เกษตรยั่งยืน
ในประเทศไทย เกษตรกรรมยั่งยืน (Sustainable Agriculture) หมายถึง ระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกร กระบวนการผลิต และการจัดการทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ นำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค มีรูปแบบค่อนข้างหลากหลาย โดยมีการเรียกชื่อต่างกันไป แต่พบว่ารูปแบบที่เป็นที่ยอมรับ และบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 เป็นต้นมา คือ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ วนเกษตร เกษตรอินทรีย์ และเกษตรธรรมชาติ และรูปแบบอื่นๆ ที่สอดคล้องกับหลักการเกษตรกรรมยั่งยืน ทั้ง 5 รูปแบบสามารถจัดเป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่ม 1. เน้นการจัดการระบบดิน น้ำ และความหลากหลายของกิจกรรม 2. เน้นการจัดการปัจจัยการผลิต และ 3. เน้นการไม่รบกวนระบบ (แหล่งที่มา : สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) Aromatic Farm ถือเป็นอีกหนึ่งฟาร์มต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน ที่มีการนำหลักคิดการทำเกษตรอินทรีย์ ผสมผสานกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบใหม่ BCG Economy Model ในการสร้างความเข้มแข็ง ในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยอาศัยกลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพ
การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จแน่นอนว่าปัจจัยสำคัญคือ “น้ำ” หากน้ำไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง ให้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะฉะนั้นก่อนการเริ่มต้นปลูกพืชสักอย่าง ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ และเหมาะสมตามที่พืชต้องการ เพื่อผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ นำไปสู่การทำเกษตรแบบยั่งยืน คุณเบิร์ด-ยุทธนา คามบุตร เจ้าของสวนลุงเบิร์ด จังหวัดชัยนาท อีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่างในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกไม้ผลท่ามกลางพื้นที่แห้งแล้งได้ดีเยี่ยม โดยเทคนิคสำคัญของสวนลุงเบิร์ดคือ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีการคิดคำนวณต้นทุนตั้งแต่การวางระบบน้ำ ไปจนถึงการคำนวณอัตราการไหลของน้ำเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต จนสามารถเอาชนะความแห้งแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สวนลุงเบิร์ดมีพื้นที่สำหรับปลูกไม้ผลรวมๆ เกือบ 4 ไร่ แบ่งพื้นที่ปลูกฝรั่ง 2 ไร่กว่า ปลูกฝรั่งได้ประมาณ 200 ต้น ส่วนพื้นที่ที่เหลือประมาณไร่กว่าเลือกปลูกพุทรานมสด ท่ามกลางพื้นที่แห้งแล้ง ระบบน้ำจึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับที่นี่ “พื้นที่แถวนี้ส่วนใหญ่จะปลูกพืชไร่กันเกือบทั้งหมด แล
เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 ได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ระดับภาค โดยมี พล.ท. กิตติศักดิ์ แม้นเหมือน รอง ผอ.ศปป.กอ.รมน. ภาค 3 เป็นประธานเปิดงาน โดยมีสื่อมวลชนจากจังหวัดเชียงใหม่ พะเยา และจังหวัดน่าน เข้าร่วมงาน ประมาณ 100 คน มีโครงการที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2560 บนพื้นที่ 200 ไร่ สืบเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ภายในค่ายเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก มีพระราชดำริให้มีการอนุรักษ์พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ดั้งเดิมของไทยไว้ใช้เพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน ให้มีการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์กันในหมู่เพื่อนบ้าน ซึ่งทุกวันนี้มีโอกาสหายาก เพราะทุกวันนี้ในท้องตลาดมีแต่เมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่สามารถปลูกได้เพียงครั้งเดียว ไม่สามารถเก็บไว้ขยายพันธุ์ต่อไปได้ จะปลูกพืชในฤดูกาลต่อไป จะต้องไปหาซื้อจากภาคเอกชนในท้องตลาด เริ่มจากนำเมล็ดพันธุ์พืชมาจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย เริ่มต้นจาก 10 ไร่ ป
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 มีความว่า “…สิ่งสำคัญที่เราพอกิน อุ้มชูตัวเราได้ ให้มีความพอเพียงแก่ตัวเอง พึ่งตนเองได้ หมายความว่า ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน มีความเป็นอยู่อย่างประมาณตน มีกินมีใช้ตามอัตภาพ แล้วที่เหลือจึงจะขายเป็นรายได้ต่อไป…” การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้วยการจัดตั้ง “โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ขึ้นอย่างไม่เป็นทางการในพื้นที่ป่าดงนาทามอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดอุบลราชธานี มีการถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการนำจุลินทรีย์ หรือ EM มาใช้ทางด้านการเกษตรและปศุสัตว์ อาทิ การทำปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยแห้ง การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก การเพาะปลูก การเลี้ยงไก่ ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้จึงมีการขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิ วัด และชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม กระทั่งในปี 2546 โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงถูก
