เมล่อน
ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา เป็นหน่วยงานในสังกัดกองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 5,000 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นศูนย์เกษตรกรรมทฤษฎีใหม่ของกองทัพเรือ ปัจจุบันดำเนินการปลูกพืช ปลูกข้าว เมล่อน เลี้ยงไก่ไข่ ฯลฯ และเป็นศูนย์ศึกษาเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ชื่อว่าศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงทหารเรือโยทะกา ในยามที่ศัตรูรุกล้ำอธิปไตย เหล่าทหารต้องจับอาวุธสู้เพื่อปกป้องอธิปไตย แต่ในยามประเทศชาติสงบ ทหารบางหน่วยหันมาผลิตเสบียงเพื่อป้อนกำลังพลอีกด้วยการทำนา ทำไร่ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำประมง เป็นต้น โดยกองทัพเรือ มีศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือ 3 แห่ง กระจายใน 3 ภูมิภาค ผลิตพืชผลทางการเกษตร เพื่อจำหน่ายในราคาสวัสดิการให้แก่ทหารและครอบครัว ทั้งข้าราชการและลูกจ้างในกองทัพเรือ ที่สำคัญยังเป็นหน่วยงานที่คอยให้คำแนะนำและส่งเสริมอาชีพด้านเกษตรให้แก่ทหารกองประจำการโดยตรงอีกด้วย เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้หลังจากที่ปลดประจำการ ในส่วนของศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา ที่ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเ
ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าต้องปากกัดตีนถีบ ใครที่จะเริ่มต้นประกอบอาชีพหรือกิจการต่างๆ ก็ยิ่งยากขึ้น แม้แต่คนที่มีงานประจำอยู่แล้วก็ต้องเกาะไว้ให้แน่น ซึ่งในตอนนี้เกาะให้แน่นอย่างเดียวเห็นทีคงจะไม่พอ สำคัญอยู่ที่ต้องรู้จักการปรับตัวตามยุค ตามเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อหาทางรอด 1 คน ต่อ 1 อาชีพ คงไม่อาจอยู่ได้อย่างมั่นคงได้ในยุคนี้ คุณสุทธิวัฒน์ วียะศรี หรือ พี่เวส เจ้าของไร่วียะศรี พ่วงด้วยตำแหน่งประธานเครือข่ายยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เชียงใหม่ อยู่ที่ 287 หมู่ที่ 4 ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้ปรับตัวให้ทันยุคสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่จากเดิมเป็นเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดียว คือ การปลูกเมล่อนญี่ปุ่น มานานกว่า 8 ปี แต่ในตอนนี้ต้องเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนปลูกพืชผสมผสาน เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย และเป็นทางรอดให้กับครอบครัว พี่เวส เล่าถึงที่มาของจุดเริ่มต้นการทำเกษตรและการเปลี่ยนภายในสวนว่า ตนเรียนจบปริญญาตรี คณะอุตสาหกรรมเกษตร และปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจุดเริ่มต้นของการจะทำเกษตรกรรมเกิดขึ้นในตอนสมัยกำลังเรียนปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ ไปสะดุดกับคำที่อ
หลายธุรกิจต่างประสบปัญหาต่างๆ ในช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 ทั้งต้องปรับแผนรับมือสถานการณ์อย่างเหมาะสม และนี่เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา ‘วาสนาฟาร์ม’ กับการปรับตัวของฟาร์มเมล่อนยุค New Normal #วาสนาฟาร์ม #เกษตรก้าวหน้า #PostCOVID19 #Newnormal #bangkokbank #bangkokbanksme #sme ผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ที่อยู่กับชาวไทยมานานกว่า 6 เดือน ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน เพราะเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของไทยแทบพังทั้งระบบ เนื่องจากส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่กับบางภาคส่วน เช่น ภาคการท่องเที่ยวและบริการ ตลอดทั้งต้องพึ่งพิงการค้าระหว่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง ทำให้นโยบายยับยั้งการระบาดของโควิด-19 จึงต้องปิดพรมแดนระหว่างประเทศ ระหว่างจังหวัด ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักทั้งประเทศ ประชาชนที่อยู่ในภาคการผลิตอื่นๆ ทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การบริการ และหลากหลายธุรกิจต่างประสบปัญหาล้มระเนระนาด ถึงขั้นต้องปิดกิจการชั่วคราว หรือปิดกิจการไปเลย ในขณะที่เกษตรกรที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมก็ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme เช่นเดียวกับ &
โอโซนฟาร์มเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ไม่ได้มุ่งเน้นขายผลผลิตเพียงอย่างเดียว ช่วงโควิด-19 รายได้จากการท่องเที่ยวหาย จึงหันมาปรับเปลี่ยนเป็นขายผลผลิตแทนการนำมาแปรรูปจำหน่ายในร้านและขายออนไลน์ และด้วยคุณภาพผลผลิตชั้นดี ยอดขายเข้ามามาก ทำให้ธุรกิจรอดได้ในขณะที่รายอื่นๆ ล้มลงระนาว #OzoneFarm #bangkokbank #bangkokbanksme #sme ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ Startup สร้างธุรกิจให้ยืนยาวจนธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ด้วยรายได้ดีงามในยุคสมัยที่มีแต่คู่แข่งผุดขึ้นมามากมาย และมีปัจจัยเสี่ยงเป็นตัวแปรรอบด้าน โดยเฉพาะการเดินหน้าธุรกิจท่ามกลางเศรษฐกิจขาลงและวิกฤติเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 ที่ทำให้ทุนเล็กทุนใหญ่บอบช้ำ ไปจนถึงร่วงกันระนาวในช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา หากใจไม่แกร่ง วิสัยทัศน์ไม่กว้างไกล ปรับตัวได้ไม่ไว ต่อให้มีทุนหนาแค่ไหนก็มีสิทธิ์ม้วนเสื่อกลับบ้านกับสถานการณ์ที่มาไวจนยากจะตั้งรับได้ทัน ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme หากแต่ไม่ใช่กับพิเชษฐ กันทะวงค์ เกษตรกรหนุ่มวัย 40 ปี ดีกรีปริญญาตรี เอกอารักขาพืช จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ประธานกลุ่ม You
แคนตาลูปเป็นไม้ผลที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและกว้างมากขึ้น สิ่งที่ทำให้ผู้ผลิตหลายคนสนใจพืชชนิดนี้เพราะราคาขายน่าพอใจ ตลาดซื้อ-ขายแคนตาลูปมีความชัดเจนมากกว่าเมล่อนเพราะผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทว่าพืชชนิดนี้มีข้อจำกัดการปลูกส่วนใหญ่อยู่กับกลุ่มเกษตรกรเดิมที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ ส่วนรายใหม่ที่ยังขาดความรู้ทั้งด้านผลิตและการตลาด จึงยังไม่กล้าที่จะเข้ามาเป็นผู้ผลิตเต็มตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เกษตรกรทั่วทุกภูมิภาคให้ความสนใจปรับพื้นที่จากทำนา ทำไร่ แล้วเปลี่ยนมาปลูกแคนตาลูปกันมากขึ้นทั้งรายเล็ก รายใหญ่ เพราะเป็นพืชระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนเร็วแล้วมีรายได้ดีกว่า คุณสมิตานันท์ มะโน หรือ คุณปู บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 4 บ้านหัวถิน ตำบลพังยาง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โทรศัพท์ (091) 810-2776 ก็เช่นเดียวกันที่ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาบางส่วนมาปลูกแคนตาลูปเนื่องจากประสบปัญหาราคาข้าว โดยคุณปูเลือกทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานคือปลูกข้าว และผักชนิดต่างๆ สลับไป-มาหมุนเวียน แล้วทดลองปลูกแคนตาลูปบริเวณขอบคันนาก่อน ได้ผลดีมีคุณภาพ ทำให้ต้องขยายพื้นที่ปลูกทดแทนพื้นที่นา แล้วปรับวิธีปลู
