย เนื่องจากเสบียงสัมภาระดังกล่าวนอกจากจะกินเนื้อที่แล้วยังทำให้ยานมีน้ำหนักสูง สิ้นเปลืองเชื้่อเพลิงสูงมากเมื่อต้องออกเดินทางจากโลก ทีมวิจัย
นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของไทย มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม รวมถึงการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด และปัจจัยจากภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันและภาวะทุพโภชนา เป็นต้น นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ โรคมะเร็ง คือ กลุ่มโรคที่เกิดจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโตแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็วและมากกว่าปกติ จึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติและทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อ เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ในอวัยวะใดจะเรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น การรักษามะเร็งแต่ละชนิดจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เป็นมะเร็ง ระยะของมะเร็งสภาพร่างกายของผู้ป่วยมะเร็ง การรักษาจะยากหรือง่ายก็ขึ้นอยู่กับช
แนวคิดกินตามธาตุจากทฤษฎีแพทย์แผนไทยเชื่อว่าคนเราเกิดมาในร่างกายที่ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และการใช้รสอาหารมาช่วยปรับสมดุลของร่างกายที่เกิดจากภาวะธาตุเสียสมดุล เป็นหนทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้ด้วยตนเอง ตามหลักความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องธาตุทั้ง 4 นี้ หากร่างกายเสียสมดุลจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งขึ้นอยู่กับธาตุเจ้าเรือนของคนผู้นั้นที่จะมีธาตุเด่นเพียงธาตุเดียวที่แสดงลักษณะประจำตัว เรียกว่า “ธาตุเจ้าเรือน” ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นได้จึงมีคำแนะนำให้ปรับพฤติกรรมการกินให้เข้ากับธาตุเจ้าเรือนของแต่ละคน ฉบับที่แล้วได้อธิบายลักษณะเด่นคนแต่ละธาตุและเดือนเกิดที่บ่งบอกธาตุเจ้าเรือนไปแล้ว คราวนี้จะว่าด้วยเรื่องอาหารการกินที่ดีต่อธาตุนั้นๆ ธาตุดิน มักจะเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะภายในของร่างกาย เสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อาการปวดตามข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบน้ำย่อย จึงควรกินอาหารประเภทแป้งขัดขาวให้น้อยเพราะร่างกายจะเผาผลาญได้ไม่หมด ควรออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนี้ ยังควรกินอาหารรส ฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น
