เกษตรกรรุ่นใหม่
กรมปศุสัตว์โชว์ฟาร์มเกษตรกรโคนมต้นแบบ “นคร ฟาร์ม” อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เน้นบริหารจัดการในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงวัวนมในรูปแบบธรรมชาติโดยปลูกพืชอาหารโคนมเองและปรุงอาหารในสูตรเฉพาะที่เหมาะสมกับโคนมแต่ละช่วงอายุ นอกจากช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว หลักสำคัญทำให้วัวนมมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ให้น้ำนมดี และไม่ป่วย คุณนคร กาบขุนทด อายุ 38 ปี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผันตัวเองจากพนักงานประจำช่างอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การทำอาชีพเกษตรกรรมเพียงเพราะเบื่อการทำงานเป็นพนักงานประจำ และเล่าว่า เดิมทีนั้นตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำด้านอิเล็กทรอนิกส์ ก็รู้สึกอิ่มตัวแล้วอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สนใจอาชีพการเลี้ยงวัวนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาศึกษาการทำโคนมอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากโคนม 7 ตัว และค่อยๆ เพิ่มมาเป็น 12 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความบังเอิญได้ไปรู้จักกับหมอที่รักษาวัวนมท่านหนึ่ง ท่านได้เข้ามาแนะนำวิธีการเลี้ยงวัวนมโดยเน้นเลี้ยงแบบธรรมชาติ เพื่อลดการเจ็บป่วยของโคนมให้น้อยลง ทั้งนี้ การเลี้ยงในแบบธรรมชาติสิ่งสำคัญก็คือการดูแลเรื่องอาหาร โดยฟาร์มจะ
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการ Smart Famer ด้านข้าว ตั้งแต่ปี 2556 ตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการสร้างเกษตรกรไทยให้เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการทำการเกษตร ตระหนักถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูปและการตลาด ตลอดจนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากแหล่งเรียนรู้ ด้านการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การบูรณาการสนับสนุนส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในด้านวิชาการและเทคโนโลยี ในปี 2557 – 2564 กรมการข้าวได้จัดทำโครงการตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง และดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer โดยสำรวจและคัดกรองเกษตรกรตามคุณสมบัติพื้นฐานตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการตอบโจทย์ความยั่งยืนในหลายมิติ โดยกำหนดเป้าหมายการสำรวจคุณสมบัติและรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับ คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้ จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นงานที่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณีจำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบคือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่ายและต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี เมื่อมีคนใ
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 44 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาท รุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer (YSF)ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็น ประธานกลุ่ม young smart farmer จังหวัดจันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านเกษตร
คุณชชธร โพธิญาณ เกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของ ล้อมรักฟาร์ม บ้านเลขที่ 88 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ปลูกผักสลัดอินทรีย์ส่งขายในกรุงเทพฯ และตัวจังหวัดพะเยา สร้างรายได้งาม คุณชชธร โพธิญาณ หรือ น้องชชธร เล่าให้ฟังว่า เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม (ชคว.) เนื่องจากบ้านอยู่ติดกับอำเภอเชียงคำ จากนั้นศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สาขาวิชาภาษาจีน เมื่อจบมาแล้วได้มาเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม สอนวิชาภาษาจีน ตามที่ได้ร่ำเรียนมา จากนั้นได้ลาออกมา…ตั้งเป้าหมายว่าจะไปทำงานต่างประเทศ เมื่อทางบ้านสอบถามว่าจะไปทำงานอะไรในต่างประเทศ ก็ตอบว่าทำงานรับจ้าง หรืองานทางด้านเกษตร ทางบ้านเมื่อได้ยินคำตอบ ด้วยความที่ไม่อยากให้ไปอยู่ไกลบ้าน จึงบอกว่าถ้าจะทำงานทางด้านการเกษตร ไม่ต้องไปต่างประเทศ จะซื้อที่ให้ทำการเกษตรที่บ้าน เมื่อซื้อที่ดินก็เริ่มด้วยการทำนา แต่การทำนานั้นจะทำครั้งเดียวใน 1 ปี ทำให้มีเวลาว่าง จึงคิดหางานเกษตรด้านอื่นทำไปด้วย ด้วยความที่ตนเองชอบรับประทานผัก ก็เลยปลูกผักเพื่อรับประทานเองและขาย เนื่องจากหลายคนในครอบครัวไม่สบาย มีอาการเจ็บป่วย ซึ่งตน
“จิตร์นิยม” เป็นสวนออร์แกนิกที่ส่งต่อกันมาเป็นเวลายาวนานถึง 4 รุ่น และได้เป็นสวนออร์แกนิกดีเด่นระดับประเทศจากกรมวิชาการเกษตร ประจำปี 2556 มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยรุ่นอาเหล่ากงบุกเบิกทำเป็นสวนเกษตรอินทรีย์เป็นที่แรกของอำเภอศรีมหาโพธิ จนถึงปัจจุบันที่สวนก็ยังยืนหยัดที่จะทำเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงมีการขยับขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมพื้นที่ 20 ไร่ จนถึงปัจจุบันขยายพื้นที่ไปถึง 500 ไร่ นับได้ว่าเป็นอีกสวนเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์ที่มากคุณค่า มากเรื่องราว และน่าค้นหาเป็นอย่างมาก คุณปิยะพัทธ์ อุดมสิน หรือ คุณซีวิล อยู่บ้านเลขที่ 29/1 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง ในวัย 24 ปี กลับมาสืบทอดกิจการทำสวนของที่บ้าน ในรุ่นที่ 4 อาศัยความเป็นคนรุ่นใหม่มาพัฒนาสวนที่บ้านให้เจริญก้าวหน้าสืบต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้วยการประยุกต์เอาความคิดของคนรุ่นใหม่มาผสมกับประสบการณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จะไม่ยึดฝั่งใดฝั่งหนึ่งเป็นที่ตั้ง แต่จะพยายามบาลานซ์ทั้งสองฝั่งให้เข้ากันระหว่างเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่กับปร