ถ้าเอ่ยถึง จังหวัดสุโขทัย นอกจากความงดงามของเมืองโบราณ แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับทางด้านประวัติศาสตร์ สิ่งที่ผู้คนจะนึกถึงตามมาหลังจากเอ่ยชื่อสุโขทัยแล้วนั้น ก็คงหนีไม่พ้น ถั่วทอด เครื่องสังคโลก และผ้าทอ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัด แต่ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุโขทัยเช่นกัน และนั่นคงไม่พ้นผลไม้รสหวานของฝากขึ้นชื่ออย่าง เมล่อน เมล่อนพันธุ์กรีนเน็ต เป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี มีความทนโรคและเป็นพันธุ์ที่ได้มาตรฐานในเรื่องของการตลาด การยอมรับในเรื่องของการทำความหวานและการดูแลค่อนข้างง่าย คุณยศวัฒน์ ศิริอธิพันธ์ เจ้าของสุโขทัยเมล่อนฟาร์ม ได้เล่าถึงเรื่องการให้ผลผลิตของเมล่อนที่ตนปลูกไว้ว่า ในผลผลิตเฉลี่ย 500 ต้น ต่อ 1 โรงเรือน น้ำหนักเฉลี่ย 1 ผล ประมาณ 1.5-1.8 กิโลกรัม ความหวานอยู่ประมาณ 15-16 บริกซ์ ขายอยู่หน้าฟาร์ม กิโลกรัมละ 100 บาท เป็นผลไม้ที่ราคาเป็นมาตรฐานและราคาไม่ตก แต่มีปัจจัยสำคัญที่ว่า “ปัญหาของเมล่อนคือ การปลูกยังไงให้มีความปลอดภัย ปัจจุบันการปลูกเมล่อนที่จะให้ผลตอบแทนและป้องกันการเลี้ยงได้ดีที่สุดคือ การปลูกในโรงเรือน” คุณยศวัฒน์ ว่
บริเวณทุ่งนาท้ายเหมือง หมู่ 4 บ้านทองทั่ว ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นที่นาหลังเก็บเกี่ยวของเกษตรกร นายวรรฤดี เรืองสวัสดิ์ หรือ พี่เปี๊ยก อายุ 45 ปี ชาว จ.สกลนคร ชีวิตผกผัน ดิ้นรนมารับจ้างทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ในจันทบุรี เมื่อ 27 ปีก่อน ได้ขอเช่าพื้นที่ท้องนาจำนวนกว่า 10 ไร่ ของเกษตรกรหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อทำการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง ในช่วงหน้าแล้ง สร้างรายได้เสริมจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นำมาสู่ความสำเร็จ จนมีรายได้เพิ่มเป็นฐานรากให้แก่ครอบครัวเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 3 แสนบาท ปัจจุบันผลผลิตของ พี่เปี๊ยก เป็นที่สนใจแก่ลูกค้าตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก พี่เปี๊ยก กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ได้ใช้เวลาที่ว่างจากการทำงานประจำ มาศึกษาข้อมูลการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง และเริ่มลงมือเพาะปลูกโดยเฉพาะแตงโมพันธุ์กินรี ที่หาซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ตามท้องตลาด และแคนตาลูป จนเวลาผ่านไปผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถเก็บขายได้ราคาดีจนประสบความสำเร็จ แต่ผลไม้ทั้งสอง
