เกษตรพอเพียง
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน หอการค้าจังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายสมบัติ สมบูรณ์เทอดธนา ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ฝึกทักษะเกษตรกรรมแบบเศรษฐกิจพอเพียง, เพื่อเป็นแหล่งพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรสามารถดำรงชีพได้, เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม สำหรับโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ของ นายตู้ สมนึก เกษตรกรชาว จังหวัดสุรินทร์ แบ่งพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกพืชผสมผสานและเลี้ยงสัตว์ บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ได้อย่างลงตัวและเป็นระเบียบสัดส่วน มีความสวยงามอย่างยิ่ง ประกอบด้วย เลี้ยงสัตว์ สวนผลไม้ นาข้าว ผลผลิตทั้งหมดนำไปจำหน่ายหมุนเวียนสับเปลี่ยนได้ตลอดทั้งปี รายได้ปีละประมาณ 4-5 แสนบาท ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
หลังจากได้เข้าศึกษาดูงานด้านการพัฒนาที่ดิน ที่ โครงการศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแนวทางพระราชดำริไว้ โดยมี บุญช่วย ช่วยระดม ผู้อำนวยการโครงการศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม คอยให้คำปรึกษานำแนวพระราชดำริของพระองค์ไปประยุกต์ใช้ ทั้ง อาคม เข็มทอง และ นิตยา สว่างวงศ์ สองสามีภรรยาวัย 49 ปีเท่ากัน จึงพากันกลับมาพลิกฟื้น “ไร่เข็มทอง” บนผืนดิน 40 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งทั้งคู่ได้ลงทุนซื้อมาในสนนราคา ไร่ละ 70,000 บาท โดยใช้รถไถปรับแปรสภาพจากบ่อลูกรังเสื่อมโทรมริมเชิงเขา เป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่หลายคนคิดว่าไม่น่าจะสามารถปลูกอะไรได้ ให้กลายสภาพเป็นผืนดินเรียบ พร้อมปรับสภาพดินด้วยการใช้ปุ๋ยคอก แล้วช่วยกันปลูกพืชผักและผลไม้มากมายหลากหลายชนิด เช่น หน่อไม้ มะขามยักษ์ สะเดา มะฮอกกานี มะม่วง ส้มโอ น้อยหน่า มะพร้าว กระท้อน กล้วย ขนุน ลำไย หมากเม่า หนำเลียบ กระเจี๊ยบ มะนาว ม
หากเอ่ยชื่อ จินตนา ไพบูลย์ หรือ “ป้านุ้ย” สาวใหญ่วัย 50 ปี แห่งบ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ในแวดวงเกษตรกรรมแนวเศรษฐกิจพอเพียงของชุมพรคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอถือเป็นผู้หญิงแถวหน้า ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ที่เคยฝากผลงานด้านเกษตรกรรมผสมผสาน รวมทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ชาวชุมพรและบุคคลทั่วไปได้รู้จักมาแล้วมากมาย ป้านุ้ย เป็นชาวชุมพรที่เกิดในครอบครัวชาวสวนแห่งหมู่บ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร เธอจึงเติบโตมากับพืชผัก ผลไม้ แทบทุกชนิดที่พ่อแม่ปลูกไว้กินและขายเป็นรายได้หลักของครอบครัว ปัจจุบันป้านุ้ยมีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 30 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นสวนทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มังคุด และกล้วยเล็บมือ ซึ่งป้านุ้ยทำมาได้ประมาณ 25ปี จนในปี 2549 ป้านุ้ยได้เดินทางไปเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมธรรมชาติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน ภายในชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท 2 วัน 1 คืน จึงได้รับความรู้มากมาย เช่น การทำน้ำส้มควันไม้ การทำเตาเผาถ่านอิวาเตะ การเลี้ยงกบคอนโดฯ การเลี้ยงหมูหลุม การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ฯลฯ โดยวิทยากรคุณภาพที่เป็น
