เอสซีจี
“การพัฒนานวัตกรรม” รับมือความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อโลกธุรกิจ ถือเป็น “เรื่องหลัก” ที่องค์กรทั่วโลกต่างหันมาให้ความสำคัญ เพราะนวัตกรรมที่โดนใจผู้บริโภคจะเป็น “ทางรอด” นำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน ไม่ซวนเซไปตามคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ถาโถม เช่น การระบาดของโควิด 19 ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนผ่านผู้คนและโลกธุรกิจเข้ายุคดิจิทัล (Digital Transformation) ทว่า หลายคนมองเห็นตรงกันว่า “การคิดค้นนวัตกรรม” นั้นไม่ง่าย แต่สำหรับ 3 นวัตกร (Innovator) ของเอสซีจี ที่เป็นทีมคิดค้นนวัตกรรมป้องกันโควิด 19 ต่างเห็นตรงกันว่า เมื่อนิยามของนวัตกรรมคือ “ความใหม่” แน่นอนว่า ระหว่างทางย่อมพบปัญหา อุปสรรค และข้อผิดพลาด เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งจะประสบความสำเร็จได้นั้น สิ่งสำคัญประการแรกคือ ต้อง “ไม่กลัวความผิดพลาดล้มเหลว” แต่ขอให้นำข้อผิดพลาดมาแก้ไขต่อยอดจนผลิตภัณฑ์เหล่านั้นตอบโจทย์การใช้งาน สร้างประโยชน์ให้กับผู้คนและสังคมให้ได้ การทำนวัตกรรมให้สำเร็จ เกิดจากการ “เกาถูกที่คัน’ ศุภธิดา รัตนสวัสดิ์ Medical and Wellbeing Business Manager ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ทีมพัฒนาแคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความ
การระบาดของโควิด-19 ที่ขณะนี้แม้สถานการณ์ทั่วโลก รวมถึงในไทยจะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการระดมฉีดวัคซีน ไปพร้อมกับผู้คนการ์ดยังไม่ตก อาทิ ภาคธุรกิจได้สกัดการระบาดของโรค เพื่อให้การผลิตสินค้าและบริการสามารถเดินหน้าอย่างไม่สะดุด ด้วยมาตรการป้องกันและควบคุมโรค (Bubble and Seal) และมาตรการแยกกักตัวที่บ้านและสถานประกอบการ (Home and Factory isolation) อย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม การกลายพันธุ์ของโควิด-19 หลายสายพันธุ์ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า (Delta) ทำให้เชื่อว่าโควิด-19 จะไม่หมดไป ดังนั้น “การเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19” จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจเลี่ยง โดยผ่านมุมมองของ “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ได้เปิดมุมมองแนวคิดสำหรับภาคธุรกิจ มี “4 เทรนด์” สำคัญ ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันฝ่าภัยโควิด-19 “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” เทรนด์แรกคือ “Automation” หรือระบบอัตโนมัติ จะไม่ใช่การลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจอีกต่อไป แต่จะเป็น “ความจำเป็น” ที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะการนำ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม (Industry Automation) และภาคบ
Advanced Recycling จากเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน “ISCC PLUS” รายแรกในไทยตอกย้ำทิศทางปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน พุ่งเป้าพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก เอสซีจี เคมิคอลส์ แถลงความคืบหน้าตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability) โดยล่าสุด กระบวนการภายใต้เทคโนโลยี Advanced Recycling เพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี ได้รับการรับรองมาตรฐาน “ISCC PLUS” โดย International Sustainability and Carbon Certification (ISCC) ซึ่งเป็นการรับรองให้กับองค์กรที่มีการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในประเภท Advanced Recycling นอกจากนี้ ยังพุ่งเป้าสู่การทำเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ เผยถึงความคืบหน้าของ Advanced Recycling ต