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน สำหรับคุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้งานที่ตรงสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณี จำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบ คือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่าย และต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้ายก็มีความโชคดี เมื่อมีคนให้คำแนะนำ ให้ปลูกข
ทุ่งนาเขียวขจีราวกับธรรมชาติได้ปูพรหมสีเขียวที่ปลายต้นข้าวนั้นพลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อนๆ เป็นที่พักสายตาและรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ผู้เขียนได้พบกับหนุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) ผู้มีวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนทัศนคติของคำว่าชาวนายากจนนั้นหายไปโดยสิ้นเชิง คุณนที คล้ายสอน หนุ่มปริญญาโท วิศวกรโยธา เกษตรกรรุ่นใหม่ ยุคนิวนอร์มอล (New Normal) วัย 33 ปี ผู้ที่หันหลังกับงานประจำที่มีเงินเดือนสูง กลับมาสู่ธรรมชาติ เป็นผู้ที่มองเห็นว่าการเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน คืนสู่ธรรมชาติ นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา นำมาต่อยอดพัฒนาเชิงเกษตรอินทรีย์ปลูกข้าวโบราณหอมกลิ่นใบเตยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน “ผมเห็นชาวนาทั่วๆ ไปมีแต่ปัญหาเรื่องของราคาข้าวบ้าง ปุ๋ยปลอมบ้าง ผมจึงเกิดแรงบันดาลใจว่า ถ้าเราทำนาโดยไม่พึ่งสิ่งเหล่านี้ เราเกิดมาจากธรรมชาติเราก็ต้องอยู่ให้ได้แบบธรรมชาติ ผมขอสนับสนุนโครงการปลูกพืชแบบอินทรีย์ทุกชนิดครับเพื่อชีวิตที่ดีครับ ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมมีอาชีพทำนา ถึงแม้ว่าทำงานประจำในรัฐวิสาหกิจ แต่ท่านก็สนับสนุนผมให้มาต่อยอดในเรื่องการเกษตร โดยเฉพาะข้าวอินทรีย์” คุณนที กล่า
เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer เป็นคนหนุ่มสาว ที่อายุ 17-45 ปี เป็นบุคคลที่มีความรู้หลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านไอที เดิมจะอยู่ในอาชีพใดก็ตาม เมื่อถูกชักชวนและสมัครเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่แล้ว จะได้รับการเรียนรู้เพิ่มเติมเป็นระยะๆ ที่เรียกว่า Young Smart Farmer สัญจร ทั้งในกลุ่ม Young Smart Farmer ด้วยกันเองหรือบุคคลอื่นที่ประสบผลสำเร็จเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเอง ซึ่งหลายคนได้เปลี่ยนวิถีชีวิตจนประสบกับความสุข อย่างเช่น คุณญาตินันท์ บุรมย์ หรือที่เพื่อนๆ เรียก “รัน” อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 1 บ้านหนองหว้าใหญ่ ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 081-922-0940 คุณรัน ให้ข้อมูลว่า จบการศึกษา ชั้น ม.3 เมื่อคุณพ่อเสีย จึงไม่ได้เรียนต่อ ออกจากบ้านไปหางานทำตั้งแต่ยังเด็ก ทำงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ หลายแห่ง บริษัทสุดท้ายที่ทำเป็นพนักงานขับรถส่งของ เป็นเวลานานถึง 9 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกมาทำการเกษตร ตนไม่มีความรู้ และไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกเกษตรกรแต่ก็ไม่เคยทำ เพราะหลังจากเรียนจบก็ไปหางานทำเลย ปี 2558 กลับมาตั้งใจที่จะมาดูแลแม่ พร้อมกับปรับปรุงฟาร์
มะเขือยาว เป็นพืชผักคู่ครัวไทยที่ขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี ไม่เคยเจอปัญหาล้นตลาดและราคาตกต่ำ แถมช่วงไหนผลผลิตขาดตลาด ราคาขายขยับตัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แต่การปลูกมะเขือยาวให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มะเขือยาวจัดอยู่ในกลุ่มพืชปราบเซียน มีความเสี่ยงสูง เพราะอ่อนแอต่อโรคและแมลง หากต้องการให้ได้ผลผลิตที่ดี ต้องดูแลจัดการแปลงปลูกอย่างใกล้ชิด ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงอย่างสม่ำเสมอ หากทำได้มีผลผลิตดีออกขายมีผลกำไรก้อนโตแน่นอน ปลูก 8 ไร่ โกยรายได้ทะลุล้าน ในฉบับนี้ ขอพาไปพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์การปลูกมะเขือยาวเชิงการค้ามานานกว่า 10 ปี ชื่อว่า คุณเด่นชัย ลิ้มไพบูลย์ หรือ คุณเอก อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 4 อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โทร. 086-165-9584 ก่อนหน้านี้ คุณเอกเคยทำงานบริษัทเอกชน ในตำแหน่งวิศวะคอมพิวเตอร์มานานหลายปี ก่อนจะหันมาจับอาชีพการเกษตรตามรอยพ่อแม่ เพราะเขารู้สึกว่าอาชีพเกษตรกรรมสร้างรายได้ดีกว่าทำงานประจำ แถมเป็นอาชีพอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง ทำเกษตรแล้วมีความสุขมากกว่าทำงานออฟฟิศ หลังลาออกคุณเอกทำอาชีพพ่อค้าซื้อขายสินค้าเกษตรที่ตลาดปฐมมงค
