เกษตรอัจฉริยะ
กระทรวงเกษตรชู “เกษตรอัจฉริยะ”กำจัดจุดอ่อนภาคเกษตรไทย วางเป้าภายใน2 ปีลดปัญหาหนี้สินและยกระดับรายได้เกษตรกรไทยเพิ่มขึ้น60% พร้อมงัดเทคโนโลยีพลิกพลิกโฉมภาคเกษตรไทยสู่ผู้ผลิตสินค้าเกษตรชั้นนำของโลก ด้านกรมวิชาการเกษตรโชว์สุดยอดเทคโนโลยีระบบเกษตรแบบแม่นยำ มุ่งยกระดับการผลิตเพิ่มขีดความสามารถทางด้านตลาดแบบยั่งยืน นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเปิดงาน“การสาธิตการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะในการผลิตพืชผักในโรงเรือนมะเขือเทศ”ภายใต้โครงการแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรฯ ณ ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภออู่ทอง(ศพก.) วิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทองต.จรเข้สามพันอ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการเกษตรตามนโยบายส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรที่จะนำไปสู่การให้บริการจากภาครัฐโดยอาศัยเทคโนโลยีหรือGovernment TechnologyและBig dataของกระทรวงเกษตรฯตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เนื่องจากเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะช่วยลดต้น
SMART FARM หรือ เกษตรอัจฉริยะ คือการทำเกษตรยุคใหม่ ยุคดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยี เครื่องจักรและนวัตกรรมต่างๆ ที่มีความแม่นยำสูงเข้ามาใช้ในการทำงาน ที่สำคัญต้องปลอดภัยทั้งต่อเกษตรกร สิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยในการเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (อะกรีเทค) ภายใต้ สวทช. ได้ริเริ่มโครงการ “การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเกษตรในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” โดยนำร่องกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียน กลุ่มปรับปรุงคุณภาพทุเรียนวังจันทร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (อะกรีเทค) มีบทบาทหน้าที่หลักในการนำผลงานวิจัยจาก สวทช. และพันธมิตรมาต่อยอดสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง โดยใช้กลไกความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีและพัฒนาความเข
โครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะในเขตอิวาตะ ประเทศญี่ปุ่น เกิดจากการร่วมมือกันสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจเพื่อการเกษตรเข้มแข็งและสามารถปรับตัวได้โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งความรู้อันหลากหลายโครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะในเขตอิวาตะเกิดจากการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทฟูจิตสึ โอริกซ์ และมาสึดะ ซีด โดยบริษัทชั้นนำ 3 บริษัทได้จับมือกันจัดทำโครงการนวัตกรรมทางเกษตรกรรม โดยบริษัทแรกเป็นบริษัทที่มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรที่แข็งแกร่ง ส่วนบริษัทที่สองเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านเรือนเพาะชำพืชการเกษตรที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่หลากหลาย และบริษัทที่สามคือบริษัทที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีทักษะความชำนาญในด้านเทคโนโลยีดิจิตอล นาย มาซายูกิ คุราชินา ผู้จัดการทั่วไป แผนกธุรกิจการเกษตรบริษัท โอริกซ์ คอร์ปอเรชั่น และ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มาสึดะ ซีด จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ต้องการผลักดันพืชผลและเมล็ดพันธุ์อันหลากหลายของญี่ปุ่นเข้าสู่ตลาดระดับโลก โดยการวางตัวโครงการใหม่นี้ให้เป็นห้องแสดงสินค้าพืชผลและเมล็ดพันธุ์ นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการสร้างสรรค์ธุรกิ
