เอสซีจี
การระบาดของโควิด-19 ที่ขณะนี้แม้สถานการณ์ทั่วโลก รวมถึงในไทยจะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการระดมฉีดวัคซีน ไปพร้อมกับผู้คนการ์ดยังไม่ตก อาทิ ภาคธุรกิจได้สกัดการระบาดของโรค เพื่อให้การผลิตสินค้าและบริการสามารถเดินหน้าอย่างไม่สะดุด ด้วยมาตรการป้องกันและควบคุมโรค (Bubble and Seal) และมาตรการแยกกักตัวที่บ้านและสถานประกอบการ (Home and Factory isolation) อย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม การกลายพันธุ์ของโควิด-19 หลายสายพันธุ์ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า (Delta) ทำให้เชื่อว่าโควิด-19 จะไม่หมดไป ดังนั้น “การเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19” จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจเลี่ยง โดยผ่านมุมมองของ “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ได้เปิดมุมมองแนวคิดสำหรับภาคธุรกิจ มี “4 เทรนด์” สำคัญ ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันฝ่าภัยโควิด-19 “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” เทรนด์แรกคือ “Automation” หรือระบบอัตโนมัติ จะไม่ใช่การลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจอีกต่อไป แต่จะเป็น “ความจำเป็น” ที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะการนำ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม (Industry Automation) และภาคบ
Advanced Recycling จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน “ISCC PLUS” รายแรกในไทยตอกย้ำทิศทางปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน พุ่งเป้าพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก เอสซีจี เคมิคอลส์ แถลงความคืบหน้าตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability) โดยล่าสุด กระบวนการภายใต้เทคโนโลยี Advanced Recycling เพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี ได้รับการรับรองมาตรฐาน “ISCC PLUS” โดย International Sustainability and Carbon Certification (ISCC) ซึ่งเป็นการรับรองให้กับองค์กรที่มีการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในประเภท Advanced Recycling นอกจากนี้ ยังพุ่งเป้าสู่การทำเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ เผยถึงความคืบหน้าของ Advanced Recycling ต
เอสซีจี เคมิคอลส์ – Braskem ผนึกกำลังความร่วมมือขับเคลื่อนพลาสติกชีวภาพในประเทศไทยเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตไบโอ-เอทิลีนสำหรับผลิตเม็ดพลาสติกไบโอ-พอลิเอทิลีน ตอบโจทย์ความยั่งยืนและตลาดโลก เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เดินหน้าขับเคลื่อนพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการดำเนินธุรกิจ “ปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” สอดคล้องกับหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) ล่าสุด ได้ผนึกกำลังร่วมกับ Braskem (บราสเคม) ผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพระดับโลกจากประเทศบราซิล โดยได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย เพื่อผลิตไบโอ-เอทิลีน (bio-based ethylene) ซึ่งจะนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกประเภทไบโอ-พอลิเอทิลีน (bio-based polyethylene) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลาสติกชีวภาพในเอเชียและตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมการใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้บริโภคสายกรีนอีกด้วย นายโรเจอร์ มาร์คิโอนี Braskem’s Director
เอสซีจี ผนึกกำลังโรงพยาบาลศิริราช ระดมทุกหน่วยงานเร่งสร้างนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ รับมือการขาดแคลนห้องไอซียูในโรงพยาบาล ช่วยขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยหนักที่มีจำนวนมาก ลดอัตราการสูญเสียชีวิต เพิ่มความมั่นใจลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์ กรุงเทพฯ – 2 กันยายน 2564 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และรศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ร่วมรับมอบนวักรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ จากนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี พร้อมทีมผู้บริหารเอสซีจี ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ตึกปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลศิริราช นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีเล็งเห็นถึงวิกฤตการขาดแคลนห้องไอซียูของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ป่วยเข้ามารับการบริการจำนวนมาก ขณะที่ห้องไอซียู มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตที่เพิ่มขึ้น จึงได้เร่งสร้างนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ (MODULAR ICU)
SCG ส่งภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ “Trashless Society” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมไฟท์ปัญหาขยะ ตามหลัก Circular Economy “ยุคเราต้องไม่มีสิ่งไหนถูกเรียกว่าขยะ” เสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นมหาศาล จากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและวิถีชีวิตในโลกยุค New Normal ที่ทำให้เกิดการ “ใช้อย่างไม่คุ้มค่า” และ “ทิ้งอย่างไม่เห็นค่า” มากขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นภัยที่อาจยังมองไม่เห็น แต่กำลังจะย้อนกลับมาทำร้ายทั้งตัวเขา สังคม และโลกที่เขาแคร์ แม้ขยะจะเป็นปัญหาสะสมมานาน แต่หากไม่มีใครลุกขึ้นมาเริ่มแก้ไขก็อาจไม่เหลือทรัพยากรพอใช้ในวันข้างหน้า หนึ่งในกลไกที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ก็คือหลัก “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ Circular Economy ที่ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกคน ปรับเปลี่ยนมุมมองและลงมือทำ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกที่แต่ละคนแคร์ได้ เอสซีจี จึงจัดทำแคมเปญรณรงค์ภายใต้ธีม #TrashlessSociety เชิญชวนคนรุ่นใหม่ ที่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของสังคม มาร่วมกันสร้าง “สังคมที่ไม่มีคำว่าขยะ” แค่เปลี่ยนมุมมอง ไม่ตัดสินของที่ยังมีค
เอสซีจี สนับสนุน รพ.จุฬาฯ สร้างห้องไอซียูโมดูลาร์ส่วนต่อขยายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการช่วยรองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤต กรุงเทพฯ –นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี (ที่ 3 จากซ้าย) ส่งมอบนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ จำนวน 10 เตียง ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (ที่ 4 จากขวา) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ เป็นตัวแทนรับมอบ โดยเอสซีจีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน 5 ล้านบาท ในการสร้างห้องไอซียูโมดูลาร์ส่วนต่อขยายในโรงพยาบาลเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตได้จำนวนมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการผู้ป่วยทั้งหมดของโรงพยาบาล ให้สามารถจัดสรรตามอาการผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ในวันที่โลกป่วยด้วยภาวะโลกร้อน “ต้นไม้” เป็นตัวช่วยสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุหลักได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติและคืนความสมดุลให้กับความหลากหลายทางชีวภาพ “เอสซีจี” ซึ่งมีประสบการณ์ ความรู้ ความเชียวชาญ ด้านการปลูกต้นไม้ เพื่อการฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์ โดยให้ทุกกลุ่มธุรกิจดำเนินกิจกรรมปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการปลูกอย่างมีองค์ความรู้ เพื่อให้กล้าไม้ต้นเล็กๆ สามารถอยู่รอด และเจริญเติบโตแข็งแรงเป็นต้นไม้ใหญ่ได้อย่างยั่งยืน โดยเอสซีจีได้รวบรวมองค์ความรู้ด้านการปลูก ตั้งแต่การเพาะกล้า การขยายพันธุ์ การปลูกต้นไม้ให้รอดในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม รวมถึงขยายผลการศึกษา และปลูกไปยังป่าโกงกาง และต่อยอดสู่หญ้าทะเล เพราะช่วยดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบก และช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน “ป่าโกงกาง-หญ้าทะเล” พืชมหัศจรรย์ฮีโร่ช่วยลดโลกร้อน พืชมหัศจรรย์ของโลกอย่าง “ป่าโกงกาง” และ “หญ้าทะเล” มักถูกหยิบยกขึ้นมาใช้รณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทะเล แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รับรู้ถึงความพิเศษและเ
เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมมุ่งมั่นส่งต่อองค์ความรู้การปลูกต้นไม้ให้อยู่รอดและเติบโตยั่งยืน เอสซีจี มุ่งสานต่อกิจกรรมปลูกต้นไม้ ภายใต้โครงการ “ปลูกด้วยรักษ์ พิทักษ์โลก” เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าหัวอยู่ รวมพลังปลูกต้นไม้ตลอดปี 2564 รวม 150,000 ต้น คิดเป็นปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon sink) 14,500 ตัน* พร้อมส่งต่อองค์ความรู้การปลูกต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดและเติบโตยั่งยืน เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 เอสซีจีได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ภายใต้โครงการ “ปลูกด้วยรักษ์ พิทักษ์โลก” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทุกกลุ่มธุรกิจและชุมชนรอบโรงงานของเอสซีจีจะร่วมกันปลูกต้นไม้ตลอดปี 2564 โดยมีแผนปลูกป่าบก ป่าชายเลน และหญ้าทะเล รวมทั้งสิ้น 150,000 ต้น สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon sink) กว่า 14,500 ตัน* เอสซีจี ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของต้นไม้ ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซ
สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในประเทศไทย ที่ยังคงระบาดต่อเนื่องเป็นระลอก 3 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างมาก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ “บุคลากรทางการแพทย์” ที่เป็นด่านหน้า ต้องทุ่มเททำงานหนัก ขณะที่ทุกภาคส่วนต่างเร่งระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ความสามารถเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ ต่อยอดนวัตกรรมที่มี ใช้เวลาเป็นเดิมพัน ทันเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เอสซีจี เป็นหนึ่งในองค์กรที่นำความเชี่ยวชาญ พัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่เกิดการระบาดระลอกแรก ที่พัฒนานวัตกรรมที่อาศัยความ “เร็ว” แข่งกับ “เวลา” ทีมงานเอสซีจียังได้ร่วมมือทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมแพทย์ เพื่อเข้าใจความต้องการตอบโจทย์การใช้งานได้จริง เน้นการคิดค้น ออกแบบ พัฒนา ผลิตภัณฑ์ โซลูชัน ใช้เทคโนโลยีมีประสิทธิภาพให้ทันต่อความต้องการตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงของการระบาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยสามารถคิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อเพิ่มความอุ่นใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้สา
นอกเหนือจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทั่วโลกแล้ว ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ สภาพอากาศแปรปรวนฉับพลัน ฝนทิ้งช่วง หรือตกนอกฤดูกาล นำไปสู่ปัญหาน้ำขาด น้ำเกิน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คน ไปจนถึงเศรษฐกิจระดับครอบครัว ชุมชน และประเทศ ในช่วงนี้ ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว Climate Changeอีกครั้ง แล้วจะทำอย่างไร ให้ภัยแล้งไม่กลับมาเยือนเราแบบนี้ทุกๆ ปี นี่คงเป็นคำถามที่หลายๆ คนอาจกำลังตามหาคำตอบกันอยู่ เราจึงขออาสามาถอดรหัสรอดภัยแล้ง ที่ “บ้านมาบจันทร์ จ.ระยอง หนึ่งในชุมชนต้นแบบของโครงการ “เอสซีจีร้อยใจ 108 ชุมชน รอดภัยแล้ง” ที่ตั้งอยู่รอบเขายายดา และเป็นแหล่งเกษตรที่สำคัญของจังหวัดระยอง ซึ่งเคยเผชิญวิกฤตแล้งมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อชุมชนร่วมมือร่วมใจกันบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางยาวนานกว่า 10 ปี ผลสำเร็จแห่งความพยายาม คือ ชุมชนมีน้ำสะสมไว้ใช้ตลอดปี แม้ปีที่ผ่านมาจะเกิดภัยแล้งรุนแรงทั่วประเทศ แต่ชุมชนรอบเขายายดาสามารถผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งนี้ไปได้ และมีผลผลิตออกดอกออกผลเติบโตงอกงาม แล้