หลังจากทราบว่า โรงเรียนวัดปากลัด (ผลาคารบำรุงวิทย์) หมู่ที่ 2 บ้านปากลัด ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นโรงเรียนที่แบ่งพื้นที่ทำแปลงเกษตร และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจด้านการเกษตรเป็นพื้นฐาน โดยที่ผ่านมา ผ่านการประกวดกลุ่มยุวเกษตรกรระดับจังหวัด ผ่านการคัดเลือกได้รางวัลที่ 2 ระดับจังหวัดมาแล้ว แม้ว่าเด็กนักเรียนที่มีอยู่เรียกได้ว่า มีเพียงแค่หยิบมือเดียว เพราะเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา มีการเรียนการสอนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของวัด และมีนักเรียนทั้งหมด 107 คน บุคลากรประจำการ 6 คน เท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เขียนต้องเดินทางมาพบกับครูและนักเรียนที่โรงเรียนด้วยตนเอง เพราะเป็นโรงเรียนที่อาศัยพื้นที่วัด จึงมีชื่อโรงเรียนสอดคล้องกับชื่อวัด เหมือนโรงเรียนอื่นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่บริจาคจากวัด โรงเรียนวัดปากลัด (ผลาคารบำรุงวิทย์) มีพื้นที่ทั้งหมด ราว 5 ไร่ แต่อาคารใช้สอยมีเพียงอาคารเรียนไม้หลังเล็ก 2 ชั้น พิจารณาจากสภาพแล้วน่าจะก่อตั้งมานาน แต่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมทาสีให้สดใสเสมือนใหม่ เป็นแรงจูงใจให้เด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรและประชาชน มีการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างครูบัญชีอาสาหรือ“อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี”ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะ กระตุ้นการเรียนรู้ และติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และครูบัญชี ได้ช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีไปใช้วิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ เพื่อวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตนได้ คุณบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ดำเนินการส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีสู่เกษตรกรโดยผ่านสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ทั่วประเทศและเครือข่ายครูบัญชีอาสา เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้อย่างเหมาะสม สมดุล และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำการเกษตรได้มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน โด
เมื่อเร็วๆ นี้ พ.อ. ฐกัด หลอดศิริ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ (ผบ.ฉก.) ทัพพระยาเสือ พ.อ. พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก รองผบ.ฉก.ทัพพระยาเสือ ร่วมกับ นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่ รวม 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านสวนผึ้งวิทยา โรงเรียนบ้านคาวิทยา โรงเรียนอนุบาลบ้านคา โรงเรียนบ้านวังปลา และโรงเรียนบ้านพุม่วงราษฎร์รังสฤษฎ์ ได้นำนักเรียนและชาวบ้าน ประมาณ 400 คน ร่วมกิจกรรมเกี่ยวข้าวในแปลงนาสาธิตของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี หลังจากที่ทางหน่วยได้ปลูกข้าวพันธุ์หอมปทุม 1 ด้วยวิธีการปักดำในแปลงนาสาธิตแห่งนี้ เมื่อ วันที่ 2 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา พ.อ. ฐกัด เผยว่า หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ ได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งด้านหลังของหน่วยจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขึ้นโดยมีการจัดระบบเป็นสัดส่วน ทำเป็นแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นตัวอย่างแห่งศึกษาเกษตรทฤษฎีใหม่ให้แก่ชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และสถานศึกษาตามแนวชายแดนได้เข้ามาศึก