เอสซีจี เคมิคอลส์ – Braskem ผนึกกำลังความร่วมมือขับเคลื่อนพลาสติกชีวภาพในประเทศไทยเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตไบโอ-เอทิลีนสำหรับผลิตเม็ดพลาสติกไบโอ-พอลิเอทิลีน ตอบโจทย์ความยั่งยืนและตลาดโลก เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เดินหน้าขับเคลื่อนพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการดำเนินธุรกิจ “ปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” สอดคล้องกับหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) ล่าสุด ได้ผนึกกำลังร่วมกับ Braskem (บราสเคม) ผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพระดับโลกจากประเทศบราซิล โดยได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย เพื่อผลิตไบโอ-เอทิลีน (bio-based ethylene) ซึ่งจะนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกประเภทไบโอ-พอลิเอทิลีน (bio-based polyethylene) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลาสติกชีวภาพในเอเชียและตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมการใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้บริโภคสายกรีนอีกด้วย นายโรเจอร์ มาร์คิโอนี Braskem’s Director
เอสซีจี ผนึกกำลังโรงพยาบาลศิริราช ระดมทุกหน่วยงานเร่งสร้างนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ รับมือการขาดแคลนห้องไอซียูในโรงพยาบาล ช่วยขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยหนักที่มีจำนวนมาก ลดอัตราการสูญเสียชีวิต เพิ่มความมั่นใจลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์ กรุงเทพฯ – 2 กันยายน 2564 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และรศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ร่วมรับมอบนวักรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ จากนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี พร้อมทีมผู้บริหารเอสซีจี ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ตึกปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลศิริราช นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีเล็งเห็นถึงวิกฤตการขาดแคลนห้องไอซียูของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ป่วยเข้ามารับการบริการจำนวนมาก ขณะที่ห้องไอซียู มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตที่เพิ่มขึ้น จึงได้เร่งสร้างนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ (MODULAR ICU)
SCG ส่งภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ “Trashless Society” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมไฟท์ปัญหาขยะ ตามหลัก Circular Economy “ยุคเราต้องไม่มีสิ่งไหนถูกเรียกว่าขยะ” เสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นมหาศาล จากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและวิถีชีวิตในโลกยุค New Normal ที่ทำให้เกิดการ “ใช้อย่างไม่คุ้มค่า” และ “ทิ้งอย่างไม่เห็นค่า” มากขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นภัยที่อาจยังมองไม่เห็น แต่กำลังจะย้อนกลับมาทำร้ายทั้งตัวเขา สังคม และโลกที่เขาแคร์ แม้ขยะจะเป็นปัญหาสะสมมานาน แต่หากไม่มีใครลุกขึ้นมาเริ่มแก้ไขก็อาจไม่เหลือทรัพยากรพอใช้ในวันข้างหน้า หนึ่งในกลไกที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ก็คือหลัก “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ Circular Economy ที่ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกคน ปรับเปลี่ยนมุมมองและลงมือทำ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกที่แต่ละคนแคร์ได้ เอสซีจี จึงจัดทำแคมเปญรณรงค์ภายใต้ธีม #TrashlessSociety เชิญชวนคนรุ่นใหม่ ที่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของสังคม มาร่วมกันสร้าง “สังคมที่ไม่มีคำว่าขยะ” แค่เปลี่ยนมุมมอง ไม่ตัดสินของที่ยังมีค
เอสซีจี สนับสนุน รพ.จุฬาฯ สร้างห้องไอซียูโมดูลาร์ส่วนต่อขยายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการช่วยรองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤต กรุงเทพฯ –นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี (ที่ 3 จากซ้าย) ส่งมอบนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ จำนวน 10 เตียง ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (ที่ 4 จากขวา) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ เป็นตัวแทนรับมอบ โดยเอสซีจีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน 5 ล้านบาท