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการระยะยาวของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กับโครงการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชมบ้านเขาสมอคอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 โดยบ้านปูเข้าไปให้ความช่วยเหลือชุมชนหมู่ 1, 2 และ 3 ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี 5 ปีที่ผ่านมา ชุมชนแห่งนี้มีพัฒนาการตามลำดับ เริ่มต้นจากกิจกรรมระยะเร่งด่วนด้วยการซ่อมแซมและพื้นฟูชุมชนหลังน้ำลดให้กลับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว หลังจากนั้นเข้าสู่กิจกรรมระยะกลาง ซึ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชน และพัฒนาทักษะเกษตรกร ปิดท้ายด้วยกิจกรรมระยะยาวกับการพัฒนาบ้านเขาสมอคอนให้เป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืนในโครงการนาอินทรีย์ข้าวสินเหล็กเขาสมอคอนที่ทำให้เกษตรกรมีแบรนด์สินค้าของตนเอง “อุดมลักษณ์ โอฬาร” ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บมจ.บ้านปู สะท้อนภาพโครงการว่า เรามองถึงความต้องการของชุมชนเป็นสำคัญ โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีรายได้ระยะยาว และสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง ดังนั้น เพื่อให้ชุมชนปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงแนะนำให้ทำเกษตรกรรมด้านอื่นนอกเหนือจากการปลูกข้าว
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2560 กรมได้ใช้งบประมาณ 102.8 ล้านบาท เพื่อดำเนินการในโครงการต่างๆ รวม 5 เรื่อง คือ 1. โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชผักไม่ต่ำกว่า รายละ 4 ชนิด เพื่อส่งมอบให้เกษตรกรรายใหม่ จำนวน 70,000 ราย พร้อมให้คำแนะนำการปลูกแก่เกษตรกรและติดตามประเมินผลและให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง และจัดทำแปลงศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ ใช้งบประมาณ 9.8 ล้านบาท 2. โครงการเกษตรอินทรีย์ จะตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ 2,200 แปลง ใน 8 ชนิดพืช และตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ จำนวน 60 โรง รวมถึงสร้างศูนย์ต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบเติมอากาศ จำนวน 25 โรง ถ่ายทอดความรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้กับผู้สนใจ 4,500 ราย และร่วมผลักดันจังหวัดยโสธรให้เป็นต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศ (ยโสธรโมเดล) โดยเพิ่มประโยชน์การใช้พื้นที่ด้วยการปลูกพืชหลังการทำนา ได้แก่ แตงโม และถั่วลิสง ครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ไร่ วงเงินรวม 30 ล้านบาท นายสุวิทย์ กล่าวว่า 3. การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (โซนนิ่ง) โดยการสร้างแปลงต้นแบบการปรับเป
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ร่วมทีมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2560 แจงนโยบายการดำเนินงานสำคัญจังหวัดปราจีนบุรี รุกนโยบายเร่งด่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี2559/60 การบริหารจัดการน้ำ โครงการตามนโยบาย และการจัดตั้งสหกรณ์ประมง เพื่อก้าวสู่ปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีงบประมาณ 2560 และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเกี่ยวกับด้านการเกษตรของจังหวัดปราจีนบุรี โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) ได้ร่วมประชุมขับเคลื่อนนโยบาย ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี มีผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี (นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ) เป็นประธานการประชุม สำหรับกรอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2560 คือ “ปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน” โดยการดำเนินโครงการเน้นให้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการบริหารจัดการแบบธุรกิจเกษตร การบริหารจัดการเงินและบัญชีต้นทุน
Zero Waste เป็นแนวคิดในการที่จะทำให้ไม่เกิดของเหลือ หรือทำให้เกิดของเหลือน้อยที่สุดในกระบวนการผลิต แล้วจึงนำส่วนที่เหลือไม่สามารถใช้ประโยชน์แล้วไปกำจัด เริ่มมีการนำมาใช้ในช่วง ค.ศ. 1970 ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งภาคอุตสาหกรรมยังได้มีการแลกเปลี่ยนหรือขายของเหลือดังกล่าวให้กับโรงงานหรือสถานประกอบการอื่นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ทำให้ของเหลือเหล่านั้นมีจำนวนน้อยลงไปอีกด้วย ประชากรที่เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาทำให้มีการผลิตที่ต้องตอบสนองความต้องการของประชากรจำนวนมาก ภาคอุตสาหกรรมจึงมีการเติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้ปัจจุบันภาคการเกษตรที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชากรโลกได้ถูกภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองเข้ามาใช้พื้นที่แทนเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะมีการรุกคืบหน้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ในการทำการเกษตรมีน้อยลง อีกทั้งทรัพยากรที่จะนำมาใช้สำหรับการทำเกษตรกรรมก็ยังถูกแบ่งไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง เช่น ทรัพยากรน้ำ เป็นต้น การจัดการทรัพยากรทางด้านการเกษตรจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับการรุกเข้ามาของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง รวมถึงการที่จะต้องปรับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประ
