เห็ดตับเต่า
“ป่าไม้” มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิตของชุมชนในสังคมชนบท ในฐานะเป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเห็ดป่า แต่เนื่องจากการให้ผลผลิตของเห็ดป่าในแต่ละปีไม่แน่นอนอยู่กับปัจจัยแวดล้อมตามธรรมชาติ อีกทั้งผลผลิตเห็ดป่าลดน้อยลงทุกปี เนื่องจากความผันแปรของสภาพภูมิอากาศ ความแห้งแล้ง และการทำลายระบบนิเวศป่าไม้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา มังกิตะ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และ ดร.สุจิตรา โกศล สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าวและต้องการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างชาญฉลาดและยั่งยืนแก่ชุมชน ด้วยการสร้างแหล่งอาหารโดยการปลูกพืชเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซากินได้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้เกิดชุมชนไม้มีค่า ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความรักและดูแลต้นไม้ที่ปลูกอย่างประณีตแบบอินทรีย์ งดการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ผลงานวิจัยนี้ ได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัย จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. คณะผู้วิจัยได้จัดทำพื้นที่แปลงทดลองต้นแบบ การปลูกไม้เศรษ
เกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่แพ้ชาติใดในโลก หลายคนได้ศึกษาพัฒนาการทำการเกษตรด้วยตนเอง ตลอดจนปรึกษาอาจารย์ผู้รู้ด้านการเกษตร จนสามารถสร้างเทคโนโลยีการผลิตพืชได้คุณภาพดี ปริมาณสูง ยกตัวอย่างเช่น เกษตรกรรายหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ค้นพบเห็ดในดงมะกอกน้ำของตัวเองด้วยความบังเอิญ หลังปลูกมะกอกน้ำไปได้ 2 ปี ก็พบว่ามีดอกเห็ดเกิดขึ้นใต้ต้นมะกอกเป็นครั้งแรก ตอนแรกทุกคนไม่รู้ว่าเป็นเห็ดอะไรจึงไม่มีใครกล้านำมาบริโภค ลักษณะของดอกเห็ดที่พบนั้นมีจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ โดยงอกเป็นตุ่มเล็กๆ ก่อน จากนั้นภายใน 2-3 วัน ดอกเห็ดก็จะบาน คนงานไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยเก็บมาขว้างเล่น ต่อมารู้ว่าเป็น “เห็ดตับเต่า” กินได้ และอร่อยด้วย จึงเก็บเห็ดตับเต่าที่เกิดบนสันร่องต้นมะกอกน้ำใส่ตะกร้าไปขายที่ตลาดบางปลาม้า แม่ค้าตีราคาให้กิโลกรัมละ 30 บาท นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เห็ดตับเต่าก็กลายเป็นของรักของหวงประจำสวนมะกอกน้ำแห่งนี้ไปเลย เห็ดตับเต่า ในดงมะกอกน้ำ บริเวณที่พบดอกเห็ดตับเต่ามากที่สุด คือตรงร่องที่ขึ้นแฉะ ซึ่งดอกเห็ดตับเต่าจะเกิดใกล้โคนต้น และแสงแดดจะส่องไม่ถึงบริเวณชายร่องโดยตรง ต่อมาได้สอบถ
เห็ดตับเต่า ได้พึ่งพาต้นโสนเป็นพืชอาศัยเพื่อทำให้เชื้อเห็ดเดินและเจริญเติบโตได้ดี เห็ดตับเต่าเป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดที่มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของไทย ปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านการศึกษาวิจัยเห็ดและผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงมีผู้สนใจได้นำผลงานมาต่อยอดด้วยการเพาะเห็ดตับเต่าขายในเชิงการค้า เห็ดตับเต่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่จะผลิตสร้างรายได้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในแบบวิถีพอเพียง มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เห็ดตับเต่า…พืชเศรษฐกิจในดงโสน ผลิตเพื่อการค้าด้วยวิถีพอเพียง มาบอกเล่าสู่กัน คุณวิภาดา สุภานันท์ เกษตรอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าให้ฟังว่า ในช่วงฤดูฝนมักจะมีเห็ดตับเต่าและเห็ดอีกหลายชนิดเจริญเติบโตในป่าธรรมชาติ และเห็ดตับเต่าเป็นชนิดหนึ่งที่มีผู้นิยมบริโภคกันแพร่หลายในทั่วทุกภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะหมู่คนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็ดตับเต่ามีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงกำลัง หรือดับพิษร้อนภายในร่างกาย นอกจากนี้ ยังช่วยบำบัดอาการปวดข้อ ปวดเส้นเอ็น หรือปวดหลัง เห็ดตับเต่า มีชื่อเรียกต่างกัน ภาคเหนือ เรียกว่า เห็ดห้า
นางสาวกนิษฐา กังสวนิช รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้เข้มแข็ง ซึ่งสินค้า GI เป็นหนึ่งในสินค้าที่มีอัตลักษณ์และมีศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ไทยในทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ปัจจุบันมีสินค้าขึ้นทะเบียน GI ทั่วประเทศ ทั้งในกลุ่มสินค้าประเภทอาหาร ผลผลิตทางการเกษตร และสิ่งของเครื่องใช้ รวม 206 สินค้า สร้างมูลค่ากว่า 71,000 ล้านบาทต่อปี นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า ล่าสุด ได้การลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบปะหารือกับเกษตรกร ผู้แปรรูป และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ดตับเต่า เพื่อผลักดันเห็ดตับเต่าขึ้นทะเบียน GI นำมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของชาวอยุธยา ซึ่งนำมาทำเมนูอาหารได้หลายอย่าง อาทิ ทาร์ตแกงคั่วเห็ดตับเต่าปลาย่าง เห็ดตับเต่าเป็นพืชที่อยู่คู่กับชาวกรุงเก่ามายาวนาน โดยมีหมวกเห็ดมนเป็นรูปกระทะคว่ำ ผิวมัน เนื้อเห็ด มีความแข็ง หนา และเหนียวแน่น ผิวสีน้ำตาลเข้มปนเหลืองอ่อน โคนก้านใหญ่ มีรสชาติดี พื้นที่ของจังหวัดเ
บนโลกที่น่ารักน่าอยู่ใบนี้ เวลาคือทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวในชีวิตที่เราไม่ต้องมีเงินทุน และเวลานั้นจะสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงที่ให้เราสามารถเป็นเงินทุนได้ เราจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้เวลาไปสร้างชีวิตตัวเองให้ได้อย่างเต็มความสามารถของเราอย่างรู้คุณค่าก้าวไปบนเส้นทางของกาลเวลา เนื่องจากเวลาคือสิ่งเดียวที่เราไม่มีวันเรียกมันให้กลับคืนได้ ก่อนอื่นขอขอบพระคุณอย่างมากมายจากเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่มีแฟนๆ ให้แรงใจกันมาตลอดทุกครั้งเมื่อหนังสือวางแผงมักจะมีการส่งเสียงโทร. 081-846-0652 และทางเฟซบุ๊ก สมยศ ศรีสุโร หรือ ไอดีไลน์ Janyos จากแฟนๆ ที่ให้แรงใจเสมอมากับทุกเรื่องราวที่ได้นำมาเสนอขอขอบพระคุณอีกครั้ง ขอฝากคอลัมน์นี้ไว้ในอ้อมใจแฟนๆ ด้วยนะครับ ปักษ์นี้มีความยินดีอย่างมหาศาลในการนำเสนอเรื่องนี้พร้อมชวนเชิญแฟนๆ ทุกท่านไปเยี่ยมเยือนตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากที่นี่เป็นจุดเรียนรู้เรื่องราวการเพาะเลี้ยงเห็ดตับเต่า และการท่องเที่ยววิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นริมน้ำ ที่สามเรือนจะมีสภาพเป็นพื้นที่ลุ่ม อุดมไปด้วยป่าโสนทั้งสองข้างทางของคลองโพธิ์ ซึ่งเป็นสายน้ำหล