ในการสร้างห้องไอซียูโมดูลาร์ส่วนต่อขยายในโรงพยาบาลเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตได้จำนวนมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการผู้ป่วยทั้งหมดของโรงพยาบาล ให้สามารถจัดสรรตามอาการผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ในวันที่โลกป่วยด้วยภาวะโลกร้อน “ต้นไม้” เป็นตัวช่วยสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุหลักได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติและคืนความสมดุลให้กับความหลากหลายทางชีวภาพ “เอสซีจี” ซึ่งมีประสบการณ์ ความรู้ ความเชียวชาญ ด้านการปลูกต้นไม้ เพื่อการฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์ โดยให้ทุกกลุ่มธุรกิจดำเนินกิจกรรมปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการปลูกอย่างมีองค์ความรู้ เพื่อให้กล้าไม้ต้นเล็กๆ สามารถอยู่รอด และเจริญเติบโตแข็งแรงเป็นต้นไม้ใหญ่ได้อย่างยั่งยืน โดยเอสซีจีได้รวบรวมองค์ความรู้ด้านการปลูก ตั้งแต่การเพาะกล้า การขยายพันธุ์ การปลูกต้นไม้ให้รอดในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม รวมถึงขยายผลการศึกษา และปลูกไปยังป่าโกงกาง และต่อยอดสู่หญ้าทะเล เพราะช่วยดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบก และช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน “ป่าโกงกาง-หญ้าทะเล” พืชมหัศจรรย์ฮีโร่ช่วยลดโลกร้อน พืชมหัศจรรย์ของโลกอย่าง “ป่าโกงกาง” และ “หญ้าทะเล” มักถูกหยิบยกขึ้นมาใช้รณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทะเล แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รับรู้ถึงความพิเศษและเ
เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมมุ่งมั่นส่งต่อองค์ความรู้การปลูกต้นไม้ให้อยู่รอดและเติบโตยั่งยืน เอสซีจี มุ่งสานต่อกิจกรรมปลูกต้นไม้ ภายใต้โครงการ “ปลูกด้วยรักษ์ พิทักษ์โลก” เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าหัวอยู่ รวมพลังปลูกต้นไม้ตลอดปี 2564 รวม 150,000 ต้น คิดเป็นปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon sink) 14,500 ตัน* พร้อมส่งต่อองค์ความรู้การปลูกต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดและเติบโตยั่งยืน เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 เอสซีจีได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ภายใต้โครงการ “ปลูกด้วยรักษ์ พิทักษ์โลก” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทุกกลุ่มธุรกิจและชุมชนรอบโรงงานของเอสซีจีจะร่วมกันปลูกต้นไม้ตลอดปี 2564 โดยมีแผนปลูกป่าบก ป่าชายเลน และหญ้าทะเล รวมทั้งสิ้น 150,000 ต้น สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon sink) กว่า 14,500 ตัน* เอสซีจี ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของต้นไม้ ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซ
สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในประเทศไทย ที่ยังคงระบาดต่อเนื่องเป็นระลอก 3 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างมาก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ “บุคลากรทางการแพทย์” ที่เป็นด่านหน้า ต้องทุ่มเททำงานหนัก ขณะที่ทุกภาคส่วนต่างเร่งระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ความสามารถเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ ต่อยอดนวัตกรรมที่มี ใช้เวลาเป็นเดิมพัน ทันเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เอสซีจี เป็นหนึ่งในองค์กรที่นำความเชี่ยวชาญ พัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่เกิดการระบาดระลอกแรก ที่พัฒนานวัตกรรมที่อาศัยความ “เร็ว” แข่งกับ “เวลา” ทีมงานเอสซีจียังได้ร่วมมือทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมแพทย์ เพื่อเข้าใจความต้องการตอบโจทย์การใช้งานได้จริง เน้นการคิดค้น ออกแบบ พัฒนา ผลิตภัณฑ์ โซลูชัน ใช้เทคโนโลยีมีประสิทธิภาพให้ทันต่อความต้องการตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงของการระบาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยสามารถคิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อเพิ่มความอุ่นใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้สา
