เอสซีจี
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี จัดงาน SD Day 2018 (Sustainable Development Day 2018) ภายใต้แนวคิด “ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า ชุมชนยั่งยืน ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน” ถ่ายทอดแนวทางการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตั้งแต่การผลิต การใช้ และวนกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ให้กับชุมชนระยอง และภาคส่วนต่างๆ กว่า 1,200 คน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสียและขยะภายในชุมชน นอกจากนี้ เอสซีจียังส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ธุรกิจ และประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดระยอง ล่าสุดได้เปิดตัว “ต้นแบบถนนพลาสติกรีไซเคิล” หรือ “Recycled Plastic Road” โดยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างเอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ซึ่งนำพลาสติกใช้แล้วจากการคัดแยกขยะภายใน เอสซีจี และชุมชนซึ่งรวบรวมโดยเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง มาใช้ในการทดสอบเพื่อสร้างถนนยางมะตอยภายในนิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ และผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ให้เก
กรุงเทพฯ – กันยายน 2561 : เอสซีจี องค์กรธุรกิจชั้นนำองค์กรแรกในอาเซียนได้รับการประเมินให้อยู่ใน DJSI ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ในสาขาอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) ตั้งแต่ปี 2547 ยาวนานต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 พร้อมมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด Circular Economy เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นแบบอย่างด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน นายชลณัฐ ญาณารณพ ประธานคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวว่า “ผลการประเมินจากดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ (DJSI) ในปี 2561 ทำให้เอสซีจีเป็นสมาชิก DJSI ที่เป็นแบบอย่างองค์กรยั่งยืน ในสาขาอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ปี ซึ่งเอสซีจีเป็นองค์กรแรกในอาเซียนที่ได้รับการประเมินให้เป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2547 นับเป็นความภาคภูมิใจของพนักงานเอสซีจีทุกคนที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างความเป็นเ
กรุงเทพฯ – 22 สิงหาคม 2561 : เอสซีจีลงนามบันทึกความเข้าใจการอุทิศที่ดินบึงบางซื่อใน “โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ” ร่วมกับกรมธนารักษ์ มุ่งพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนกว่า 800 ชีวิต พร้อมผลักดันสู่ต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง และแหล่งพักผ่อนของคนกรุงเทพฯ คาดบ้านใหม่โครงการแรกพร้อมเข้าอยู่ปี 2562 บึงน้ำสาธารณะต้องใช้เวลาพัฒนาร่วมกับ กทม. โดยมีผู้บริหารจากกรุงเทพมหานคร และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พร้อมด้วยคณะกรรมการสหกรณ์เคหสถาน บ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ เอสซีจี สำนักงานใหญ่ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า “การดำเนินงานในโครงการ เป็นไปตามแนวทางที่ตั้งเป้าหมายไว้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนบึงบางซื่อกว่า 800 ชีวิต ทั้งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนที่จะก่อสร้างที่พักอาศัยจำนวน 197 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 60 ยูนิต อาคารชุดพักอาศัย 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ยูนิต และบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลอีก 4 ยูนิต สำหรับงานก่อสร้างทาวน์เฮ้าส์และบ้านกลางได้
ปัจจุบัน ทะเลหลายที่เต็มไปด้วยขยะ จากผู้คนที่ไปเที่ยวต่างคนต่างทิ้งโดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลหรือความสะอาดของริมชายหาด สัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลทุกวันนี้ก็มีจำนวนลดลงมาก เพราะถูกจับนำไปบริโภคและไม่มีการทิ้งช่วงให้ขยายพันธุ์เพิ่มแต่อย่างใด น้อยครั้งที่จะมีแกนนำพากันเก็บขยะเหล่านั้น แต่ก็ยังมีคนทิ้งเพิ่มขึ้นไปอีก ครั้งนี้จึงมีหน่วยงานใหญ่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการเพิ่มที่อยู่อาศัยของสัตว์ใต้น้ำ เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนและวัยเจริญพันธุ์ใต้ท้องทะเล เพิ่มจำนวนสัตว์น้ำและฟื้นคืนความสมบูรณ์ให้ทรัพยากรชายฝั่งทะเล พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน คุณชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี ได้ร่วมกับภาครัฐและชุมชนบริการจัดการน้ำในจังหวัดระยองตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยวิธีการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่เขายายดา จนถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นโครงการบ้านปลา หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงแค่การวางบ้านปลาหรือการสร้างฝายเท่านั้น แต่เ
ธุรกิจเคมิคอลส์ ในเอสซีจี ต่อยอดโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจร ล่าสุดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนาระบบยึดโยงสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ เพื่อนำไปปรับใช้บนพื้นที่อ่างเก็บน้ำและเขื่อนของ กฟผ. ต่อไป นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “พลังงานหมุนเวียนเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 25% โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซล่าร์เซลล์ที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด ซึ่งการทำโซล่าร์ฟาร์มขนาดใหญ่โดยทั่วไปนั้นต้องใช้ที่ดินขนาดใหญ่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานจึงมีแนวคิดในการพัฒนาโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ ประกอบกับเอสซีจีมีความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาทุ่นลอยน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าโดยเซลล์แสงอาทิตย์ และมีชื่อเสียงด้านการวิจัยและพัฒนาในระดับโลก จึงเป็นที่มาของความร่วมมือเพื่อศึกษาพัฒนาระบบยึดโยงที่มีประสิทธิภาพสำหรับใช้งานในพื้นที่อ่างเก็บน้ำและเขื่อนของ กฟผ. ที่มีอยู่หลายแห่ง โดยความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นงานวิ
นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจเคมิคอล เอสซีจี ตั้งงบประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแห่งแรกของประเทศไทย โดยการสำรวจพบว่า พื้นที่น้ำในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 14,600 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 9 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 3% ของพื้นที่ทั้งหมด จึงต้องการนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นายชลณัฐ กล่าวว่า โซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำมีประสิทธิภาพ และประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าการติดตั้งบนพื้นดินและบนหลังคา แต่มีราคาต้นทุนแพงกว่าประมาณ 20% โดยขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการทดลอง ซึ่งใช้ระยะเวลา 6 เดือนในการดำเนินการ ใช้พื้นที่ทางน้ำประมาณ 7 ไร่ และติดตั้งแผ่นโซลาร์เซลล์รวมขนาดพื้นที่ 72×153 เมตร โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 1 เมกะวัตต์ สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 5 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถใช้งานได้จริงอีกประมาณ 1-2 เดือน และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลา 8 ปี
9 กุมภาพันธ์ 61 “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” เป็นการสานต่อ 10 ปี รักษ์น้ำเพื่ออนาคต ขยายผลสำเร็จเห็นจริงที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำ จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน ทำให้ธรรมชาติฟื้นคืน สร้างอาชีพ ชุมชนเข้มแข็ง โดยน้อมนำพระราชดำริ “จากภูผา สู่มหานที” มาเป็นแนวทางขยายผลการดูแลจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เกิดเป็นห่วงโซ่ยั่งยืนตลอดเส้นทางน้ำ สร้างต้นน้ำที่ดี สู่ปลายทางน้ำที่ดี สร้างสมดุลอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้นให้ประเทศไทย นายชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีได้น้อมนำพระราชดำริ ‘จากภูผา สู่มหานที’ มาเป็นแนวทางการดูแลจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ ผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน ให้เข้าใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง รวมทั้งเชื่อมพลังชุมชน แลกเปลี่ยนประสบการณ์องค์ความรู้ของคนต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ คืนสมดุลสู่ระบบนิเวศ แก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมอย่างเห็นผลจริง ซึ่งปัจจุบัน เอสซีจีได้ร่วมกับชุมชน จิตอาสา ภาครัฐ และภ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับการรับรองเป็นนิคมอุตสาหกรรมระดับ Eco-Excellence จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ถือเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ในงานสัมมนาวิชาการ Eco Innovation Forum 2017 การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ให้เป็นต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ถือเป็นหนึ่งในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development: SD) ที่เอสซีจีมุ่งมั่นมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมา นิคมฯ อาร์ไอแอล ได้รับการรับรองเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับ Eco-Champion ด้วยคะแนนสูงสุดติดต่อกัน 3 ปีซ้อน และได้พัฒนานิคมฯ อย่างต่อเนื่องจนได้ยกระดับเป็น Eco-Excellence ในปีนี้ และพร้อมเดินหน้าสู่ระดับ Eco-World Class ซึ่งเป็นระดับสูงสุดต่อไป การรับรองนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จัดขึ้นโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนให้นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ยกระดับมาตรฐานเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยมี 3 ระดับ ได้แก่ Eco-Champion: ระดับที่มีการส่งเสริมการพัฒนาเพื่อสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างผาสุกบนหลักธรรมภิบา
11 บริษัทในกลุ่มเอสซีจี เคมิคอลส์ เข้ารับมอบประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในงาน “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน” ประจำปี 2560 จากกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มอบ และให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยแยกตามประเภทของใบรับรองฯ ดังนี้ โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) บริษัท อาร์ไอแอล 1996 จำกัด จากโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา โครงการนำร่องระบบซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของระเทศไทย (T-VETS) บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด ใบรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ฉลากลดโลกร้อน (Carbon Footprint Reduction; CFR) บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด ใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products; CFP) บริษัท ไทยโพลิเอททิลีน จำกัด บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท ไทย เพ็ท เรซิน จำกัด บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด ใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Foo
หลายพันโครงการในพระราชดำริที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต และความอยู่ดีกินดีของประชาชน ล้วนเป็นการต่อยอดจากโครงการตั้งต้นในการจัดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น ถึงวันนี้ ด้วยการปลุกแรงบันดาลใจจากกิจกรรม “เอสซีจี รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” กลุ่มเยาวชนและชุมชนต่างพร้อมใจกันร่วมสานต่อประราชปณิธานด้วยการนำองค์ความรู้และหลักปฏิบัติของการสร้างฝายชะลอน้ำที่ได้จากการร่วมกิจกรรม ไปขยายผลสู่ความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของตนอย่างแท้จริง “พระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า อันที่จริงชีวิตของเรานั้นก็ผูกพัน และขึ้นกับธรรมชาติทั้งสิ้น ถ้าหากไม่มี ดิน น้ำ ลม ไฟ และ ป่า เราก็จะไม่มีอาหารกิน ไม่มียารักษาโรค ไม่มีสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือน” ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการกิจการเพื่อสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวเนื่องในโอกาสเป็นวิทยากรพิเศษ ร่วมบรรยายเรื่องราวเส้นทางทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในการทัศนศึกษาโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จั
