เกษตรกรรุ่นใหม่
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “Young ทำเกษตร” ระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2565 พบกับสุดยอดไอเดีย และนวัตกรรมเกษตรแบบครบวงจร เอาใจเกษตรกรรุ่นใหม่ในยุคออนไลน์ กับ IOT เกษตรอัจฉริยะและองค์ความรู้การทำเกษตรออนไลน์ จัดเต็มกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ ชม ช้อป จุใจกับตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกินของใช้ส่งตรงจากสวน ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ พลอากาศเอกเสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้เป็นการรวบรวมแนวคิดการทำเกษตรในยุคปัจจุบันที่ผนวกกับระบบออนไลน์เข้ามาช่วยในการจัดการแปลงให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว พบกับ 3 เกษตรกร รุ่นใหม่ ผู้สืบทอดเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ที่ตั้งใจสานต่อการเกษตรจากครอบครัว สู่การทำเกษตรที่ไม่ใช่แค่การพึ่งพาตนเองเท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาต่อยอด เพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้แก่คนในชุมชน” ภายในงานมีการจัดนิทรรศการองค์ความรู้ภาคการเกษตร อาทิ การเลี้ยงไส้เดือนในแปลงผักบุฟ
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 กรมส่งเสริมการเกษตร จัดเวทีเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศ ขึ้นที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ทั้งนี้ ตัวแทนเครือข่าย Young Smart Farmer แต่ละภาคทั่วประเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer” ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งเน้นที่จะพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาขับเคลื่อนภาค การเกษตรผ่านการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าด้วยกันตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ซึ่งจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรของประเทศไทย มีทิศทางและแนวโนม้ ที่ดีขึ้นอย่างเห็นไดชัดจากการที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ ให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยและสามารถทำการเกษตรอยู่ได้ท่ามกล
การลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อดูความสำเร็จของเกษตรกรรุ่นใหม่ในโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรของ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมเยี่ยมชมผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูปต่างๆ อาทิ พริกทอด ลูกชิ้นเห็ดฟาง พริก เห็ดนางฟ้า ของ นางสาวแสงระวี ภูมิลามัย หรือพืชผักอินทรีย์ อาทิ มะเขือ พริก ดอกขจร แก้วมังกร มะกรูด มันเทศญี่ปุ่น ของ นางสาวพรเพ็ญ จันทะมี และข้าวอินทรีย์ ของ นางสมใจ อินทรี ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดนั้น ไม่เพียงแค่เป็นขวัญกำลังใจในความสำเร็จแก่ตัวเกษตรกรเอง ในฐานะต้นแบบของเกษตรกรรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังมีการต่อยอด ขยายผลไปสู่เกษตรกรในพื้นที่รายอื่นๆ ด้วย โดยในจังหวัดบุรีรัมย์มีกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 22 ราย แต่ละรายกิจกรรมทางการเกษตรที่หลากหลาย เช่น การเกษตรผสมผสาน ข้าวหอมมะลิ โคเนื้อ แพะ แกะ เห็ด พริก และสมุนไพร เป็นต้น สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ได้ให้คำปรึกษาแนะนำเกษตรกรจัดทำแผนการผลิต แผนการตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้ากับสหกรณ์และซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ มีการส่งเสริ
อำเภอย่านตาขาว เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดตรัง ที่มีพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากทิศตะวันออกของอำเภอย่านตาขาว คือตำบลนาชุมเห็ด และตำบลโพรงจระเข้ อยู่ติดเทือกเขาบรรทัด ซึ่งลักษณะภูมิอากาศมีความชื้นสูงเหมาะแก่การปลูกไม้ผล เช่น มังคุด เงาะ ลองกอง ทุเรียน ฯลฯ “ทุเรียน” ได้รับฉายาว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ (King of fruits) เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ ความต้องการบริโภคทุเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งการบริโภคส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปผลสด ในปีการผลิต 2563 มีการบริโภคภายในประเทศ 339,900 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 3.39 และคาดว่าในปีการผลิต 2564 ปริมาณความต้องการบริโภคภายในประเทศจะเพิ่มขึ้น และมีราคาสูงขึ้น ซึ่งขั้นต่ำของราคาทุเรียนอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท คุณสุรเชษฐ เส็นฤทธิ์ บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 5 ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง (x = 583065 Y = 819617) เกษตรกรรุ่นใหม่ วัย 36 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะทรัพยากรธรรมการ สาขาวาริชศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2551 จึงเลือกประกอบอาชีพให้ตรงกับที่ได้ศึกษามา โดยเริ่มอาชีพด้วยการรับจ้างเลี้ยงกุ้งที่อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง เป็นเวลาประม
“โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร” มาจากความริเริ่มของ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรุ่นใหม่กลับไปถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อประกอบอาชีพการทำเกษตรได้อย่างมั่นคง มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว เนื่องจากเห็นว่าในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 50 ปีขึ้นไป จึงต้องเร่งสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่และมีใจรักการทำเกษตรได้กลับสู่บ้านเกิดเพื่อสืบสานอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ เข้ามาถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร รวมทั้งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านทางกองทุนพัฒนาสหกรณ์หรือผ่านทางการกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปัจจุบัน มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการและได้รับการสนับสนุนจำนวน 3,000 กว่าราย และสหกรณ์ที่สมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรรุ่นใหม่ในโครงการกว่า 700 แห่ง และส่วนใหญ่ได้เริ่มดำเนินการตามแผนการผลิตและมีรายได้จากภาคการเกษตรแล้ว โดยนางสาวมนัญญา กล่าวว่า โครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านฯ นับแต่เริ่มโ
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นางรอซนานี สันหมุด ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 5, 6, 7 นางสาวอุไรรัตน์ พรหมหนู นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน สหกรณ์จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด โดยมี นายสุทธิกุล เพชรสุทธิ์ ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ สมาชิกสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด หมู่ที่ 7 ตำบลนาโยงเหนือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มอบเกียรติบัตรสหกรณ์ดีเด่นระดับจังหวัด ให้กับสหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขตรัง จำกัด จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด พร้อมทั้งพบปะสมาชิกสหกรณ์ และมอบครุภัณฑ์ รถแทรกเตอร์ จำนวน 1 คัน ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรและธุรกิจชุมชน และมอบเครื่องตัดหญ้า จำนวน 10 เครื่อง ตามโครงการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวมและการแปรรูปของสถาบันเกษตรกรรองรับผลผลิตทางการเกษตร ภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดให้อ
กรมปศุสัตว์โชว์ฟาร์มเกษตรกรโคนมต้นแบบ “นคร ฟาร์ม” อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เน้นบริหารจัดการในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงวัวนมในรูปแบบธรรมชาติโดยปลูกพืชอาหารโคนมเองและปรุงอาหารในสูตรเฉพาะที่เหมาะสมกับโคนมแต่ละช่วงอายุ นอกจากช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว หลักสำคัญทำให้วัวนมมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ให้น้ำนมดี และไม่ป่วย คุณนคร กาบขุนทด อายุ 38 ปี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผันตัวเองจากพนักงานประจำช่างอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การทำอาชีพเกษตรกรรมเพียงเพราะเบื่อการทำงานเป็นพนักงานประจำ และเล่าว่า เดิมทีนั้นตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำด้านอิเล็กทรอนิกส์ ก็รู้สึกอิ่มตัวแล้วอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สนใจอาชีพการเลี้ยงวัวนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาศึกษาการทำโคนมอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากโคนม 7 ตัว และค่อยๆ เพิ่มมาเป็น 12 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความบังเอิญได้ไปรู้จักกับหมอที่รักษาวัวนมท่านหนึ่ง ท่านได้เข้ามาแนะนำวิธีการเลี้ยงวัวนมโดยเน้นเลี้ยงแบบธรรมชาติ เพื่อลดการเจ็บป่วยของโคนมให้น้อยลง ทั้งนี้ การเลี้ยงในแบบธรรมชาติสิ่งสำคัญก็คือการดูแลเรื่องอาหาร โดยฟาร์มจะ
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการ Smart Famer ด้านข้าว ตั้งแต่ปี 2556 ตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการสร้างเกษตรกรไทยให้เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการทำการเกษตร ตระหนักถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูปและการตลาด ตลอดจนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากแหล่งเรียนรู้ ด้านการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การบูรณาการสนับสนุนส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในด้านวิชาการและเทคโนโลยี ในปี 2557 – 2564 กรมการข้าวได้จัดทำโครงการตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง และดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer โดยสำรวจและคัดกรองเกษตรกรตามคุณสมบัติพื้นฐานตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการตอบโจทย์ความยั่งยืนในหลายมิติ โดยกำหนดเป้าหมายการสำรวจคุณสมบัติและรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับ คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้ จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นงานที่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณีจำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบคือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่ายและต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี เมื่อมีคนใ
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 44 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาท รุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer (YSF)ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็น ประธานกลุ่ม young smart farmer จังหวัดจันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านเกษตร