เห็ดตับเต่า ได้พึ่งพาต้นโสนเป็นพืชอาศัยเพื่อทำให้เชื้อเห็ดเดินและเจริญเติบโตได้ดี เห็ดตับเต่าเป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดที่มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของไทย ปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านการศึกษาวิจัยเห็ดและผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงมีผู้สนใจได้นำผลงานมาต่อยอดด้วยการเพาะเห็ดตับเต่าขายในเชิงการค้า เห็ดตับเต่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่จะผลิตสร้างรายได้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในแบบวิถีพอเพียง มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เห็ดตับเต่า…พืชเศรษฐกิจในดงโสน ผลิตเพื่อการค้าด้วยวิถีพอเพียง มาบอกเล่าสู่กัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงฤดูฝนมักจะมีเห็ดตับเต่าและเห็ดอีกหลายชนิดเจริญเติบโตในป่าธรรมชาติ และเห็ดตับเต่าเป็นชนิดหนึ่งที่มีผู้นิยมบริโภคกันแพร่หลายในทั่วทุกภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะหมู่คนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็ดตับเต่ามีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงกำลัง หรือดับพิษร้อนภายในร่างกาย นอกจากนี้ ยังช่วยบำบัดอาการปวดข้อ ปวดเส้นเอ็น หรือปวดหลัง เห็ดตับเต่า มีชื่อเรียกต่างกัน ภาคเหนือ เรียกว่า เห็ดห้า เนื่องจากพบอยู่ใต้ต้นหว้า ภาคตะวันออกเฉียงเห
ในพื้นที่ ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ที่มีข้อมูลระบุในเอกสารหลายแห่ง ว่าเป็นพื้นที่ที่มีเห็ดตับเต่าขึ้นมากที่สุด คุณดนัย ภาคีฉาย หนุ่มกรุงเก่าโดยกำเนิด เรียนจบทางด้านการตลาด ก่อนจะทำงานดูแลระบบคลังสินค้าไม่ไกลจากบ้านมากนัก ทุกๆ วัน คุณดนัยจะไปทำงานที่บริษัท และกลับบ้านในเวลาเย็น คุณดนัยอยู่กับแม่เพียง 2 คน ดังนั้น การดูแลแม่และทุกๆ สิ่งที่แม่ทำ คือ หน้าที่ของคุณดนัย คุณดนัย อาศัยอยู่กับแม่ คือ คุณสนอง ภาคีฉาย ที่หมู่ 6 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลายปีแล้ว ที่คุณดนัยมีรายได้สองทาง เป็นรายได้จากการทำงานประจำ และอีกทางคือ การเพาะเห็ดตับเต่าขาย “ผมไม่อยากเรียกว่าเพาะ เพราะเห็ดตับเต่าเป็นพืชพื้นถิ่นที่ขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่บังเอิญว่า เห็ดตับเต่า ขึ้นในที่ดินของเรา และเรามีเทคนิคที่ช่วยทำให้เห็ดตับเต่าขึ้นได้ดี สามารถเก็บขายได้เป็นกอบเป็นกำ” อดีตคุณดนัยบอกว่า ไม่มีใครรู้ว่าเห็ดชนิดนี้กินได้หรือไม่ จนกระทั่งมีคนทางภาคอีสานมารับซื้อ เริ่มขายได้ ก็รู้ว่ารับประทานได้และหายาก เมื่อถึงฤดูกาลที่เห็ดออกตามธรรมชาติ ชาวบ้านก็เก็บขายให้กับพ่อ
“ป่าไม้” มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิตของชุมชนในสังคมชนบท ในฐานะเป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเห็ดป่า แต่เนื่องจากการให้ผลผลิตของเห็ดป่าในแต่ละปีไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมตามธรรมชาติ อีกทั้งผลผลิตเห็ดป่าลดน้อยลงทุกๆ ปี เนื่องจากความผันแปรของสภาพภูมิอากาศ ความแห้งแล้ง และการทำลายระบบนิเวศป่าไม้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วรรณา มังกิตะ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และ ดร. สุจิตรา โกศล สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว และต้องการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างชาญฉลาดและยั่งยืนแก่ชุมชน ด้วยการสร้างแหล่งอาหาร โดยการปลูกพืชเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซากินได้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้เกิดชุมชนไม้มีค่า ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความรักและดูแลต้นไม้ที่ปลูกอย่างประณีตแบบอินทรีย์ งดการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ผลงานวิจัยนี้ ได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. คณะผู้วิจัยได้จัดทำพื้นที่แปลงทดลองต้นแบบ กา
ปักษ์นี้จะเล่าถึงเทคนิควิธีการเพาะเลี้ยงล้วนๆ จากประสบการณ์ของเกษตรกรที่ได้ทดลองมาด้วยตนเอง เท่าที่ค้นคว้าหาข้อมูลจากทางอินเทอร์เน็ต ทราบว่าเวลานี้มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเห็ดบางรายสามารถพัฒนาเชื้อเห็ดเพื่อการพาณิชย์ได้แล้ว รายแรก เช่น คุณพุฒินันท์ พันธุ์เครือ คุณพุฒินันท์ เล่าว่า ใครที่สนใจจะเป็นนักทดลองเพาะเห็ดตับเต่า สามารถทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่จัดสร้างสภาพแวดล้อมง่ายๆ ด้วยการจัดให้มีพืชอาศัยของเห็ดแล้วใส่เชื้อเห็ดลงที่โคนต้น จากนั้นใส่ดินและสารอินทรีย์กลบเชื้อ คอยรดน้ำให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ในเวลาไม่นานเชื้อเห็ดก็จะเจริญงอกงามสร้างเส้นใยไปทั่วรากไม้ที่มันอิงอาศัยอยู่ เทคนิคในการทำให้เกิดดอกเห็ดนั้น จะต้องบำรุงพืชให้มีรากมาก เพื่อจะได้หาอาหารได้เยอะๆ ด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเป็นอาหารของเห็ดและพืช พร้อมทั้งรดน้ำให้มีความชุ่มชื้นมากๆ ในลักษณะของการสร้างสภาพแวดล้อมเทียมหลอกเห็ดให้เหมือนกับว่ามันกำลังเติบโตในธรรมชาติ ตามธรรมชาตินั้นจะมีช่วงเวลาที่สภาวะอากาศแห้งแล้ง ซึ่งเป็นระยะที่พืชสะสมอาหาร จากนั้นเมื่อเกิดฝนตกใหญ่หรือรดน้ำให้ผืนดินชุ่มชื้นเชื้อเห็ดก็จะเริ่มงอกงาม โดยมีการทดลองวิธีการ
9 ปี ติดต่อกันแล้ว ที่เกษตรกรตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “วันเห็ดตับเต่างามที่สามเรือน” ขึ้น ปี 2563 จะเป็นปีที่ 10 แม้งานจะจัดครบทศวรรษก็ตาม แต่ “เห็ดตับเต่า” ไฮไลต์ของงาน ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียง 10 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่เป็นพืชที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นตามธรรมชาติ โดยธรรมชาติรังสรรค์ให้เกิดขึ้นเอง ไม่ได้เป็นเห็ดในรูปแบบที่เพาะได้เช่นเดียวกับเห็ดอื่น หลายชื่อที่ใช้เรียก เห็ดตับเต่า เช่น เห็ดตับเต่าดำ เห็ดเอ็กโตไมคอร์ไรซ่า ตามชื่อทางวิทยาศาสตร์ แต่ที่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกและเป็นที่รู้จัก คือ เห็ดตับเต่า เคยได้ยินจากเนื้อเพลง พูดถึงเห็ดตับเต่าว่าขึ้นริมเถาย่านาง แท้จริงแล้ว เห็ดตับเต่า สามารถขึ้นได้ดีที่โคนต้นโสน อาศัยเกื้อกูลรากของต้นโสนในการเจริญเติบโต โดยเฉพาะโสนกินดอก มะกอกน้ำ ไทร ยูคาลิปตัส กระถินเทพา และป่าเต็งรัง รวมถึงยังขึ้นได้ดีและอาศัยอยู่ร่วมกับพืชตระกูลถั่วหลายสกุล แต่ทั้งนี้ บริเวณลุ่มน้ำในเขตตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีต้นโสนเป็นพืชประจำถิ่นขึ้นอยู่ค่อนข้างมาก จึงเป็นบริเวณที่มีความเหมาะสมเกิดเห็ดตับเต่าตามธรรมชาติจำนวนมาก ที