เมื่อหลายวันก่อนผู้เขียนมีโอกาสเป็นคณะกรรมการประกวดผลงานเด่นหมู่บ้านปรองดอง ซึ่งประกวดผลงานทั้งสิ้น 5 กิจกรรม และหนึ่งในนั้นคือ กิจกรรมสวนผักบ้านพอเพียง ได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 11 บ้านต๊ำพระแล ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ประทับใจ เมื่อเห็นผลงานและข้อเท็จจริงการปลูกผักสวนครัวหรือผักผลไม้สำหรับบริโภคในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่ายหากเหลือสามารถแบ่งแจกจ่าย หรือขายเป็นรายได้เข้าครอบครัวอีกด้วย ไปที่บ้านของ คุณพิมพ์นภา พรหมเสน ที่ปลูกพืชผักและไม้ยืนต้นไว้อย่างมากมาย รวมทั้งข้าวที่ปลูกแบบขั้นบันได สอบถามคุณพิมพ์นภา ได้ความว่า เป็นภรรยาของผู้บริหารสำนักงานเขตการศึกษา และใช้บ้านพักเปิดร้านเสริมสวย หากว่างจากงานในช่วงกลางวัน หรือช่วงเช้าและเย็นที่ปลอดลูกค้าก็ลงทำสวน ซึ่งก็อยู่ในบริเวณบ้านเช่นกัน ทำการปลูกพืชผักและผลไม้ในบริเวณบ้าน มีแนวคิดจากการที่อยากจะมีอาหารที่สดและปลอดภัยไว้กิน จึงใช้ช่วงเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็น ทำสวน โดยปลูกทุกอย่างที่กินได้ และเพื่อความสวยงามก็จะใช้พืชผักต่างๆ มาจัดสวนหย่อม ซึ่งได้ทั้งความสวยงามและเป็นแหล่งอาหาร การปลูกผักตามฤดูกาลนั้นจะได้ผลดีกว่าทำนอกฤดู จะไม่ค่อยมีป
ช่วงหลายปีมานี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักไปศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านของ”คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ” วัย 50 กว่า ซึ่งได้จัดตั้งเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองทะเล, ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ทำไมต้องไปดูงานที่นี่ก็เพราะ เขาผู้นี้ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งระดับจังหวัดและประเทศ อาทิ เป็นเกษตรกรดีเด่น ปี 2548 สาขาปศุสัตว์, รางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2552, รางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป ปี 2550 และได้รับรางวัลศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัดปี 2550 ฯลฯ คุณสงวนเล่าความเป็นมาให้ฟังว่า เริ่มต้นเมื่อปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ คิดถึงในหลวงสอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ จ.กระบี่ เริ่มต้น ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียง ต้องสร้างโรงปุ๋ยก่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ไร่อรหันต์ ศูนย์เรียนรู้เกษตรรุ่นใหม่ หัวใจพอเพียง บ้านกุดปลาเข็ง หมู่ 1 ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นายปา ไชยปัญหา ปราชญ์ชาวบ้านเจ้าของไร่ ได้ออกมาแนะนำถึงวิธีใช้พื้นที่ดิน 1 ไร่ ปลูกพืชผลการเกษตรให้สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ภายใต้ชื่อโครงการ “1 ไร่ เก็บได้ทั้งปี” โดยเป็นการปลูกพืชผสมผสานแนวเกษตรอินทรีย์ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประสบความสำเร็จและกลายเป็นแปลงต้นแบบ ทำให้กับเกษตรกรในพื้นที่ อ.สูงเนิน สนใจมาศึกษาเรียนรู้กันเป็นจำนวนมาก โดยนายปา ไชยปัญหา เจ้าของไร่อรหันต์ เปิดเผยว่า ตนนั้นมีอาชีพหลักคือเป็นพนักงานตำแหน่งซูเปอร์ไวเซอร์ ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ อ.สูงเนิน หลังจากได้ศึกษาถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ก็คิดอยากจะทำอาชีพเกษตรกร จึงได้ซื้อที่ไว้บริเวณบ้านกุดปลาเข็ง จำนวน 27 ไร่ และเริ่มตระเวนไปศึกษาเรียนรู้กับนักปราชญ์ดังๆ ทั่วประเทศ จนในที่สุดก็ได้ความรู้มาทดลองปลูกพืชผลการเกษตรต่างๆ มากมาย ประสบความเร็จ กลายเป็นที่สนใจของคนในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก จึงเ