ด้วยคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทำให้ “มะเขือเทศ” เป็นพืชไม้ผลที่เข้าไปอยู่ในหลายเมนูอาหาร ในทั่วทุกมุมโลก แล้วนิยมบริโภคมะเขือเทศกันแบบสด ทั้งนี้ มักให้ความสำคัญกับมะเขือเทศที่ปลอดภัยจากสารเคมีกันมาก คุณสรายุทธ เย็นตั้ง หรือ คุณสตีฟ ชาวเมืองอุทัยธานีที่ยึดอาชีพปลูกมะเขือเทศพันธุ์ต่างประเทศด้วยการจัดการแบบอินทรีย์ในโรงเรือนสร้างคุณภาพผลผลิตที่สมบูรณ์ เพื่อลูกค้าจะได้บริโภคแต่สิ่งที่ปลอดภัยช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรง คุณสตีฟร่ำเรียนมาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร หลังจากจบการศึกษาออกมารับงานออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองจนถึงปัจจุบัน แล้วเปิดร้านขายกาแฟร่วมกับแฟนที่อำเภอทัพทัน ความไม่ตั้งใจเข้าสู่วงการเกษตรทั้งที่ตัวเองร่ำเรียนมาสายออกแบบได้เกิดขึ้นเมื่อร้านขายกาแฟและเครื่องดื่มที่ตั้งขายอยู่ภายในบริเวณศูนย์อบรมการเกษตรที่อำเภอทัพทัน ทำให้คุณสตีฟมีโอกาสไปช่วยกิจกรรมทางการเกษตรที่จัดขึ้นภายในศูนย์หลายกิจกรรม จนกระทั่งเกิดการซึมซับความรู้ วิธี และเทคนิคหลายอย่างจนเรียนว่าเกิดความชำนาญระดับหนึ่ง อีกทั้งยังได้มีโอกาสโชว์ฝีมือการปลูกเ
จุดเริ่มต้นของบ้านสวนเมล่อน ที่อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา นางปคุณา บุญก่อเกื้อ หรือ คุณแก้ว ซึ่งอีกบทบาทหนึ่ง เธอมีตำแหน่งเป็นเลขานุการสหกรณ์พืชผักผลไม้ (เกษตรปลอดภัยสูง) จำกัด ได้ย้อนถึงที่มาของการเริ่มทดลองปลูกเมล่อนครั้งแรก เกิดขึ้นหลังจากที่สามีเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและซื้อเมล่อนกลับมาฝาก ลูกละ 3,000 บาท จึงเกิดความคิดที่จะปลูกเมล่อนปลอดสารให้สามีและลูกไว้รับประทาน ในช่วงปลายปี 2558 เริ่มทำโรงเรือนแรกด้วยเงิน 3,000 บาท ทำจากไม้ไผ่ ใช้มุ้งและพลาสติกคลุม เพื่อไม่ให้แมลงรบกวนและไม่ใช้สารเคมี จากนั้นได้ซื้อเมล็ดเมล่อนพันธุ์คิโมจิ มาปลูก 30 ต้น และเมื่อผลผลิตออกก็แจกจ่ายให้เพื่อนๆ และคนรู้จัก มีเสียงตอบรับมากขึ้น และชมชอบในรสชาติ จึงได้ลองโพสต์ขายทางเฟซบุ๊ก สร้างเรื่องราวน่าสนใจ ทำให้มีคนสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง จึงต้องขยายโรงเรือนเพิ่มจากโรงเรือนที่ 1 เป็น 2 และ 3 จนปัจจุบันมีทั้งหมด 10 โรงเรือน ซึ่งเทคนิคในการปลูกเมล่อนทั้งหมดเธอได้แสวงหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ทางยูทูบและเว็บไซด์ต่างๆ “แก้วเคยทำงานโรงงานมาก่อนที่จะมาทำเกษตร แรกเริ่มไม่ได้ตั้งใจจะเป็นเกษตรกร แต่เมื่อทดลองปลูกเมล่อน
การปลูกพืชผักบนดาดฟ้าหรือพื้นที่ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งความฝันของใครหลายๆคน ยิ่งปลูกแบบไม่ใช้ดิน หรือ ไฮโดรโปรนิกส์ด้วยแล้วตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม ในวันนี้จะไปเจาะลึกเทคนิคการปลูกผักด้วยระบบนี้กับกับหนุ่มใหญ่เจ้าของโรงงานเมล็ดพลาสติกที่มีหัวใจรักในการทำเกษตร ประยุกต์พื้นที่เล็กๆที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาปลูกเมลอนด้วยระบบโฮโดรโปรนิกส์ แต่ที่น่าสนใจ คือ เขาปลูกถั่วยาวและฟักทองด้วยระบบนี้ คุณรุ่งโรจน์ เวชสิทธิ์ เจ้าของไอเดีย เล่าให้ฟังว่า การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน หรือ ระบบไฮโดรโปรนิกส์ เป็นวิธีการปลูกพืชผักในสารละลายธาตุอาหารในภาชนะที่ไม่มีการหมุนเวียนของน้ำครับ ซึ่งการปลูกด้วยระบบนี้จะปลูกได้ 2 ลักษณะ คือ การใช้ระบบปั๊มอากาศ กับไม่ใช่ระบบการปั๊มอากาศ “แนวคิดนี้เกิดจากการได้ไปดูงานที่ประเทศอิสลาเอล ทำให้ได้เห็นการปลูกพืชด้วยระบบนี้ ซึ่ง 7-8 ปีที่ผ่านมาระบบไฮโดรโปรนิกส์ในบ้านนั้นยังเกิดขึ้นได้ไม่นานและยังไม่มีคนปลูกกันมานัก” คุณรุ่งโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า โดยทั่วไปหลายคนจะเห็นการปลูกผักด้วยระบบไฮโดรโปรนิกส์ในรูปแบบของระบบรางพลาสติกยาวๆ ภายในรางมีน้ำที่ผสมธาตุอาหาร A และ B ไหลผ่านรากของต้นพืชที่ปลูกอยู
